สมุนไพรควรปลูกไว้คู่บ้าน Ep.2

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

มีใครปลูกสมุนไพรไว้ที่บ้านบ้างคะ สมุนไพรก็เป็นพืชที่สามารถรักษาโรคบ้างโรคได้อย่างดี ซึ่งสมุนไพรหลายอย่างมากที่น่าสนใจและควรปลูกไว้คู่บ้าน จะมีต้นอะไรบ้างนั้น เราไปดูกันเลย

สมุนไพรควรปลูกไว้คู่บ้าน Ep.2
สมุนไพรควรปลูกไว้คู่บ้าน Ep.2

ขมิ้นชัน (Turmeric)
เป็นพืชล้มลุก จะมีความสูงประมาณ 30 – 90 เซนติเมตร เหง้าจะอยู่ใต้ดิน เนื้อในจะมีสีเหลืองส้ม มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว
มีน้ำมันหอมระเหยและสาร Curcumin
สรรพคุณทางยา:
– แก้โรคกระเพาะ แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ
   นำขมิ้นมาหั่นเป็นชิ้นบางๆ แล้วตากแดดจัดๆ ประมาณ 1 – 2 วัน จากนั้นนำมาบดให้ละเอียด ผสมกับน้ำผึ้ง แล้วปั้นเป็นลูกกลอนหรือจะใส่แคปซูล จากนั้นเก็บในที่มิดชิด ทานครั้งละ 2-3 เม็ด วันละ 3-4 ครั้ง
– แก้อาการท้องร่วง
   นำขมิ้นแก่สด มาปอกเปลือกแล้วต้มกับน้ำสะอาด จากนั้นคั้นเอาแต่น้ำ ทานครั้งละ 2 ช้นโต๊ะ วันละ 3-4 ครั้ง
– แก้โรคผิวหนังเรื้อรัง
   ใช้ผงขมิ้นผสมกับน้ำมันมะพร้าวแล้วทาตรงที่เป็นแผล หรือฝนๆ ขมิ้นให้ข้นแล้วทาที่แผล
– รักษาโรคผิวหนัง ผื่นคัน แก้อาการแพ้และอัดเสบจากแมลงกัดต่อย
   ใช้ขมิ้นสด มาต้มกับน้ำสุกหรือจะฝนก็ได้ แล้วนำมาทาผิวหนัก แต่ถ้ามีแบบแห้ง ก็นำมาบดให้ละเอียด แล้วผสมกับน้ำเล็กน้อย แล้วทาที่ผิวหนัง

สมุนไพรควรปลูกไว้คู่บ้าน Ep.2
สมุนไพรควรปลูกไว้คู่บ้าน Ep.2

บอระเผ็ด (Heart – Leaved Moonseed
เป็นไม้เถาเลื้อย เถากลม คล้ายชิงช้าชาลีแต่มีเถาที่ใหญ่กว่า มีรสขมมากกว่า
สรรพคุณทางยา:
– แก้ไข ช่วยในการเจริญอาหาร แก้ร้อนใน และกระหายน้ำ
  นำเถาหรือลำต้น มาต้มและคั้นเอาแต่น้ำ หรือต้มกับน้ำ 3 ส่วน แล้วเคี่ยวจนเหลือ 1 ส่วน หรือจะบดเป็นผง แล้วปั้นเป็นลูกกลอน ทานก่อนอาหารวันละ 2 ครั้ง เช้า – เย็น หรือทานตอนมีอาการ

สมุนไพรควรปลูกไว้คู่บ้าน Ep.2
สมุนไพรควรปลูกไว้คู่บ้าน Ep.2

ใบบัวบก (Tiger Herbal / Asiatic Pennywort)
เป็นพืชล้มลุด เติบโตในที่ชื้นแฉะ และเลื้อยไปตามพื้นดิน ส่วนที่นำมาเป็นยา คือ ลำต้นและใบสด
สรรพคุณทางยา:
– แก้โรคปากเปื่อย ปากเหม็น แก้ร้อนใน และกระหายน้ำ
  นำใบบัวสดมาตำและคั้นเอาแต่น้ำ จากนั้นเติมน้ำตาลทราย ดื่มวันละ 3 ครั้ง ประมาณ 1-2 วัน
– แก้อาการเจ็บคอ
   นำใบบัวบกสด จากนั้นนำมาตำเอาแต่น้ำ แล้วเติมน้ำส้มสายชู 1-3 ช้อน แล้วจิบตลอดทั้งวัน
– แก้อาการปวดหัวข้างเดียว
   ทานแบบสดๆ หรือเอาแต่น้ำ ทานได้แบบไม่จำกัด ควรทานติดต่อกัน 1 สัปดาห์
– แก้อาการช้ำใน ลดความดันโลหิต
   นำใบบัวบกมาคั้นเอาแต่น้ำ แล้วเติมน้ำตาลทรายเพียงเล็กน้อย ทานติดต่อกัน 1 สัปดาห์
– รักษาแผลไฟไหม้ โดนน้ำร้อนลวก
   ใช้ใบสด ตำจนละเอียด คั้นเอาแต่น้ำ แล้วทาที่แผลหรือจะพอกก็ได้

#เมนู #อาหาร #แม่บ้าน #เด็ก #สูตรอาหาร #บ้านและสวน #ฝากเงินขั้นต่ำ100บาท

More to explorer

อันตรายแค่ไหน-เมื่อกินยาคุมตอนท้อง แม่บ้านยุคใหม่

อันตรายแค่ไหน เมื่อกินยาคุมตอนท้อง

การตั้งครรภ์เป็นเรื่องปกติที่ผู้หญิงจะต้องเจอ แต่การท้องแบบไม่รู้ตัวนั้นก็มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ ซึ่งมักเกิดกับคนที่กินยาคุมกำเนิด เมื่อไม่รู้ตัวว่าท้องก็มักจะกินยาคุมกำเนิดต่อไปเรื่อยๆจนเริ่มรู้ตัว เมื่ออายุครรภ์ได้ 1-2 เดือนแล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่หลายคนก็ยังกินยาคุมกำเนิดอยู่ จนทำให้กังวลใจว่าจะเป็นอันตรายต่อลูก แต่การกินยาคุมกำเนิดตอนท้องจะอันตรายแค่ไหนวันนี้เรามีคำตอบ และข้อมูลดีๆ มาแนะนำให้คุณแม่บ้านยุคใหม่กันค่ะ กินยาคุมตอนท้องลูกจะพิการไหม หมดกังวลไปได้เลยว่าการกินยาคุมกำเนิดระหว่างท้องจะทำให้ลูกพิการ เพราะยังไม่มีผลวิจัยว่าจะทำให้ลูกในครรภ์พิการได้ แต่เมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์ควรหยุดกินทันที กินยาคุมตอนท้องทำให้แท้งลูกจริงหรือ เมื่อเรากินยาคุมจะมีผลต่อร่างกายคือมดลูกมีเมือกมากขึ้น ผนังมดลูกมีความบาง ขัดขวางการเคลื่อนที่ของอสุจิไม่ให้สามารถไปวางไข่ได้ เพราะมดลูกมีผนังที่บาง ดังนั้นเมื่อคุณกินยาคุมตอนท้องก็ไม่มีผลกระทบที่เป็นอันตรายแต่อย่างใด

คุณแม่ตั้งครรภ์ ไม่ควรทำงานบ้านเหล่านี้

คุณแม่ตั้งครรภ์ ไม่ควรทำงานบ้านเหล่านี้ !

คุณแม่ตั้งครรภ์ในปัจจุบันนี้ มักได้รับคำแนะนำจากคุณหมอว่าให้ขยับร่างกาย ออกกำลังกายเบาๆ อีกทั้งยังสามารถทำงานบ้านได้ เพื่อทำให้ร่างกายแข็งแรงมีความพร้อมต้องการเบ่งทารกน้อยออกมา หากแต่การทำงานบ้านนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถทำได้ทุกอย่าง เนื่องจากงานบ้านบางอย่างก็สามารถเป็นอันตรายต่อคุณแม่ได้ 1. การใช้สารเคมีรุนแรง เช่น ยาฉีดยุง , น้ำยาขัดห้องน้ำ เป็นต้น โดยล้วนแล้วแต่ประกอบด้วยสารเคมีที่สามารถระเหยได้ เมื่อคุณแม่หายใจเข้าไป ก็จะเป็นอันตรายต่อลูกน้อยได้นั่นเอง 2. การยกของหนัก แนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงการยกของหนักทุกชนิด เพราะส่งผลต่อกระดูกสันหลังของคุณแม่ ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงทารกในครรภ์

พัฒนาการของลูกน้อยวัยอายุ-16-เดือน-ที่คุณแม่ต้องรู้-แม่บ้านยุคใหม่

พัฒนาการของลูกน้อยวัยอายุ 16 เดือน ที่คุณแม่ต้องรู้

พัฒนาการเด็ก เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญ ที่ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ต้องพยายามติดตามอยู่เสมอ เพื่อตรวจสอบว่าเจ้าตัวเล็กของคุณมีพัฒนาการสมวัยหรือไม่ ถ้าเกิดเหตุอันใดจะได้หาทางแก้ไขทัน เพราะนั้นในวันนี้เราจะพาคุณผู้อ่านไปทำความรู้จักกับพัฒนาการของเด็กวัย 16 เดือนกัน 1. พัฒนาการด้านร่างกาย สำหรับเด็กอ่อนในวัยนี้ สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วขึ้น หากแต่อย่างไรก็ตามอาจยังไม่ค่อยมีความมั่นคง แข็งแรงเท่าไหร่ และจากการเคลื่อนไหวได้นี้เอง จึงทำให้เหล่าเด็กๆ กลายมาเป็นยอดนักสำรวจ อยากรู้อยากเห็น ชอบรวมทั้งหยิบจับพร้อมขว้างปาสิ่งของไปทั่วทิศทาง แต่อย่างไปห้ามเขานะคะเพราะการทำเช่นนี้เป็นการฝึกทักษะทางด้านการใช้มือและตาให้สัมพันธ์กัน กิจกรรมที่คุณแม่ทำได้ คือ

Close Menu