นมปรุงแต่งรสหวานกับเด็ก มีผลอย่างไร ? อันตรายหรือไม่ ?

นมปรุงแต่งรสหวานกับเด็ก มีผลอย่างไร ? อันตรายหรือไม่ ?
Facebook
Twitter

หลายคนต้องสงสัยแน่ๆ ถ้าลูกหรือเรา ชอบกินนมรสหวาน หรือนมปรุงแต่งรสอื่นๆ มีผลอย่างไร ? แล้วนมรสหวานอันตรายหรือไม่ ?

รู้หรือไม่ ว่า นมรสหวานจะให้พลังงานมากกว่านมปกติมากถึง 1 เท่าตัวเลยทีเดียว ซึ่งสำหรับเด็กแล้วควรกิน น้ำตาลได้ไม่เกินวันละ 4 ซ้อนชา แต่นมหวาน 1 กล่องจะมีน้ำตาลมากถึง 4-5ข้อนชา

แคลเซียมและโปรตื่นหายไป เพราะถูกทดแทนปริมาตรด้วยน้ำตาล ทำให้ลูกได้รับสารอาหารต่างๆไม่เต็มที่ เราจึงไม่เรียกนมหวานว่าเป็นนม แต่เรียกว่าเป็นขนม หากคุณแม่อยากให้ลูกรักกินขนมที่เป็นประโยชน์ก็เอานมหวานให้ลูกกินได้

แต่เวลาของขนมกับข้าวต้องห่างกัน เช่น ถ้าจะให้ลูกกินนมหวานแทนขนมทั่วไปก็ต้องให้ลูกกินข้าวให้อิ่มก่อน ถึงให้กินนมตามหลังได้ เพราะถ้าลูกกินนมหวานเข้าไปก่อนแล้ว ลูกจะกินอาหารหลักอย่างผักหรือผลไม้ได้น้อย ซึ่งปกติเด็กๆจะกินผักได้น้อยอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าลูกอิ่มจากนมหวาน เพราะน้ำตาลในเลือดเขามากแล้ว

เขาก็จะกินอาหารที่เป็นของดีๆมีคุณค่าต่อร่างกาย อย่างผักและผลไม้ได้น้อยลงไปที่สำคัญ นมหวานไม่สามารถให้เป็นนมหลักได้

สำหรับเด็กวัย 3-5ขวบควรกินนมจืดให้ครบ วันละประมาณ 3 แก้ว ส่วนนมหวานเป็นของเสริม และหากหลีกเลี่ยงได้ก็ควรหลีกเลี่ยงเพราะการให้ลูกดื่มนมหวานจะทำให้ลูกเสี่ยงติดรสชาติหวาน และเขาจะไม่หยุดแค่นม พอชินกับรสหวานแล้วเวลากินอะไรก็จะติดรสหวานมาก ลูกก็จะกินขนมมากขึ้น

แทงบอลไม่มีขั้นต่ำ

More to explorer

ผลเสียจากการที่คุณมักสั่งให้ “ลูกเงียบ”

ผลเสียจากการที่คุณมักสั่งให้ “ลูกเงียบ”

ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่เมื่อเห็นว่าลูกที่อยู่ในช่วงปฐมวัยมักจะชอบเล่นซน เสียงดัง หรือร้องไห้ก็มักจะชอบพูดคำว่า “เงียบ” ไม่ว่าจะเป็นการบอกโดยออกคำสั่งหรือบอกแบบปลอบประโลมก็ตาม

น่าสนใจ!! ตามไปดูปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตั้งครรภ์แฝด

น่าสนใจ!! ตามไปดูปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตั้งครรภ์แฝด

ในการตั้งครรภ์ตามธรรมชาติในระยะแรกเราจะไม่สามารถรู้ได้ว่าการตั้งครรภ์ของคุณนั้นเป็นการตั้งครรภ์แบบปกติหรือว่าเป็นการตั้งครรภ์แฝด แน่นอนว่าพันธุกรรมมีผลอย่างมากกับการตั้งครรภ์แฝด สำหรับวันนี้เราได้นำเอาอีกหนึ่งข้อมูลที่มีความน่าสนใจซึ่งก็คือ ปัจจัยที่ทำให้เกิดการตั้งครรภ์แฝด แน่นอนว่าใครที่อยากจะรู้ว่าสาเหตุที่ทำให้เราตั้งครรภ์แฝดนั้นมีอะไรได้บ้าง

วิธีการหยุดพฤติกรรม “กัดเล็บ” ในเด็ก

วิธีการหยุดพฤติกรรม “กัดเล็บ” ในเด็ก

พฤติกรรมแต่ละอย่างที่แสดงออกมาของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสภาพจิตใจหรือลักษณะการแสดงออกของแต่ละคน บางคนชอบประหม่าไม่มั่นใจตัวเองเมื่อต้องอยู่ในกลุ่มคนหมู่มาก ในขณะที่บางคนจะรู้สึกมั่นใจในตนเองมากเมื่ออยู่ในกลุ่มคนหมู่มาก ซึ่งการแสดงออกหรือพฤติกรรมเหล่านี้แต่ละคนก็จะมีความแตกต่างกันออกไป