ท้องแล้วกลัวผิวลาย!! ท้องนี้ดูแลผิวให้สวย ทำได้อย่างไรบ้าง

ท้องแล้วกลัวผิวลาย!! ท้องนี้ดูแลผิวให้สวย ทำได้อย่างไรบ้าง
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

นอกจากรูปร่างของคุณแม่ที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดแล้ว ยังมีอีกสิ่งที่เปลี่ยนไป และสิ่งนั้นก็ทำให้คุณแม่หลายๆ ท่าน อดกังวลไม่ได้ นั่นก็คือ เรื่องของผิวพรรณ

 ยิ่งคุณแม่ที่ผิวคล้ำง่ายหรือเป็นสิวบ่อยๆ อยู่แล้ว จะพบว่าอาการหนักกว่าเดิม ส่วนคุณแม่ ที่ไม่เคยมีอาการก็อาจจะเกิดเป็นขึ้นมาได้ ทั้งนี้เนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของ ฮอร์โมนภายในร่างกาย ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตามมา เช่น มีสิวขึ้นที่ใบหน้า มากกว่าปกติ เกิดรอยคล้ำตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย รอยแตกลาย และอื่นๆ สารพัด

แม่ตั้งครรภ์กับสิว ฝ้า

ช่วงตั้งครรภ์คุณแม่จะเป็นสิวได้ง่าย แม้ว่าจะดูแลผิวอย่างดี เพราะว่าฮอร์โมนที่ เปลี่ยนแปลงระหว่างตั้งครรภ์นั้น มีผลทำให้ต่อมไขมันผลิตไขมันมากขึ้น ทำให้หน้ามันและสกปรกได้ง่าย ควรพยายามรักษาความสะอาดของใบหน้าอยู่เสมอ

ไม่ ควรแกะหรือบีบสิว หากเป็นสิวแล้วแพ้ โฟมล้างหน้า ครีมบํารุงผิวที่เคยใช้ ควรปรึกษา แพทย์ ไม่ควรซื้อยามาทานเองอย่างเด็ดขาด เพราะยาบางชนิดมีผลกระทบต่อลูกใน ครรภ์ได้

เรื่องฝ่าก็เช่นกัน ระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงในขณะตั้งครรภ์ มีผลทำให้ใบหน้า มีฝ้าและหมองคล้ำได้ง่ายกว่าปกติ การทาครีมกันแดดกันแดดอาจจะช่วยได้บ้าง ถ้าต้องการใช้ครีมรักษาฝ้า ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

ทำไมผิวคล้ำเสีย

เรื่องผิวกายก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาสำหรับแม่ตั้งครรภ์ ทั้งๆ ที่ดูแลผิวอย่างดี ไม่ถูกแดดจัดๆ แต่ผิวก็ยังคล้ำเสียได้ง่าย ยิ่งตามรักแร้ ขาหนีบ ข้อพับ รอยคล้ำเกิดขึ้นให้หงุดหงิดใจ แต่วางใจได้ค่ะ เพราะรอยคล้ำเหล่านี้มักจะจางลงหลังคลอด

ส่วนรอยแตกลายมักเกิดขึ้นกับคุณแม่ตั้งครรภ์ เนื่องจากการขยายตัวของผิวหนัง ขณะตั้งครรภ์ พบได้ทั้งบริเวณ หน้าท้อง ต้นขา สะโพก การทาครีมบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอช่วยได้ค่ะ

โดยเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิว ทาแล้วไม่แพ้ การใช้สบู่อ่อนๆ หรือครีมอาบน้ำที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์ จะช่วยเพิ่ม ความชุ่มชื่นให้ผิวได้ ส่วนโลชั่นต่างๆ หรือเบบี้ออยล์ที่คุณแม่เคยใช้ยังคงใช้ได้ แต่ เครื่องสำอางบางชนิดที่มีส่วนผสมของฮอร์โมนหรือมีสารสเตียรอยด์เป็นส่วนผสม ห้ามใช้เด็ดขาดค่ะ

ที่ สำคัญ คุณแม่ควรดูแลผิวหนังไม่ให้เกิดอับชื้น เพราะความอับชื้นอาจทำให้เกิด เชื้อรา หรือเกิดรอยคล้ำที่บริเวณขาหนีบและจุดซ่อนเร้นได้ หากมีอาการคันพยายาม อย่าเกาควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง ไม่ควรซื้อยามากินหรือทาเอง

ป๊อกเด้งออนไลน์

More to explorer

ไข้หวัดแดด โรคในเด็กที่พบบ่อย ช่วงหน้าร้อน แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน

ไข้หวัดแดด โรคในเด็กที่พบบ่อย ช่วงหน้าร้อน

อากาศในหน้าร้อนแบบนี้ไม่เพียงแต่ผู้ใหญ่ที่ต้องทนทรมานกับคลื่นความร้อน แต่เด็กๆ ก็เช่นกัน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับโรคไข้หวัดแดดในเด็กกัน จะเป็นอย่างไรนั้นไปดูกันเลย ไข้หวัดแดด เกิดจากอะไร การเกิดไข้หวัดแดดนั้น เกิดจากที่อุณหภูมิมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยที่เป็นอากาศที่ร้อนเป็นหลักจึงทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน อาการไข้หวัดแดด 1.อ่อนเพลีย ข้อนี้อาจแยกได้ยากเพราะหากเป็นไข้หวัดก็จะเป็นเช่นกัน และหากเป็นไข้ร่วมกันกันปากที่แห้งจนแข็งอันนี้จะเป็นข้อบ่งชี้ว่าเด็กเป็นไข้หวัดแดดได้ 2.ไม่มีอาการเจ็บคอ คอแห้ง แสบคอ หากเป็นหวัดจากไวรัสเด็กจะมีอาการเจ็บคอ ร่วมด้วยและอาจมีเสมหะในรายที่คออักเสบมากๆ อาจทำให้เด็กรู้สึกแสบคอมากได้เช่นกัน 3.มีน้ำมูกใส เล็กน้อยหรือไม่มีเลย

อายุการใช้งาน ของขวดนมและจุกนมเด็ก แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน

อายุการใช้งาน ของขวดนม และจุกนมเด็ก

คุณแม่มือใหม่บางคนที่เริ่มให้ลูกใช้ขวดนม อาจจะยังไม่ทราบว่าขวดนมแต่ละแบบนั้นมีอายุใช้งานอยู่ ไม่ใช่ว่าจะใช้ได้ตลอดโดยไม่ต้องเปลี่ยนขวดใหม่เลย ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่า อายุการใช้งานของขวดนมและจุกนมนั้น เป็นอย่างไร อายุการใช้งานของ ขวดนม 1.ขวดที่มีสีขาวขุ่น  ขวดแบบนี้สามารถทนอุณหภูมิ ( -20̊ ) – 110 ̊ และอายุการใช้งานนั้นโดยเฉลี่ยแล้วจะสามารถอยู่ได้ ถึง 6 เดือน โดยจะต้องแล้วแต่ความถี่ในการทำความสะอาดและต้มหรือนึ่งฆ่าเชื้อ  2.ขวดพลาสติกที่ขาวใส

ลูกติดหวาน รับมืออย่างไร มาดู 5 เทคนิคนี้ แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน

ลูกติดหวาน รับมืออย่างไร มาดู 5 เทคนิคนี้

ขนมต่างๆ มักมีรสหวานเพื่อให้เด็กรู้สึกอร่อยและเป็นรสชาติที่ทำให้มีความสุข ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่โตขึ้นเด็กๆ ก็จะเริ่มเลือกทานแต่อาหารหวานๆ จนทำให้ ลูกติดหวาน ในที่สุด ซึ่งคุณพ่อคุณแม่จะทำอย่างไรดี มาดูเทคนิคที่เราหามาให้ได้อ่านกันไปดูกันเลย วิธีรับมือเมื่อ ลูกติดหวาน 1.คุณคือคนที่เลือกอาหารให้ลูก การทานอาหารในแต่ละมื้อ หลักๆ เด็กจะต้องทานที่บ้านและคุณก็จะต้องเป็นคนหาให้เขาได้ทานดังนั้นคุณเองก็ควรลองทำกับข้าวที่สามารถควบคุมรสชาติได้เองเพื่อเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกให้หันมาทานอาหารที่ไม่หวานได้ 2.ตัวอย่างที่ดีคือตัวคุณเอง การยกตัวอย่างต่างๆ ก็ไม่เท่าทำให้ดู ลูกๆ  จะมองคุณเป็นต้นแบบในแทบทุกเรื่องดังนั้นหากคุณห้ามให้ลูกไม่ทานหวานแต่ตัวคุณกลับทำซะเอง เด็กๆ ก็จะทำตามอย่างที่คุณทำแน่นอน