วิธีออมเงินสำหรับสาวนักช็อป

วิธีออมเงินสำหรับสาวนักช็อป
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

ปัญหานี้เป็นปัญหาระดับชาติสำหรับสาวๆขาช็อป ที่ไม่เคยมีเงินเก็บเลย จริงๆ เรามีทริคดีๆ มาบอกต่อกันไม่อยากให้สาวๆพลาดกัน เนื่องจากแอดมินเคยประสบปัญหาเดียวกันนี้มาก่อน แต่เดี๋ยวนี้ชั้นอยู่เหนือปัญหาแล้วจ้า ถ้าทำได้คือมีตังค์เหลือเก็บแน่นอนค่ะ

1.แบ่งเงิน ทุกครั้งที่มีรายรับไม่ว่ารายการใดเราควรแบ่งออกเป็นสองส่วน เลือกเอาว่าจะใช้กี่เปอร์เซ็นต์ เก็บกี่เปอร์เซ็นต์ของรายรับที่มี ทั้งนี้จะทำให้เรารู้ว่าวงเงินในการใช้จ่ายเรามีเท่าไหร่ไม่รวมเงินเก็บนะ เราสามารถวางแผนการช็อปของเราได้จากเงินที่ใช้เท่านั้น

2.เปิดบัญชีธนาคารแบบไม่ทำบัตร วิธีการนี้ไว้ใช้เป็นบัญชีเงินเก็บ เนื่องจากการที่เราไม่ทำบัตร ATM มันจะเป็นปัญหาในการเบิกจ่ายเงิน ยิ่งยากก็ยิ่งเหลือ ดังนั้นวิธีนี้เป็นอีกวิธีที่ทำให้เงินเก็บคุณคงเหลือและยากต่อการเบิกออกมาใช้

3.ทำบัญชีรายรับ รายจ่าย การลงรายการรายรับจ่ายในแต่ละวัน มีข้อดีคือทำให้เราวิเคราะห์การใช้เงินของเราได้ เมื่อถึงเวลาจะต้องมานั่งดูรายจ่ายที่ไม่จำเป็น อันไหนที่จ่ายออกไปแล้วสามารถตัดได้บ้าง อันไหนเป็นรายจ่ายประจำที่ต้องใช้ในแต่ละเดือน แค่นี้คุณก็จะสามารถคำนวณเงินที่จะใช้ช็อปของคุณได้ในแต่ละเดือน ได้ทั้งช็อปและยังเหลือเงินเก็บอีก

4.พกเงินสดน้อยก็ใช้น้อย วิธีนี้ก็เป็นอีกวิธีที่แอดมินทำเป็นประจำ เคยเป็นไหมกดมาเยอะก็ใช้เยอะ กดน้อยก็ใช้น้อย อันนี้จริงเอาง่ายๆ คืนวันศุกร์ต้องมีสังสรรค์กับเพื่อนปกติจ่ายค่าเหล้า 1,000 ค่ารถ 500 ไม่เกินนี้ แต่ครั้งไหนมีเงินในกระเป๋า 3,000 ก็หมดสามพันเคยงงไหม และเวลาสังสรรค์ก็หาที่ไปของเงินไม่ได้ด้วย ดังนั้นกดมาน้อยแต่พอใช้พอ

5.เก็บแบงค์ห้าสิบ อันนี้เป็นวิธีหนึ่งที่คนหันมาทำกันมาก เนื่องจากเราตั้งเป้าไว้ว่าแบงค์ห้าสิบมันได้ยากเมื่อเจอควรเก็บไม่ควรใช้ คุณลองทำแบบนี้ปีนึงคุณจะคิดไม่ถึงเลยว่ายอดเงินมันมากแค่ไหนอันนี้ก็เป็นอีกวิธีนึงที่เพื่อนๆ และตัวแอดมินเลือกทำควบคู่กันไป รึเราอาจตั้งเป้าไว้ว่าเงินนี้ไว้สำหรับจุดประสงค์ใดประสงค์หนึ่งก็ได้

6.ตั้งเป้าหมาย การเช็ตเป้าในการเก็บเงินนี้เป็นอีกวิธีที่จะทำให้คุณตั้งใจเก็บมากขึ้น เช่นเงินก้อนนี้จะไปเที่ยวที่ไหนซักแห่งตอนปีใหม่ หรือเงินก้อนนี้จะซื้อของขวัญชิ้นใหญ่ให้ตัวเองตอนปลายปี หรือตอนวนครบรอบวันเกิดตัวเอง ถ้าเรามีเป้าในการเก็บเงินแล้วยิ่งดี ด้วยว่าเป้าคุณเป็นเป้าที่จะช็อปของให้ตัวเองแล้วนะยิ่งเก็บได้ดี แต่อีกข้อนึงคือเมื่อเห็นเงินเก็บก้อนใหญ่ที่จะใช้จ่ายนี้คุณอาจจะเสียดายล้มเลิกการใช้เป็นเก็บเข้าบัญชีจริงจัง

ไปลองกันนะจ๊ะสาวๆ แล้วพวกเธอจะหมดปัญหาการช็อปแบบล้มละลายไร้เงินเก็บ

#Lifestley #ได้เงินจริง

More to explorer

ไข้หวัดแดด โรคในเด็กที่พบบ่อย ช่วงหน้าร้อน แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน

ไข้หวัดแดด โรคในเด็กที่พบบ่อย ช่วงหน้าร้อน

อากาศในหน้าร้อนแบบนี้ไม่เพียงแต่ผู้ใหญ่ที่ต้องทนทรมานกับคลื่นความร้อน แต่เด็กๆ ก็เช่นกัน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับโรคไข้หวัดแดดในเด็กกัน จะเป็นอย่างไรนั้นไปดูกันเลย ไข้หวัดแดด เกิดจากอะไร การเกิดไข้หวัดแดดนั้น เกิดจากที่อุณหภูมิมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยที่เป็นอากาศที่ร้อนเป็นหลักจึงทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน อาการไข้หวัดแดด 1.อ่อนเพลีย ข้อนี้อาจแยกได้ยากเพราะหากเป็นไข้หวัดก็จะเป็นเช่นกัน และหากเป็นไข้ร่วมกันกันปากที่แห้งจนแข็งอันนี้จะเป็นข้อบ่งชี้ว่าเด็กเป็นไข้หวัดแดดได้ 2.ไม่มีอาการเจ็บคอ คอแห้ง แสบคอ หากเป็นหวัดจากไวรัสเด็กจะมีอาการเจ็บคอ ร่วมด้วยและอาจมีเสมหะในรายที่คออักเสบมากๆ อาจทำให้เด็กรู้สึกแสบคอมากได้เช่นกัน 3.มีน้ำมูกใส เล็กน้อยหรือไม่มีเลย

อายุการใช้งาน ของขวดนมและจุกนมเด็ก แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน

อายุการใช้งาน ของขวดนม และจุกนมเด็ก

คุณแม่มือใหม่บางคนที่เริ่มให้ลูกใช้ขวดนม อาจจะยังไม่ทราบว่าขวดนมแต่ละแบบนั้นมีอายุใช้งานอยู่ ไม่ใช่ว่าจะใช้ได้ตลอดโดยไม่ต้องเปลี่ยนขวดใหม่เลย ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่า อายุการใช้งานของขวดนมและจุกนมนั้น เป็นอย่างไร อายุการใช้งานของ ขวดนม 1.ขวดที่มีสีขาวขุ่น  ขวดแบบนี้สามารถทนอุณหภูมิ ( -20̊ ) – 110 ̊ และอายุการใช้งานนั้นโดยเฉลี่ยแล้วจะสามารถอยู่ได้ ถึง 6 เดือน โดยจะต้องแล้วแต่ความถี่ในการทำความสะอาดและต้มหรือนึ่งฆ่าเชื้อ  2.ขวดพลาสติกที่ขาวใส

ลูกติดหวาน รับมืออย่างไร มาดู 5 เทคนิคนี้ แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน

ลูกติดหวาน รับมืออย่างไร มาดู 5 เทคนิคนี้

ขนมต่างๆ มักมีรสหวานเพื่อให้เด็กรู้สึกอร่อยและเป็นรสชาติที่ทำให้มีความสุข ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่โตขึ้นเด็กๆ ก็จะเริ่มเลือกทานแต่อาหารหวานๆ จนทำให้ ลูกติดหวาน ในที่สุด ซึ่งคุณพ่อคุณแม่จะทำอย่างไรดี มาดูเทคนิคที่เราหามาให้ได้อ่านกันไปดูกันเลย วิธีรับมือเมื่อ ลูกติดหวาน 1.คุณคือคนที่เลือกอาหารให้ลูก การทานอาหารในแต่ละมื้อ หลักๆ เด็กจะต้องทานที่บ้านและคุณก็จะต้องเป็นคนหาให้เขาได้ทานดังนั้นคุณเองก็ควรลองทำกับข้าวที่สามารถควบคุมรสชาติได้เองเพื่อเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกให้หันมาทานอาหารที่ไม่หวานได้ 2.ตัวอย่างที่ดีคือตัวคุณเอง การยกตัวอย่างต่างๆ ก็ไม่เท่าทำให้ดู ลูกๆ  จะมองคุณเป็นต้นแบบในแทบทุกเรื่องดังนั้นหากคุณห้ามให้ลูกไม่ทานหวานแต่ตัวคุณกลับทำซะเอง เด็กๆ ก็จะทำตามอย่างที่คุณทำแน่นอน