บ้านและดวง by บ.อมยิ้ม

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

ในความเชื่อเรื่องดวงและความเชื่อโชคลาภต่างๆนั้นมีมาตั้งแต่สมัยโบราณซึ่งบ้านเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างที่เป็นที่อยู่อาศัยของเรานั้นจะเห็นได้ว่ามีความเชื่อต่างๆก่อนการสร้างบ้านเรือนจะมีการบวงสรวง พิธีกรรมต่างๆ

ซึ่งการริเริ่มสร้างบ้านเรือนมีการสร้างมาตั้งแต่สมัยโบราณโดยประเทศไทยของเรานั้นถือได้ว่าเป็นเมืองร้อนในการสร้างบ้านเรือนสมัยโบราณนั้นมักจะเป็นบ้านทรงไทยใต้ถุนยกสูงเพื่อให้ลมพัดผ่านได้ดีแต่ละพื้นที่แต่ละท้องถิ่นจะปลูกสร้างไม่เหมือนกัน บ้านเรือนที่สร้างขึ้นไม่ได้เป็นแค่ที่อยู่อาศัยเพียงชั่วคราวแต่บ้านเรือนส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นสิ่งที่ทุกครอบครัวได้รับความอบอุ่นเมื่อได้อยู่ด้วยกันทำให้มีแต่ความสุขบ้านเรือนจึงถือว่าเป็นสิ่งมีค่าและสักสิทธิ์ที่สุดในชีวิต

สมัยก่อนการจะสร้างบ้านเรือนแต่ละครั้งไม่มีไฟฟ้า ช่างจะสร้างแบบเรียบง่ายและคำนึงสิ่งที่ต้องใช้สอยรอบๆตัวบ้านเรือนและทิศทางต่างๆ ในการสร้าง ส่วนใหญ่ใต้ถุนก็มักจะเป็นที่เก็บของต่างๆ รวมถึงเป็นที่เก็บผลผลิตทางการเกษตรช่วยให้ลมพัดผ่านและยังช่วยเรื่องน้ำท่วมได้ ส่วนรอบๆ ตัวบ้านก็ขุดบ่อเพื่อทำให้ตัวบ้านเรือนเย็นโดยไม่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้า แต่เมื่อยุคสมัยได้เปลี่ยนแปลงไปทำให้บ้านเรือนแบบไทยๆ เริ่มหายไป แต่มาในยุคปัจจุบันซึ่งการจะสร้างบ้านเรือนหรือที่อยู่อาศัยแต่ละครั้งนั้นต้องมีองค์ประกอบหลายๆ อย่าง ต้องใช้ความรู้ ความสามารถในด้านการออกแบบของช่างรวมไปถึงการวางโครงสร้างต้องใช้ศาสตร์หลายแขนงมารวมกันเพื่อจะก่อให้เกิดสิ่งปลูกสร้างออกมาได้อย่างที่เราต้องการแต่การสร้างบ้านเรือนจะมีที่ดินแล้วสร้างเลยคงจะไม่ได้เราต้องหาทำเลและทิศทางต่างๆ ที่เหมาะสมใช้ศาสตร์ทางภูมิศาสตร์และความเชื่อเรื่องดวงหรือโชคลาภหรือที่เรียกว่าฮวงจุ้ยของชาวจีนเข้ามาช่วยนั้นเอง

ชาวจีนถือว่าการที่สร้างบ้านตามหลักของฮวงจุ้ยแล้วจะทำให้บ้านเรือนที่อยู่อาศัยมีแต่โชคลาภและมีแต่เรื่องดีๆ เข้ามาโดยความเชื่อหลักฮวงจุ้ยมีมานานกว่า 5,000 ปีและคนไทยส่วนใหญ่จะเชื่อในเรื่องศาสตร์ของฮวงจุ้ยเพราะเมื่อทำตามแล้วจะทำให้บ้านเรือนที่อยู่อาศัยมีแต่เรื่องดีๆ เข้ามามีโชคลาภต่างๆ จนทำให้ศาสตร์ฮวงจุ้ยได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน ซึ่งสรุปได้ว่าไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคสมัยการสร้างบ้านเรือนของคนไทยนั้นต้องมีศาสตร์ความเชื่อและพิธีกรรมต่างๆ ก่อนสร้างบ้านเพราะเชื่อกันว่าเมื่อทำพีธีกรรมตามความเชื่อแล้วจะมีแต่ความโชคดีและบ้านจะสงบสุขตลอดกาลเวลา

#บ้านและดวง #home #baccarat

More to explorer

อันตรายแค่ไหน-เมื่อกินยาคุมตอนท้อง แม่บ้านยุคใหม่

อันตรายแค่ไหน เมื่อกินยาคุมตอนท้อง

การตั้งครรภ์เป็นเรื่องปกติที่ผู้หญิงจะต้องเจอ แต่การท้องแบบไม่รู้ตัวนั้นก็มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ ซึ่งมักเกิดกับคนที่กินยาคุมกำเนิด เมื่อไม่รู้ตัวว่าท้องก็มักจะกินยาคุมกำเนิดต่อไปเรื่อยๆจนเริ่มรู้ตัว เมื่ออายุครรภ์ได้ 1-2 เดือนแล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่หลายคนก็ยังกินยาคุมกำเนิดอยู่ จนทำให้กังวลใจว่าจะเป็นอันตรายต่อลูก แต่การกินยาคุมกำเนิดตอนท้องจะอันตรายแค่ไหนวันนี้เรามีคำตอบ และข้อมูลดีๆ มาแนะนำให้คุณแม่บ้านยุคใหม่กันค่ะ กินยาคุมตอนท้องลูกจะพิการไหม หมดกังวลไปได้เลยว่าการกินยาคุมกำเนิดระหว่างท้องจะทำให้ลูกพิการ เพราะยังไม่มีผลวิจัยว่าจะทำให้ลูกในครรภ์พิการได้ แต่เมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์ควรหยุดกินทันที กินยาคุมตอนท้องทำให้แท้งลูกจริงหรือ เมื่อเรากินยาคุมจะมีผลต่อร่างกายคือมดลูกมีเมือกมากขึ้น ผนังมดลูกมีความบาง ขัดขวางการเคลื่อนที่ของอสุจิไม่ให้สามารถไปวางไข่ได้ เพราะมดลูกมีผนังที่บาง ดังนั้นเมื่อคุณกินยาคุมตอนท้องก็ไม่มีผลกระทบที่เป็นอันตรายแต่อย่างใด

คุณแม่ตั้งครรภ์ ไม่ควรทำงานบ้านเหล่านี้

คุณแม่ตั้งครรภ์ ไม่ควรทำงานบ้านเหล่านี้ !

คุณแม่ตั้งครรภ์ในปัจจุบันนี้ มักได้รับคำแนะนำจากคุณหมอว่าให้ขยับร่างกาย ออกกำลังกายเบาๆ อีกทั้งยังสามารถทำงานบ้านได้ เพื่อทำให้ร่างกายแข็งแรงมีความพร้อมต้องการเบ่งทารกน้อยออกมา หากแต่การทำงานบ้านนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถทำได้ทุกอย่าง เนื่องจากงานบ้านบางอย่างก็สามารถเป็นอันตรายต่อคุณแม่ได้ 1. การใช้สารเคมีรุนแรง เช่น ยาฉีดยุง , น้ำยาขัดห้องน้ำ เป็นต้น โดยล้วนแล้วแต่ประกอบด้วยสารเคมีที่สามารถระเหยได้ เมื่อคุณแม่หายใจเข้าไป ก็จะเป็นอันตรายต่อลูกน้อยได้นั่นเอง 2. การยกของหนัก แนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงการยกของหนักทุกชนิด เพราะส่งผลต่อกระดูกสันหลังของคุณแม่ ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงทารกในครรภ์

พัฒนาการของลูกน้อยวัยอายุ-16-เดือน-ที่คุณแม่ต้องรู้-แม่บ้านยุคใหม่

พัฒนาการของลูกน้อยวัยอายุ 16 เดือน ที่คุณแม่ต้องรู้

พัฒนาการเด็ก เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญ ที่ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ต้องพยายามติดตามอยู่เสมอ เพื่อตรวจสอบว่าเจ้าตัวเล็กของคุณมีพัฒนาการสมวัยหรือไม่ ถ้าเกิดเหตุอันใดจะได้หาทางแก้ไขทัน เพราะนั้นในวันนี้เราจะพาคุณผู้อ่านไปทำความรู้จักกับพัฒนาการของเด็กวัย 16 เดือนกัน 1. พัฒนาการด้านร่างกาย สำหรับเด็กอ่อนในวัยนี้ สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วขึ้น หากแต่อย่างไรก็ตามอาจยังไม่ค่อยมีความมั่นคง แข็งแรงเท่าไหร่ และจากการเคลื่อนไหวได้นี้เอง จึงทำให้เหล่าเด็กๆ กลายมาเป็นยอดนักสำรวจ อยากรู้อยากเห็น ชอบรวมทั้งหยิบจับพร้อมขว้างปาสิ่งของไปทั่วทิศทาง แต่อย่างไปห้ามเขานะคะเพราะการทำเช่นนี้เป็นการฝึกทักษะทางด้านการใช้มือและตาให้สัมพันธ์กัน กิจกรรมที่คุณแม่ทำได้ คือ

Close Menu