ห้องนั่งเล่นแบบไหนที่เหมาะกับฮวงจุ้ยรับโชค

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

ห้องนั่งเล่น คงเป็นห้องที่ใครใครก็เข้ามาเจอได้ง่าย เพียงแค่เปิดบ้านเข้ามาก็เจอ เป็นส่วนใหญ่ของบ้านทั่วๆ ไปแถมบางบ้าน ยังใช้ห้องนั่งเล่นเป็นห้องรับแขกด้วย

โดยทั่วไปห้องนั่งเล่น มักอยู่ใกล้ตำแหน่งประตูทางเข้า หรืออยู่ใกล้กับประตูใหญ่ของบ้านมากที่สุด จึงมีโอกาสรับโชคลาภจากทางเข้าได้มากกว่าส่วนอื่นๆของบ้าน แต่ห้องนั่งเล่นที่รับฮวงจุ้ยได้ดี มีอย่างไรบ้างเราตามไปอ่านข้างล่างกันได้เลย

ห้องนั่งเล่น

1. ต้องสว่างโปร่ง
ห้องนั่งเล่นที่โปร่ง โล่งสบายๆ จะต้องมีสภาพหยินและหยาง ควบคุมสมดุลอย่างเป็นกลาง คือไม่สว่างหรือมืดทึบจนเกินไปถ้าหากเราเน้นถึงความสว่างก็จะส่งเสริมให้บ้านได้โชคได้ลาภเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ แต่ถ้าหากบ้านมืดจนเกินไป ก็จะทำให้สิ่งที่เข้ามารถแรงหรือพลังลงไปด้วยเช่นกัน บ้านที่โปร่งโล่งสบายหรือมีห้องนั่งเล่นที่โล่งจะทำให้เกิดความสะดวกสบาย ลมจากภายนอกจะพัดผ่านเข้ามา ทำให้คนที่นั่งเล่นอยู่รู้สึกผ่อนคลาย รู้สึกถึงอากาศที่มากระทบกับตัว  ทำให้รู้สึกโล่งสบายเช่นเดียวกันกับสภาพห้อง ดังนั้นเราควรดูแลห้องนั่งเล่น ให้มีแสงสว่างและอากาศถ่ายเทในปริมาณที่เหมาะสม

ตำแหน่งของห้องนั่งเล่น ควรอยู่ใกล้กับประตูใหญ่หรือประตูทางเข้าของบ้านให้มากที่สุด ไม่ควรนำสิ่งของที่ดูไม่เรียบร้อยมาวางขวางทางเข้า-ออกของบ้านหรือวางขวางทางเข้า-ออกของห้องนั่งเล่น และไม่ควรนำสิ่งของที่มีมุมแหลม หรืออาจจะทิ่มแทงมาวางไว้ดังตำแหน่งดังกล่าว เพราะจะทำให้เกิดความเจ็บป่วยและไม่เป็นมิตรกับผู้ที่มาเยี่ยมเยือนเราภายในบ้าน

2.ต้องไม่มีซอกหรือหลืบ
การตกแต่งห้องนั่งเล่นควรดูโปร่ง โล่งสบายและเป็นมิตรต่อทุกคนที่เข้ามาใช้ห้องนี้ แล้วหากภายในห้องมีการตกแต่งที่ทำให้เกิดซอกหรือหลืบ ควรจะจัดการโดยการใช้กระจกหรือติดตั้งแสงไฟเสริมในบริเวณนั้น กรณีมีฝ้าหลุมบริเวณห้องนั่งเล่นอนุโลมได้ เพราะเราไม่ได้ใช้ห้องนั่งเล่นเป็นที่นอนเวลานาน ถ้าหากภายในห้องนั่งเล่นมีฝ้าหลุมให้ตกแต่งด้วยแสงไฟเพื่อแก้ฮวงจุ้ย

 3.ตกแต่งด้วยสีตามพลังงานธาตุ
เนื่องจากห้องนั่งเล่นของเราส่วนใหญ่ อยู่ใกล้กับประตูทางเข้าหรือประตูใหญ่ ดังนั้นห้องนั่งเล่น ควรตกแต่งด้วยสีตามพลังธาตุ ของประตูถือเป็นฮวงจุ้ยที่ดีเช่น ประตูหันไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีพลังธาตุดินห้องนั่งเล่นที่แต่งด้วยสีแนวขาว สีครีม สีอ่อน ก็จะเป็นการดีส่งเสริมให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งการตกแต่งสีให้เข้ากับพลังธาตุนั้นควรปรึกษาซินแสผู้รู้ เพื่อให้เกิดพลังธาตุที่ดีสำหรับบ้านนั้นๆ

4.ควรมีสิ่งที่เคลื่อนไหวได้ในตำแหน่งที่เหมาะสม
ควรจัดวางสิ่งของที่เคลื่อนไหวหรือเคลื่อนที่ได้เพื่อเป็นการกระตุ้นพลังงาน เช่น แอร์ พัดลม นาฬิกาแบบเข็ม ทีวีที่เปิดไว้ ควรจัดวางให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีและใช้งานได้อย่างสะดวกอีกทั้งยังต้องตั้งให้ตรงกับองศาของทิศฮวงจุ้ยด้วย

5.มีความกลมกลืนเป็นธรรมชาติ
เพราะห้องนั่งเล่นvเป็นห้องที่ทุกคนมาพักผ่อน ดังนั้นเราจึงจัดวางห้องนี้ให้มีชีวิตชีวาด้ วยการประดับกระถางต้นไม้บริเวณมุมห้อง จะช่วยส่งเสริมให้ห้องดูเป็นมิตรและมีชีวิตชีวา ดูมีความชุ่มชื้น ใครผ่านไปผ่านมาก็สบายตา แนะนำให้ซื้อต้นไม้ที่ดูแลได้ง่ายไม่มีหนามหรือแหลมคม มาวางไว้เพื่อเสริมโชคลาภให้ดีขึ้นยิ่งขึ้นไป

Sponsor By. Casinofever
#บ้านและสวน #ฮ้วงจุ้ย

More to explorer

อันตรายแค่ไหน-เมื่อกินยาคุมตอนท้อง แม่บ้านยุคใหม่

อันตรายแค่ไหน เมื่อกินยาคุมตอนท้อง

การตั้งครรภ์เป็นเรื่องปกติที่ผู้หญิงจะต้องเจอ แต่การท้องแบบไม่รู้ตัวนั้นก็มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ ซึ่งมักเกิดกับคนที่กินยาคุมกำเนิด เมื่อไม่รู้ตัวว่าท้องก็มักจะกินยาคุมกำเนิดต่อไปเรื่อยๆจนเริ่มรู้ตัว เมื่ออายุครรภ์ได้ 1-2 เดือนแล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่หลายคนก็ยังกินยาคุมกำเนิดอยู่ จนทำให้กังวลใจว่าจะเป็นอันตรายต่อลูก แต่การกินยาคุมกำเนิดตอนท้องจะอันตรายแค่ไหนวันนี้เรามีคำตอบ และข้อมูลดีๆ มาแนะนำให้คุณแม่บ้านยุคใหม่กันค่ะ กินยาคุมตอนท้องลูกจะพิการไหม หมดกังวลไปได้เลยว่าการกินยาคุมกำเนิดระหว่างท้องจะทำให้ลูกพิการ เพราะยังไม่มีผลวิจัยว่าจะทำให้ลูกในครรภ์พิการได้ แต่เมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์ควรหยุดกินทันที กินยาคุมตอนท้องทำให้แท้งลูกจริงหรือ เมื่อเรากินยาคุมจะมีผลต่อร่างกายคือมดลูกมีเมือกมากขึ้น ผนังมดลูกมีความบาง ขัดขวางการเคลื่อนที่ของอสุจิไม่ให้สามารถไปวางไข่ได้ เพราะมดลูกมีผนังที่บาง ดังนั้นเมื่อคุณกินยาคุมตอนท้องก็ไม่มีผลกระทบที่เป็นอันตรายแต่อย่างใด

คุณแม่ตั้งครรภ์ ไม่ควรทำงานบ้านเหล่านี้

คุณแม่ตั้งครรภ์ ไม่ควรทำงานบ้านเหล่านี้ !

คุณแม่ตั้งครรภ์ในปัจจุบันนี้ มักได้รับคำแนะนำจากคุณหมอว่าให้ขยับร่างกาย ออกกำลังกายเบาๆ อีกทั้งยังสามารถทำงานบ้านได้ เพื่อทำให้ร่างกายแข็งแรงมีความพร้อมต้องการเบ่งทารกน้อยออกมา หากแต่การทำงานบ้านนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถทำได้ทุกอย่าง เนื่องจากงานบ้านบางอย่างก็สามารถเป็นอันตรายต่อคุณแม่ได้ 1. การใช้สารเคมีรุนแรง เช่น ยาฉีดยุง , น้ำยาขัดห้องน้ำ เป็นต้น โดยล้วนแล้วแต่ประกอบด้วยสารเคมีที่สามารถระเหยได้ เมื่อคุณแม่หายใจเข้าไป ก็จะเป็นอันตรายต่อลูกน้อยได้นั่นเอง 2. การยกของหนัก แนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงการยกของหนักทุกชนิด เพราะส่งผลต่อกระดูกสันหลังของคุณแม่ ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงทารกในครรภ์

พัฒนาการของลูกน้อยวัยอายุ-16-เดือน-ที่คุณแม่ต้องรู้-แม่บ้านยุคใหม่

พัฒนาการของลูกน้อยวัยอายุ 16 เดือน ที่คุณแม่ต้องรู้

พัฒนาการเด็ก เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญ ที่ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ต้องพยายามติดตามอยู่เสมอ เพื่อตรวจสอบว่าเจ้าตัวเล็กของคุณมีพัฒนาการสมวัยหรือไม่ ถ้าเกิดเหตุอันใดจะได้หาทางแก้ไขทัน เพราะนั้นในวันนี้เราจะพาคุณผู้อ่านไปทำความรู้จักกับพัฒนาการของเด็กวัย 16 เดือนกัน 1. พัฒนาการด้านร่างกาย สำหรับเด็กอ่อนในวัยนี้ สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วขึ้น หากแต่อย่างไรก็ตามอาจยังไม่ค่อยมีความมั่นคง แข็งแรงเท่าไหร่ และจากการเคลื่อนไหวได้นี้เอง จึงทำให้เหล่าเด็กๆ กลายมาเป็นยอดนักสำรวจ อยากรู้อยากเห็น ชอบรวมทั้งหยิบจับพร้อมขว้างปาสิ่งของไปทั่วทิศทาง แต่อย่างไปห้ามเขานะคะเพราะการทำเช่นนี้เป็นการฝึกทักษะทางด้านการใช้มือและตาให้สัมพันธ์กัน กิจกรรมที่คุณแม่ทำได้ คือ

Close Menu