วิธีดูอาการป่วยของต้นไม้สำหรับมือใหม่หัดปลูก Ep.1

วิธีดูอาการป่วยของต้นไม้สำหรับมือใหม่หัดปลูก Ep.1
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

ใครที่กำลังเป็นมือใหม่เริ่มหัดปลูกต้นไม้อาจจะเจอปัญหาหลายอย่าง ยิ่งเวลาต้นไม้ป่วย เราไม่อาจรู้ได้เลยว่าป่วยตรงไหน ป่วยเป็นอะไร เนื่องจากต้นไม้ไม่สามารถพูดได้ แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะเราสามารถสังเกตลักษณะต่างๆ ชองต้นไม้ได้

ซึ่งอาการป่วยส่วนใหญ่จะเกิดจากการขาดสารอาหาร สังเกตได้ดังนี้

ถ้าต้นไม้มีอาการป่วยที่ใบล่างหรือใบแก่ก่อนแสดงว่าธาตุโพแทสเซียมและแมกนีเซียมที่อยู่ในต้นพืชเคลื่อนตัวได้ดี ซึ่งอาการนี้จะสังเกตได้ว่าที่ปลายใบเริ่มเปลี่ยนสี แล้วเริ่มลามไปที่ขอบใบ ไปกลางใบ จากนั้นใบจะกลายเป็นสีเหลืองและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลในที่สุด

และถ้ามีอาการป่วยที่ใบบนหรือบริเวณยอดก่อนแสดงว่าธาตุแคลเซียมและโบรอนที่อยู่ในพืชเคลื่อนตัวไม่มี ไม่สามารถไปถึงยอดใบได้

ซึ่งถ้าต้นไม้มีอาการป่วยทั้งต้นทั้งใบอ่อนใบแก่แสดงว่าธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และกำมะถันที่อยู่ในต้นพืชมีน้อยและเคลื่อนตัวไม่ดี

ต้นไม้ที่โตช้า ต้นแคระแกรน มีใบสีเหลือง

แสดงว่าบริเวณรากหรือที่ใช้สะสมอาหารเล็กลง ใบแก่ที่อยู่ด้านล่างจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองอ่อนซีด ซึ่งถ้ามีอาการรุนแรงใบจะกลายเป็นสีน้ำตาลลามเข้าสู่กลางใบ กลายเป็นรูปตัววี และใบร่วงก่อนเวลา แสดงว่าต้นนี้ขาดธาตุไนโตรเจน

วิธีดูอาการป่วยของต้นไม้สำหรับมือใหม่หัดปลูก Ep.1
วิธีดูอาการป่วยของต้นไม้สำหรับมือใหม่หัดปลูก Ep.1

ต้นไม้ที่มีใบสีม่วงแดง ขอบใบม้วน ลำต้นบิด ผอมสูง

เป็นลักษณะของต้นไม้ที่ขาดธาตุฟอสฟอรัส ซึ่งเราจะสังเกตเห็นว่าบนใบไม้แก่จะมีเส้นสีแดง แผ่นสีแดงแต่ใต้ใบจะมีสีเขียวเข้ม ใบไม้จะม้วนงอ ซึ่งบางชนิดอาจจะเกิดการบิดด้วย ดอกไม้หรือผลไม้ที่ออกผลมาจะไม่สมบูรณ์

ต้นไม้ที่มีใบแก่สีเหลืองซีดตามขอบใบและม้วนงอ มีจุดไหม้บนใบไม้จากปลายใบสู่กลางใบ

เป็นลักษณะของต้นไม้ที่ขาดธาตุโพแทสเซียม ต้นจะโตช้าและหักง่าย ผลที่ได้จะมีขนาดเล็ก ไม่สมบูรณ์ ถ้าเป็นต้นมะเขือเทศจะออกผลที่น้ำหนักเบา พวกพวกหัวเช่นเผือก มัน จะมีแป้งน้อย ถ้าเป็นใบยาสูบที่มีคุณภาพต่ำ ติดไฟยาก กลิ่นไม่หอม

วิธีดูอาการป่วยของต้นไม้สำหรับมือใหม่หัดปลูก Ep.1
วิธีดูอาการป่วยของต้นไม้สำหรับมือใหม่หัดปลูก Ep.1

ต้นไม้ที่ใบมีจุดสีเหลืองทั่วทั้งใบและมีปลายใบแห้ง

เป็นลักษณะของต้นไม้ที่ขาดธาตุแมกนีเซียม สังเกตได้ว่าใบที่แก่จะมีอาการมากกว่า ซึ่งถ้าขาดธาตุขนาดหนักใบจะเริ่มแห้งและตาย ลำต้นจะมีขนาดเล็ก หักง่าย ออกดอกออกผลน้อย

ต้นไม้ที่ใบมีจุดด่างกระจายอยู่เต็มใบ ใบม้วนเข้าด้านใน

เป็นลักษณะของต้นไม้ที่ขาดธาตุโมลิบดินัม ใบจะมีสีซีดและจุดด่าง ซึ่งถ้าขาดธาตุอย่างรุนแรง ส่วนของใบจะม้วนเข้าด้านใน ปลายและขอบใจจะแห้ง ผลจะร่วงจากต้ร ส่วนของดอกจะร่วงเร็ว ถ้าเป็นพวกกะหล่ำปลี ดอกจะไม่แน่น

ยังมีวิธีดูอาการป่วยของต้นไม้ได้อีกหลายวิธี รอติดตามในครั้งหน้านะคะ

#เมนู #อาหาร #แม่บ้าน #เด็ก #สูตรอาหาร #ฝากขั้นต่ำ

More to explorer

ไข้หวัดแดด โรคในเด็กที่พบบ่อย ช่วงหน้าร้อน แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน

ไข้หวัดแดด โรคในเด็กที่พบบ่อย ช่วงหน้าร้อน

อากาศในหน้าร้อนแบบนี้ไม่เพียงแต่ผู้ใหญ่ที่ต้องทนทรมานกับคลื่นความร้อน แต่เด็กๆ ก็เช่นกัน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับโรคไข้หวัดแดดในเด็กกัน จะเป็นอย่างไรนั้นไปดูกันเลย ไข้หวัดแดด เกิดจากอะไร การเกิดไข้หวัดแดดนั้น เกิดจากที่อุณหภูมิมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยที่เป็นอากาศที่ร้อนเป็นหลักจึงทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน อาการไข้หวัดแดด 1.อ่อนเพลีย ข้อนี้อาจแยกได้ยากเพราะหากเป็นไข้หวัดก็จะเป็นเช่นกัน และหากเป็นไข้ร่วมกันกันปากที่แห้งจนแข็งอันนี้จะเป็นข้อบ่งชี้ว่าเด็กเป็นไข้หวัดแดดได้ 2.ไม่มีอาการเจ็บคอ คอแห้ง แสบคอ หากเป็นหวัดจากไวรัสเด็กจะมีอาการเจ็บคอ ร่วมด้วยและอาจมีเสมหะในรายที่คออักเสบมากๆ อาจทำให้เด็กรู้สึกแสบคอมากได้เช่นกัน 3.มีน้ำมูกใส เล็กน้อยหรือไม่มีเลย

อายุการใช้งาน ของขวดนมและจุกนมเด็ก แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน

อายุการใช้งาน ของขวดนม และจุกนมเด็ก

คุณแม่มือใหม่บางคนที่เริ่มให้ลูกใช้ขวดนม อาจจะยังไม่ทราบว่าขวดนมแต่ละแบบนั้นมีอายุใช้งานอยู่ ไม่ใช่ว่าจะใช้ได้ตลอดโดยไม่ต้องเปลี่ยนขวดใหม่เลย ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่า อายุการใช้งานของขวดนมและจุกนมนั้น เป็นอย่างไร อายุการใช้งานของ ขวดนม 1.ขวดที่มีสีขาวขุ่น  ขวดแบบนี้สามารถทนอุณหภูมิ ( -20̊ ) – 110 ̊ และอายุการใช้งานนั้นโดยเฉลี่ยแล้วจะสามารถอยู่ได้ ถึง 6 เดือน โดยจะต้องแล้วแต่ความถี่ในการทำความสะอาดและต้มหรือนึ่งฆ่าเชื้อ  2.ขวดพลาสติกที่ขาวใส

ลูกติดหวาน รับมืออย่างไร มาดู 5 เทคนิคนี้ แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน

ลูกติดหวาน รับมืออย่างไร มาดู 5 เทคนิคนี้

ขนมต่างๆ มักมีรสหวานเพื่อให้เด็กรู้สึกอร่อยและเป็นรสชาติที่ทำให้มีความสุข ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่โตขึ้นเด็กๆ ก็จะเริ่มเลือกทานแต่อาหารหวานๆ จนทำให้ ลูกติดหวาน ในที่สุด ซึ่งคุณพ่อคุณแม่จะทำอย่างไรดี มาดูเทคนิคที่เราหามาให้ได้อ่านกันไปดูกันเลย วิธีรับมือเมื่อ ลูกติดหวาน 1.คุณคือคนที่เลือกอาหารให้ลูก การทานอาหารในแต่ละมื้อ หลักๆ เด็กจะต้องทานที่บ้านและคุณก็จะต้องเป็นคนหาให้เขาได้ทานดังนั้นคุณเองก็ควรลองทำกับข้าวที่สามารถควบคุมรสชาติได้เองเพื่อเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกให้หันมาทานอาหารที่ไม่หวานได้ 2.ตัวอย่างที่ดีคือตัวคุณเอง การยกตัวอย่างต่างๆ ก็ไม่เท่าทำให้ดู ลูกๆ  จะมองคุณเป็นต้นแบบในแทบทุกเรื่องดังนั้นหากคุณห้ามให้ลูกไม่ทานหวานแต่ตัวคุณกลับทำซะเอง เด็กๆ ก็จะทำตามอย่างที่คุณทำแน่นอน