ต้อนรับฮาโลวีน…แต่งบ้านให้กลายเป็นปราสาทผีสิง

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

สวัสดีค่ะ อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันที่ 31 ตุลาคมหรือวันฮาโลวีนแล้ว เราเคยได้รู้เกี่ยวกับความเป็นมาของวันฮาโลวีนแล้ว ในวันนั้นเด็ก ๆ จะแต่งตัวเป็นปิศาจและเดินไปขอขนมตามบ้านต่าง ๆ ซึ่งแน่นอนว่านอกจากการแต่งกายแล้ว การตกแต่งบ้านให้น่ากลัวก็เป็นกิจกรรมหนึ่งที่ไม่ควรพลาดเลย

วันนี้เราจึงมีไอเดียการแต่งบ้านต้อนรับฮาโลวีนแบบเก๋ ๆ มานำเสนอ ไปดูกันเลย

Lit jack-o’-lanterns, close-up

ไอเดียที่ 1 : โคมไฟฟักทองสุดสยอง
ฟักทองเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่แสดงถึงวันฮาโลวีน อย่างแรกเราต้องไปซื้อฟักทองและคว้านข้างในออก และแกะสลักเป็นหน้ายิ้ม และนำลวดและแผ่นอะลูมิเนียมทำเป็นเหล็กดัดฟันเสริมให้ดูน่าสยดสยอง เสร็จแล้วนำหลอดไฟใส่ไปข้างใน จากนั้นในช่วงเวลากลางคืน เราก็เปิดไฟเฉพาะโคมไฟฟักทองเท่านั้น ต้องเป็นคืนฮาโลวีนที่สุดยอดแน่นอน

ไอเดียที่ 2 : โหลแก้วลูกตาสยองขวัญ
หลอนกันไปอีกขั้นกับโหลแก้วลูกตาสยองขวัญ แต่ลูกตาในนั้นไม่ใช่ของจริงนะจ๊ะ! ฮ่าฮ่า มันคือลูกปิงปองที่นำมาวาดเป็นลูกตา และเพิ่มความสยดสยองด้วยการวาดเส้นเลือดฝอยไปรอบ ๆ ลูกปิงปอง นอกจากนี้ยังสามารถนำลูกตาอันนี้เป็นที่จับสลากได้ด้วย โดยการเขียนเลขลงบนลูกตา เล่นจับฉลากเมื่อไหร่ รับรองมือสั่นแน่ๆ

ไอเดียที่ 3 : โมบายวิญญาณ
อุปกรณ์หาได้ง่ายมาก แค่ต้องไปซื้อลูกบอลสีขาวหรือโฟมกลม ๆ แล้วทาสีดำให้เป็นดวงตา จากนั้นหาผ้าสีขาวมาคลุม แล้วติดเชือกไว้ด้านบน เสร็จแล้วนำไปแขวนที่หน้าบ้าน ใครเดินผ่านไปผ่านมาต้องมีสะดุ้งกันบ้างแหละ

ไอเดียที่ 4 : รังค้างคาว
เปลี่ยนบ้านให้เป็นรังค้างคาวได้อย่างง่ายดาย โดยกระดาษสีดำมาตัดเป็นรูปค้างคาวหลายๆ แบบ ทั้งแบบกางปีก แบบห้อยหัว  เมื่อทำเสร็จแล้ว นำไปแปะที่ผนัง ประตู หน้าต่าง อาจจะไว้ใกล้ ๆ กับหลอดไฟ เพื่อให้ดูสลัว ๆ แต่ต้องระวังเรื่องไฟไหม้กระดาษกันด้วยนะคะ

ไอเดียที่ 5 : เก้าอี้ผีสิง
นำเก้าอี้ในบ้านมาแต่งด้วยเศษผ้าสีขาว นำมาคลุมและพันรอบ ๆ เก้าอี้ อาจจะใช้กรรไกรตัดให้ขาดๆ เหมือนผ้าเก่าๆ ให้เก้าอี้ธรรมดากลายเป็นเก้าอี้ที่ถูกทิ้งไว้ในบ้านร้าง หรือถ้าอยากเพิ่มความน่าสะพรึงกลัวไปอีกก็ลองนำสีแดงมาทาหรือสาดๆ สะบัดๆ ให้เหมือนเลือดกระเด็นมาโดน วู้! สยองจังงง

ยังมีไอเดียวันฮาโลวีนอีกหลายอย่างเลยนะคะ รอติมตามกันได้เลยยยย

#แต่งบ้าน #Haloween #SexyBaccarat

More to explorer

อันตรายแค่ไหน-เมื่อกินยาคุมตอนท้อง แม่บ้านยุคใหม่

อันตรายแค่ไหน เมื่อกินยาคุมตอนท้อง

การตั้งครรภ์เป็นเรื่องปกติที่ผู้หญิงจะต้องเจอ แต่การท้องแบบไม่รู้ตัวนั้นก็มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ ซึ่งมักเกิดกับคนที่กินยาคุมกำเนิด เมื่อไม่รู้ตัวว่าท้องก็มักจะกินยาคุมกำเนิดต่อไปเรื่อยๆจนเริ่มรู้ตัว เมื่ออายุครรภ์ได้ 1-2 เดือนแล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่หลายคนก็ยังกินยาคุมกำเนิดอยู่ จนทำให้กังวลใจว่าจะเป็นอันตรายต่อลูก แต่การกินยาคุมกำเนิดตอนท้องจะอันตรายแค่ไหนวันนี้เรามีคำตอบ และข้อมูลดีๆ มาแนะนำให้คุณแม่บ้านยุคใหม่กันค่ะ กินยาคุมตอนท้องลูกจะพิการไหม หมดกังวลไปได้เลยว่าการกินยาคุมกำเนิดระหว่างท้องจะทำให้ลูกพิการ เพราะยังไม่มีผลวิจัยว่าจะทำให้ลูกในครรภ์พิการได้ แต่เมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์ควรหยุดกินทันที กินยาคุมตอนท้องทำให้แท้งลูกจริงหรือ เมื่อเรากินยาคุมจะมีผลต่อร่างกายคือมดลูกมีเมือกมากขึ้น ผนังมดลูกมีความบาง ขัดขวางการเคลื่อนที่ของอสุจิไม่ให้สามารถไปวางไข่ได้ เพราะมดลูกมีผนังที่บาง ดังนั้นเมื่อคุณกินยาคุมตอนท้องก็ไม่มีผลกระทบที่เป็นอันตรายแต่อย่างใด

คุณแม่ตั้งครรภ์ ไม่ควรทำงานบ้านเหล่านี้

คุณแม่ตั้งครรภ์ ไม่ควรทำงานบ้านเหล่านี้ !

คุณแม่ตั้งครรภ์ในปัจจุบันนี้ มักได้รับคำแนะนำจากคุณหมอว่าให้ขยับร่างกาย ออกกำลังกายเบาๆ อีกทั้งยังสามารถทำงานบ้านได้ เพื่อทำให้ร่างกายแข็งแรงมีความพร้อมต้องการเบ่งทารกน้อยออกมา หากแต่การทำงานบ้านนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถทำได้ทุกอย่าง เนื่องจากงานบ้านบางอย่างก็สามารถเป็นอันตรายต่อคุณแม่ได้ 1. การใช้สารเคมีรุนแรง เช่น ยาฉีดยุง , น้ำยาขัดห้องน้ำ เป็นต้น โดยล้วนแล้วแต่ประกอบด้วยสารเคมีที่สามารถระเหยได้ เมื่อคุณแม่หายใจเข้าไป ก็จะเป็นอันตรายต่อลูกน้อยได้นั่นเอง 2. การยกของหนัก แนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงการยกของหนักทุกชนิด เพราะส่งผลต่อกระดูกสันหลังของคุณแม่ ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงทารกในครรภ์

พัฒนาการของลูกน้อยวัยอายุ-16-เดือน-ที่คุณแม่ต้องรู้-แม่บ้านยุคใหม่

พัฒนาการของลูกน้อยวัยอายุ 16 เดือน ที่คุณแม่ต้องรู้

พัฒนาการเด็ก เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญ ที่ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ต้องพยายามติดตามอยู่เสมอ เพื่อตรวจสอบว่าเจ้าตัวเล็กของคุณมีพัฒนาการสมวัยหรือไม่ ถ้าเกิดเหตุอันใดจะได้หาทางแก้ไขทัน เพราะนั้นในวันนี้เราจะพาคุณผู้อ่านไปทำความรู้จักกับพัฒนาการของเด็กวัย 16 เดือนกัน 1. พัฒนาการด้านร่างกาย สำหรับเด็กอ่อนในวัยนี้ สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วขึ้น หากแต่อย่างไรก็ตามอาจยังไม่ค่อยมีความมั่นคง แข็งแรงเท่าไหร่ และจากการเคลื่อนไหวได้นี้เอง จึงทำให้เหล่าเด็กๆ กลายมาเป็นยอดนักสำรวจ อยากรู้อยากเห็น ชอบรวมทั้งหยิบจับพร้อมขว้างปาสิ่งของไปทั่วทิศทาง แต่อย่างไปห้ามเขานะคะเพราะการทำเช่นนี้เป็นการฝึกทักษะทางด้านการใช้มือและตาให้สัมพันธ์กัน กิจกรรมที่คุณแม่ทำได้ คือ

Close Menu