10 วิธีการซักคราบเหลืองบนเสื้อบน ฝังลึกแค่ไหนก็เอาออก Ep.1

10 วิธีการซักคราบเหลืองบนเสื้อบน ฝังลึกแค่ไหนก็เอาออก Ep.1
Facebook
Twitter

ปัญหาคราบเหลืองฝั่งแน่นถือเป็นปัญหาใหญ่ระดับชาติของเหล่าแม่บ้านทั้งหลาย วันนี้เราจึงจะมาแนะนำวิธีการที่จะช่วยกำจัดคราบเหลืองและจะช่วยให้ผ้ากลับมาสะอาดเหมือนใหม่แน่นอน

ใช้น้ำยาล้างจานหรือแชมพู
เป็นสิ่งของที่อยู่ใกล้ตัวเรามากๆ เชื่อว่าทุกบ้านต้องมีน้ำยาล้างจานกับแชมพูแน่นอน โดยเราจะนำมาป้ายลงบนครายเหลืองที่เกิดจากเหงื่อไคล เมื่อป้ายเสร็จทิ้งไว้ 30 นาที แล้วจึงนำไปทำความสะอาดตามปกติ แค่นี้เสื้อผ้าของคุณก็จะกลับมาสะอาดสดใสเหมือนใหม่เลย

ใช้สบู่ก้อน
เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่อยู้ใกล้ตัวเรามากๆ อีกเช่นกัน ซึ่งหารู้ไม่ว่าสบู่ก้อนมีคุณสมบัติที่สามารถกำจัดคราบเหลืองจากเหงื่อไคลได้ดี และยังไม่ทำร้ายเนื้อผ้าอีก ถ้าเสื้อเปื้อนคราบให้รีบนำมาซักให้เร็วที่สุด โดยนำน้ำเปล่ามาป้านลงบนคราบ แล้วจากนั้นนำสบู่มาถูคราบแล้วขยี้ทำให้เกิดฟองจนคราบนั้นหายไป แล้วรีบน้ำไปซักทันที

น้ำมะนาว
ถ้าใครกังวลเรื่องเนื้อผ้าจะเสียเพราะสารเคมี ก็สามารถมาใช้ของจากธรรมชาติอย่างมะนาวได้ โดยที่ก่อนซักให้นำมะนาวไปผสมกับน้ำเปล่าในปริมาณที่เท่าๆ กัน แล้วนำส่วนผสมมาป้ายลงบนคราบ จากนั้นขัดเบาๆ จนคราบหลุดออก แล้วจึงนำไปซักอีกรอบ

เกลือ
ถ้าเป็นคราบเหลืองที่เกิดขึ้นใหม่ๆ หรือเป็นคราบเบาๆ ให้นำเกลือ 1 ช้อนโต๊ะไปผสมกับน้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง ไม่ต้องให้ละลายจนหมด จากนั้นใช้ฟองน้ำชุบแล้วไปขัดลงบนคราบจนจางแล้วนำไปซัก

น้ำส้มสายชู
เป็นของใช้ที่สารพัดประโยชน์จริงๆ โดยใช้น้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะผสมกับน้ำเปล่า 1 ถ้วยตวง แล้วนำมาป้ายลงบนคราบเหลือง ทิ้งไว้ 30 นาที แล้วนำไปซักตามปกติ

วิธีกำจัดคราบเหลืองบนเสื้อผ้ายังมีอีกมาก รอติดตามในครั้งหน้าด้วยนะ

#วิธีกำจัดคราบ #ซักผ้า #แม่บ้าน #ฝากขั้นต่ำคาสิโน500บาท

More to explorer

รู้ไว้รับมือได้ “ลูกตัวเหลืองหลังคลอด” กับวิธีการรักษา

รู้ไว้รับมือได้ “ลูกตัวเหลืองหลังคลอด” กับวิธีการรักษา

สำหรับเด็กแรกเกิดเป็นเด็กที่มีภูมิต้านทานน้อยที่สุดและมีระบบทางเดินอาหารที่ไม่ค่อยดีนัก เพราะชินได้การดื่มนมจากแม่ จึงทำให้เด็กในช่วงนี้ยังไม่มีภูมิต้านทานแต่ใดๆ การเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆของเด็กแรกเกิดจึงเกิดขึ้นได้หลากหลายสาเหตุ ซึ่งวันนี้เราก็จะมาพูดถึงเด็กแรกเกิดที่มีอาการตัวเหลือง

โรคที่คุณแม่ตั้งครรภ์จะต้องระวัง เพราะลูกในท้องอาจได้รับผลกระทบได้

โรคที่คุณแม่ตั้งครรภ์จะต้องระวัง เพราะลูกในท้องอาจได้รับผลกระทบได้

การตรวจร่างกายเพื่อเตรียมพร้อมที่จะมีลูก จะเป็นอีกหนึ่งการป้องกันในเรื่องของสุขภาพของลูกในอนาคตได้ เพราฉะนั้นคุณพ่อคุณแม่จะต้องทำการตรวจเลือด ก่อนที่จะมีลูกถึงจะดีที่สุด เพราะเราจะได้รู้ว่าเราป่วยเป็นโรคอะไร