4 วิธีลดถุงใต้ตา

4 วิธีลดถุงใต้ตา
Facebook
Twitter

ช่วงนี้งานเยอะไม่รู้จะเยอะยังไง นอนก็น้อย หน้าก็โทรม ดวงตาไม่ค่อยจะได้พักเลย ปัญหาถุงใต้ตาก็ถามหาได้นะคะ วันนี้พี่จ๊ะจ๋า มี 4 วิธีกำจัดถุงใต้ตาให้หมดไปด้วยของใช้ใกล้ตัว บอกเลยว่าเป็นวิธีง่ายๆ ทำตามได้ไม่ยุ่งยาก ตามมาดูกันเลยค่ะ

วิธีที่ 1 ไข่ขาว
ตอกไข่โดยเเยกไข่ขาวและไข่เเดงออกจากกัน จากนั้นนำไข่ขาวที่ได้มาทาบริเวณใต้ดวงตาให้ทั่วทั้งสองข้าง ทิ้งไว้ประมาณ 20 – 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

วิธีที่ 2 ถุงชาใช้แล้ว
เพียงแค่นำถุงชาที่ผ่านการชงแล้วไปแช่เย็นประมาณ 10 นาที จากนั้นนำออกมาจุ่มลงไปในน้ำเย็นอีกครั้ง แล้วจึงมาแปะไว้ที่ดวงตาทั้ง 2 ข้าง เป็นเวลา 20 – 30 นาที แล้วนำออก เนื่องจากในถุงชานั้นมีสารกาเฟอีน ที่มีสรรพคุณช่วยลดอาการบวมของผิวหนังได้ดี

วิธีที่ 3 เกลือ
ผสมเกลือครึ่งช้อนโต๊ะ กับน้ำอุ่นสะอาดแล้วคนให้เกลือละลาย จากนั้นนำสำลีลงไปชุบให้ชุ่มแผ่น แล้วแปะทิ้งไว้ที่ดวงตาประมาณ 5 นาที พบครบกำหนดจึงลุกไปล้างออกด้วยน้ำเย็น

วิธีที่ 4 มันฝรั่งดิบ
นำมันฝรั่งดิบไปล้างให้สะอาด แล้วนำมาหั่นเป็นเเว่นๆ จากนั้นแค่นำมาไว้ที่ดวงตา 20 นาที แล้วจึงนำออก มันฝรั่งนั้นจะมีคาร์โบไฮเดรตที่สามารถช่วยลดการอักเสบของผิวหนังบริเวณรอบดวงตาได้

เขียนโดย :จ๊ะจ๋า บาคาร่า
ข้อมูล : ladyissue
#วิธีลดถุงใต้ตา # มาร์คตา #ไลฟ์สไตล์ #ผู้หญิง

More to explorer

ผลเสียจากการที่คุณมักสั่งให้ “ลูกเงียบ”

ผลเสียจากการที่คุณมักสั่งให้ “ลูกเงียบ”

ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่เมื่อเห็นว่าลูกที่อยู่ในช่วงปฐมวัยมักจะชอบเล่นซน เสียงดัง หรือร้องไห้ก็มักจะชอบพูดคำว่า “เงียบ” ไม่ว่าจะเป็นการบอกโดยออกคำสั่งหรือบอกแบบปลอบประโลมก็ตาม

น่าสนใจ!! ตามไปดูปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตั้งครรภ์แฝด

น่าสนใจ!! ตามไปดูปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตั้งครรภ์แฝด

ในการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติในระยะแรกเราจะไม่สามารถรู้ได้ว่าการตั้งครรภ์ของคุณนั้นเป็นการตั้งครรภ์แบบปกติหรือว่าเป็นการตั้งครรภ์แฝด แน่นอนว่าพันธุกรรมมีผลอย่างมากกับการตั้งครรภ์แฝด สำหรับวันนี้เราได้นำเอาอีกหนึ่งข้อมูลที่มีความน่าสนใจซึ่งก็คือ ปัจจัยที่ทำให้เกิดการตั้งครรภ์แฝด แน่นอนว่าใครที่อยากจะรู้ว่าสาเหตุที่ทำให้เราตั้งครรภ์แฝดนั้นมีอะไรได้บ้าง

วิธีการหยุดพฤติกรรม “กัดเล็บ” ในเด็ก

วิธีการหยุดพฤติกรรม “กัดเล็บ” ในเด็ก

พฤติกรรมแต่ละอย่างที่แสดงออกมาของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสภาพจิตใจหรือลักษณะการแสดงออกของแต่ละคน บางคนชอบประหม่าไม่มั่นใจตัวเองเมื่อต้องอยู่ในกลุ่มคนหมู่มาก ในขณะที่บางคนจะรู้สึกมั่นใจในตนเองมากเมื่ออยู่ในกลุ่มคนหมู่มาก ซึ่งการแสดงออกหรือพฤติกรรมเหล่านี้แต่ละคนก็จะมีความแตกต่างกันออกไป