เครื่องฟอกอากาศที่ควรมีติดไว้ที่บ้าน Ep.2

เครื่องฟอกอากาศที่ควรมีติดไว้ที่บ้าน Ep.2
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

บ้านและห้องที่ดีนั่นควรจะมีอากาศที่บริสุทธิ์ แต่ช่วงนี้สภาพอากาศในบ้านเรากลับแย่ลงเรื่อย ๆ การมีตัวช่วยเรื่องอากาศที่ดี เราก็จะมีร่างกายที่ดีด้วย วันนี้เราจึงจะมาแนะนำเครื่องฟอกอากาศที่จะทำให้ชีวิตของคุณง่ายยิ่งขึ้น

เครื่องฟอกอากาศที่ควรมีติดไว้ที่บ้าน Ep.2
เครื่องฟอกอากาศที่ควรมีติดไว้ที่บ้าน Ep.2

เครื่องฟอกอากาศ Sharp รุ่น FP-F30TA-A

เมื่อนึกถึงเครื่องฟอกอากาศ ใครหลาย ๆ คงนึกถึง Sharp เป็นอย่างแรก เรียกว่าได้ว่าเป็นเครื่องฟอกอากาศเจ้าดังของประเทศไทยเลยทีเดียว เพราะนอกจากจะการันตีด้วยคุณภาพแล้ว แผ่นกรองอากาศยังเป็นของ Sharp โดยตรง ที่มักจะได้ยินจากโฆษณาว่า “พลาสม่าคลัสเตอร์มีเฉพาะใน Sharp”

ซึ่งในเครื่องฟอกอากาศ Sharp รุ่น FP-F30TA-A มีระบบพลาสม่าคลัสเตอร์เป็นตัวฟอกอากาศ มาพร้อมแผ่นกรองฝุ่น heap สามารถดักจับฝุ่นขนาดเล็กได้ถึง 0.3 ไมครอน ช่วยฆ่าแบคทีเรียและเชื้อรา สามารถปรับได้ถึง 3 ระดับ และถ้าเกิดไฟดับ ตัวเครื่องก็มีระบบ Auto Restart ซึ่งตัวเครื่องจะกลับมาทำงานทันทีเมื่อไฟมา

แต่สำหรับรุ่นนี้จะเหมาะสำหรับห้องที่มีขนาด 21 ตารางเมตร

ข้อดีของเครื่องฟอกอากาศ

-ราคาไม่แพง -เหมาะสำหรับห้องขนาดเล็ก -ขนาดกะทัดรัด

– ช่วยลดกลิ่นอับ -การันตีด้วยชื่อเสียงแบรนด์

เครื่องฟอกอากาศที่ควรมีติดไว้ที่บ้าน Ep.2
เครื่องฟอกอากาศที่ควรมีติดไว้ที่บ้าน Ep.2

เครื่องฟอกอากาศ Sharp รุ่น FP-J30TA

อีกรุ่นหนึ่งที่น่าสนใจจาก Sharp มีเทคโนโลยีพลาสม่าคลัสเตอร์ที่มีอนุภาคบวกและลบ สามารถฆ่าเชื้อราและแบคทีเรีย รุ่นนี้ยังสามารถฆ่าเชื้อไข้หวัดนกได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีระบบฟอกอากาศถึง 3 ขั้นตอน ดีไซน์โค้งมน ปลอดภัยต่อเด็กเล็กในบ้าน และแผ่นกรองสามารถอยู่ในนานถึง 2 ปี แต่รุ่นนี้ยังมีการตรวจจับฝุ่นแบบอัตโนมัติ

ข้อดีของเครื่องฟอกอากาศ Sharp รุ่น FP-J30TA

– นอนหลับได้ดียิ่งขึ้น – ฝุ่นในห้องนอนลง – Sleep Mode ทำงานได้เงียบสนิท

– ไม่มีแสงไฟรบกวน – ขนาดกระทัดรัด

เครื่องฟอกอากาศของ Sharp ก็เป็นอีกหนึ่งยี่ห้อที่น่าสนใจ และการันตีด้วยชื่อเสียงที่มีมานาน หวังว่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกให้กับใครหลาย ๆ คนได้เช่นกัน

#เมนู #อาหาร #แม่บ้าน #เด็ก #สูตรอาหาร #แทงบอลออนไลน์

More to explorer

เมื่อลูกเป็น “โรคภูมิแพ้” จะมีวิธีดูแลได้อย่างไร #แม่บ้านยุคใหม่

เมื่อลูกเป็น “โรคภูมิแพ้” จะมีวิธีดูแลได้อย่างไร

สำหรับโรคภูมิแพ้ถือว่าเป็นโรคที่เด็กๆเป็นกันมากที่สุด ซึ่งโรคภูมิแพ้นี้เกิดขึ้นได้โดยเฉพาะกับสภาพอากาศเย็นและชื้น ซึ่งเด็กๆมักจะมีอาการน้ำมูกไหลจะจามกัน สำหรับโรคภูมิแพ้นี้ถือว่าไม่ได้เป็นโรคที่น่ากลัวแต่อย่างไร แต่หากเป็นแล้วก็สามารถเป็นได้อีกไม่มีทางรักษาให้หายขาด เพราะฉะนั้นใครที่เป็นโรคภูมิแพ้ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ก็จะต้องมีวิธีจัดการกับตัวเองให้ระงับอาหารที่เกิดขึ้นให้ได้ โดยอาการของโรคภูมิแพ้ของเด็กแต่ละคนนั้นจะแสดงออกมาที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเด็กบางคนนั้นอาจจะแสดงอาการทางผิวหนึ่ง ที่เรียกกันว่า ลมพิษ หรือเด็กบางมีอาการเยื่อจมูกอักเสบ วันนี้เราจึงมีวิธีป้องกัน โรคภูมิแพ้ มาฝากคุณพ่อคุณแม่แต่ละคน ได้ลองทำกันดู วิธีป้องกันโรคภูมิแพ้ให้กับเด็กๆสามารถทำได้ดังนี้ ป้องกันฝุ่นและไรฝุ่น ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สามารถทำให้เกิด โรคภูมิแพ้ ได้ โดยคุณแม่จะต้องจัดการทำความสะอาดส่วนต่างของบ้าน

หากลูกป่วยเป็น RSV จะต้องทำอย่างไร และอันตรายแค่ไหน? #แม่บ้านยุคใหม่

หากลูกป่วยเป็นRSV จะต้องทำอย่างไร และอันตรายแค่ไหน?

สำหรับทุกวันนี้เรามักพบเชื้อไวรัสมากมาย ซึ่งไวรัสบางตัวเราก็ยังไม่เคยเนมาก่อน ซึ่งในระยะเวลา 10-20 ปี ไวรัสเหล่านั้นได้กลายพันธุ์ให้มาติดเด็กๆ จนทำให้ทางการแพทย์จึงต้องเร่งศึกษาและหาวิธีรักษากันทุกวัน วันนี้เราจะก็มาบอกข้อมูลของไวรัส RSV ที่เป็นไวรัสที่เด็กเล็กป่วยบ่อยที่สุดช่วงตอนอากาศชื้นๆ อาการของไวรัส RSV นี้ยังทำให้เด็กมีไข้ ตัวร้อน บางรายเข้าทำการรักษาไม่ทันเด็กก็ถึงขั้นเสียชีวิตได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นเราจะต้องมีวิธีจัดการกับไวรัสตัวนี้ หากรู้ว่าลูกเป็นคุณแม่จะต้องทำอย่างไร ไปดูกัน เด็กที่ป่วยเป็น RSV มีอาการอย่างไร มีไข้สูง

อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอดที่ต้องระวัง!! #แม่บ้านยุคใหม่

อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอดที่ต้องระวัง!!

คุณแม่หลังคลอดเป็นคุณแม่ที่ต้องการพักฟื้นร่างกายมากที่สุด เพราะคุณแม่จะเสียลือดมากและได้รับอาการบาดเจ็บบริเวณช่องคลอด การที่คุณแม่มีร่างกายอ่อนเพลียในช่วงนี้จึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่มีโรคต่างๆแทรกซ้อนเข้ามา ด้วยสภาวะฮอร์โมนกำลังปรับตัว จึงทำให้สภาพร่างกายและสภาพจิตใจของคุณยังไม่ปกติ วันนี้เราก็จะมีอาการต่างๆที่สามารถเกิดขึ้นได้มาแนะนำ สำหรับคุณแม่หลังคลอดว่าจะมีโอกาสเกิดอาการป่วยแบบใดได้บ้าง อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอด มีไข้ เป็นอีกหนึ่งอาการที่คุณแม่จะต้องแจ้งแพทย์ทันที เพราะในช่วงที่ คุณแม่หลังคลอด คุณแม่ได้เสียเลือดเป็นจำนวนมาก ร่างกายเลยทำการผลิตเลือดขึ้นมา จึงทำให้อุณภูมิร่างกายของคุณแม่ไม่ปกติ จึงทำให้เกิดมีไข้หลังคลอดประมาณ 1- 2 ชั่วโมงได้ ตกเลือด เป็นอีกหนึ่งอาการที่น่ากลัวเช่นกัน เพราะอาการตกเลือดนี้จะเป็นอาการหลังคลอดที่คุณหมอได้ทำการเย็บแผลในมดลูกไม่สนิท