คุณแม่มือใหม่สงสัยไหมคะ ทำไมต้องให้นมแม่ล้วน ถึง 6 เดือน

คุณแม่มือใหม่สงสัยไหมคะ ทำไมต้องให้นมแม่ล้วน ถึง 6 เดือน
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

เพราะน้ำนมแม่เป็นแหล่งอาหารที่ดี ที่สุดสำหรับการเติบโตของลูกน้อย วัยทารก ที่สำคัญสุดคือ นอกจาก นมแม่จะช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโต ทางร่างกายให้ลูกน้อยแล้ว ยังเป็น อาหารที่สำคัญต่อการเจริญเติบโต ของสมองในช่วงวัยทารกอีกด้วย

 ดังนั้นหากต้องการให้สมองลูกพัฒนา ได้ดีและมีสติปัญญาที่ดีในอนาคต ควรให้ลูกน้อยได้รับนมแม่ให้เร็วที่สุด และนานที่สุดเท่าที่จะทำได้ และนมแม่จะมี น้ำย่อยอาหาร ที่ช่วยเสริมการย่อยมีสารต่อต้าน เชื้อโรค และมีน้ำมากถึง 87%

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุขก็ยัง ส่งเสริมให้คุณแม่ให้นมลูกทันทีและยาวนาน ด้วยเพราะนมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดและ เหมาะสมที่สุดต่อลูกน้อยทารก อุดมด้วย สารอาหารมากกว่า 200 ชนิด มีสารอาหาร วิตามิน แร่ธาตุต่างๆ อย่างครบถ้วน เพื่อการ พัฒนาสมอง เสริมภูมิคุ้มกัน และการเติบโต ที่ลูกน้อยวัยทารกต้องได้รับ

 นอกจากนี้นมแม่ ยังย่อยง่าย ลูกน้อยสามารถดูดซึมสารอาหาร ต่าง ๆ ไปใช้ในร่างกายได้เต็มที่และได้ง่าย ต่างจากอาหารอื่นที่ร่างกายอาจย่อยได้ยาก กว่า ทำให้ลูกท้องอืด อาหารไม่ย่อย และ มีอาการไม่สบายท้องต่างๆ

นอกจากนี้ลูกน้อยวัย 6 เดือนแรกยังมี ความจุของกระเพาะอาหารที่น้อยมาก รวมถึง การเรียงตัวของเซลล์ในลำไส้ก็ยังมีช่องว่าง ระหว่างเซลล์ที่ทำให้สิ่งแปลกปลอมเข้าไปได้ ง่าย ซึ่งจะไปกระตุ้นให้ลูกเกิดการแพ้ได้

ดังนั้นการให้อาหารอื่นๆ แก่ลูกน้อยวัยทารก อาจทำให้ลูกแพ้และส่งผลต่อการย่อยอาหาร ของลูก รวมถึงการให้ลูกกินอาหารอื่นๆ ในช่วงวัยไม่ถึง 6 เดือนจะทำให้ลูกกินนมแม่ ได้น้อยลง มีโอกาสเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของ

เชื้อโรค ทำให้ลูกเสี่ยงต่อการติดเชื้อทาง ระบบต่างๆ ซึ่งนอกจากนมแม่จะไม่ทำให้ลูก เกิดอาการแพ้แล้ว รสชาติของนมแม่ยังไม่ หวานจนเกินไป และมีแหล่งพลังงานสำคัญ คือไขมันในน้ำนม

โดยนมแม่จะมีน้ำย่อยอาหารที่ช่วยเสริม การย่อย มีสารต่อต้านเชื้อโรค และมีน้ำมาก ถึง 87 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ไม่จำเป็นต้องให้นำลูก อีก เพราะน้ำจะชะล้างสิ่งที่มีประโยชน์ออกไป จากปากลูก และทำให้เนื้อที่ในกระเพาะอาหาร ลูกน้อยลง ทำให้กินนมแม่ได้น้อยลงด้วย

เหตุผลที่ว่าทำไมจึงควรให้นมแม่จนถึงลูก อายุ 2 ขวบหรือมากกว่านั้น นอกจากเหตุผล เรื่องของจิตใจแล้วก็คือ มีภูมิคุ้มกันบางตัว ที่ลูกยังไม่สามารถสร้างเองได้จนกว่าจะอายุ 2 ขวบ แต่ในนมแม่มี

ที่สำคัญคือ เนื้อสมองของลูกจะพัฒนา มีส่วนประกอบหนาแน่นมากในขวบปี ที่สองและพัฒนาต่อไปอีก โดยลูกน้อย จะต้องได้รับสารอาหารหลายอย่างจาก นมแม่มาช่วยพัฒนาสมองให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น

ฝากขั้นต่ำ100บาท

More to explorer

ไข้หวัดแดด โรคในเด็กที่พบบ่อย ช่วงหน้าร้อน แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน

ไข้หวัดแดด โรคในเด็กที่พบบ่อย ช่วงหน้าร้อน

อากาศในหน้าร้อนแบบนี้ไม่เพียงแต่ผู้ใหญ่ที่ต้องทนทรมานกับคลื่นความร้อน แต่เด็กๆ ก็เช่นกัน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับโรคไข้หวัดแดดในเด็กกัน จะเป็นอย่างไรนั้นไปดูกันเลย ไข้หวัดแดด เกิดจากอะไร การเกิดไข้หวัดแดดนั้น เกิดจากที่อุณหภูมิมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยที่เป็นอากาศที่ร้อนเป็นหลักจึงทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน อาการไข้หวัดแดด 1.อ่อนเพลีย ข้อนี้อาจแยกได้ยากเพราะหากเป็นไข้หวัดก็จะเป็นเช่นกัน และหากเป็นไข้ร่วมกันกันปากที่แห้งจนแข็งอันนี้จะเป็นข้อบ่งชี้ว่าเด็กเป็นไข้หวัดแดดได้ 2.ไม่มีอาการเจ็บคอ คอแห้ง แสบคอ หากเป็นหวัดจากไวรัสเด็กจะมีอาการเจ็บคอ ร่วมด้วยและอาจมีเสมหะในรายที่คออักเสบมากๆ อาจทำให้เด็กรู้สึกแสบคอมากได้เช่นกัน 3.มีน้ำมูกใส เล็กน้อยหรือไม่มีเลย

อายุการใช้งาน ของขวดนมและจุกนมเด็ก แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน

อายุการใช้งาน ของขวดนม และจุกนมเด็ก

คุณแม่มือใหม่บางคนที่เริ่มให้ลูกใช้ขวดนม อาจจะยังไม่ทราบว่าขวดนมแต่ละแบบนั้นมีอายุใช้งานอยู่ ไม่ใช่ว่าจะใช้ได้ตลอดโดยไม่ต้องเปลี่ยนขวดใหม่เลย ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่า อายุการใช้งานของขวดนมและจุกนมนั้น เป็นอย่างไร อายุการใช้งานของ ขวดนม 1.ขวดที่มีสีขาวขุ่น  ขวดแบบนี้สามารถทนอุณหภูมิ ( -20̊ ) – 110 ̊ และอายุการใช้งานนั้นโดยเฉลี่ยแล้วจะสามารถอยู่ได้ ถึง 6 เดือน โดยจะต้องแล้วแต่ความถี่ในการทำความสะอาดและต้มหรือนึ่งฆ่าเชื้อ  2.ขวดพลาสติกที่ขาวใส

ลูกติดหวาน รับมืออย่างไร มาดู 5 เทคนิคนี้ แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน

ลูกติดหวาน รับมืออย่างไร มาดู 5 เทคนิคนี้

ขนมต่างๆ มักมีรสหวานเพื่อให้เด็กรู้สึกอร่อยและเป็นรสชาติที่ทำให้มีความสุข ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่โตขึ้นเด็กๆ ก็จะเริ่มเลือกทานแต่อาหารหวานๆ จนทำให้ ลูกติดหวาน ในที่สุด ซึ่งคุณพ่อคุณแม่จะทำอย่างไรดี มาดูเทคนิคที่เราหามาให้ได้อ่านกันไปดูกันเลย วิธีรับมือเมื่อ ลูกติดหวาน 1.คุณคือคนที่เลือกอาหารให้ลูก การทานอาหารในแต่ละมื้อ หลักๆ เด็กจะต้องทานที่บ้านและคุณก็จะต้องเป็นคนหาให้เขาได้ทานดังนั้นคุณเองก็ควรลองทำกับข้าวที่สามารถควบคุมรสชาติได้เองเพื่อเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกให้หันมาทานอาหารที่ไม่หวานได้ 2.ตัวอย่างที่ดีคือตัวคุณเอง การยกตัวอย่างต่างๆ ก็ไม่เท่าทำให้ดู ลูกๆ  จะมองคุณเป็นต้นแบบในแทบทุกเรื่องดังนั้นหากคุณห้ามให้ลูกไม่ทานหวานแต่ตัวคุณกลับทำซะเอง เด็กๆ ก็จะทำตามอย่างที่คุณทำแน่นอน