สูตรอาหาร CHICKPEA TIKKA MASALA (มังสวิรัติ)

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

เชื่อว่ามีหลายคนที่หันมาทานมังสวิรัติเพราะเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะประเทศอินเดียนั้นมีสูตรอาหารมังสวิรัติมากมายที่อร่อยและกินง่าย สูตรนี้เป็นรสชาติอินเดียแท้ๆ ที่มีความเข้มข้นและอร่อยมากน่าจะถูกใจคออาหารอินเดียที่อยากทำกินเองที่บ้าน ได้ทั้งสุขภาพและความอร่อยหรือจะทำทานในวันปาร์ตี้แบบเฮตตี้ก็เหมาะ

มาซาลาสูตรนี้จะเน้นถั่วพิคาชิโอและถั่วชิกพีเป็นพิเศษตามต้นตำรับของร้านอาหารอินเดียแท้ๆ ชุ่มซอลครีมผสมมะเขือเทศเข้มข้น เหตุที่ต้องใช้ถั่วชิกพีเป็นเพราะว่ามาซาลาสูตรนี้เป็นมังสวิรัติหากต้องการให้ได้โปรตีนก็จำเป็นต้องใช้ถั่วนั่นเองและถั่วที่มีโปรตีนสูงนั่นคือถั่วชิกพี สูตรนี้จะมีด้วยกันสองส่วนคือ ส่วนซอสมถั่วชิกกะติก้าและส่วนมาซาลา

ส่วนผสมทั้งสองส่วนสำหรับ Chickpea Tikka

ถั่วชิกพี 2 ถ้วย ปรุง
กระเทียม 2-3 กลีบสับละเอียด
ขิงสับละเอียด 1/2
garam masala 3/4 ช้อนชา
พริกป่น 1/2 ช้อนชา 
น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมัน 1/2 ช้อนโต๊ะ
เกลือเพื่อเพิ่มรสชาติ

สำหรับซอส Tikka Masala
หัวหอมเล็ก 1 ชิ้นหั่นเป็น 8 ชิ้น
มะเขือเทศขนาดกลาง 4 ลูกตัดเป็นสี่ส่วน
กระเทียม 2-3 กลีบ
ขิงปอกเปลือก และหั่นเป็น 2-3 ชิ้น
เม็ดมะม่วงหิมพานต์ดิบ 1/4 ถ้วยตวง
ผงยี่หร่า 1 ช้อนชา
ผงผักชี  1/2 ช้อนชา
น้ำมัน 2 ช้อนชา
พริกป่น 1/2 ช้อนชา
garam masala 1 ช้อนชา

เริ่มต้นทำถั่วชิกกะติก้า
ให้ผสมชิกพีที่ต้มสุกแล้วกับน้ำมันเล็กน้อย เติมกระเทียม ขิงสดสับละเอียด ผงพริก น้ำมะนาวและ Garam masala ลงในชามผสมให้เข้ากันแล้วนำไปอุ่นบนเตาเพื่อเพิ่มรสชาติ หากอยากได้รสชาติแบบอินเดียต้นตำรับให้ผสม Garam masala  เพิ่มเข้าไปอีกจะได้รสชาติที่เข้มข้น เมื่ออุ่นพอร้อนแล้วให้นำมาพักไว้ก่อน

เริ่มต้นทำซอสมาซาล่า
ใช้หัวหอม กระเทียม ขิง มะเขือเทศและเม็ดมะม่วงหินพานต์ดิบใส่ลงในน้ำมันที่ตั้งไฟกลาง คนคั่วให้เข้ากันแล้วเติมผงยี่หร่า ผงผักชี และ masala นำวัตถุดิบทั้งหมดที่อุ่นร้อนมาปั่นให้ละเอียด เติมพริกป่นใส่มาซาล่าที่เตรียมไว้ ราดให้ชุ่มเพื่อรสชาติที่ลดตัว

Tikka Masala สามารถทานได้กับ Naan biryani มังสวิรัติหรือ biryani ไก่ ข้าวสวยเป็นต้น แต่หากทานคู่กับแป้ง Naan จะเข้ากันมากที่สุด จะทานเป็นมือเข้าหรือมื้อเย็นก็ลงตัวแบบสุดๆ เคล็ดลับการทำ TIKKA MASALA คืออย่าให้ถั่วชิกพีสุดเกินไปเพราะจะทำให้เละและไม่อร่อย ให้อุ่นเพียงแค่เล็กน้อยก่อนนำมาทานแต่ก็ระวังอย่างใช้เวลาไวไปเพราะจะไม่สุก แต่สำหรับมือใหม่หัดทำสามารถใช้ชิกพีแบบกระป๋องได้ซึ่งสะดวกกว่าการใช้ชิกพีสด นำไปปรุงอาหารเพียงแค่ 5-6 นาทีก็สุกแล้วไม่ต้องแช่น้ำ

#ลงครัว #ทำกับข้าว #CHICKPEATIKKAMASALA #มังสวิรัติ #บอลออนไลน์168

More to explorer

อันตรายแค่ไหน-เมื่อกินยาคุมตอนท้อง แม่บ้านยุคใหม่

อันตรายแค่ไหน เมื่อกินยาคุมตอนท้อง

การตั้งครรภ์เป็นเรื่องปกติที่ผู้หญิงจะต้องเจอ แต่การท้องแบบไม่รู้ตัวนั้นก็มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ ซึ่งมักเกิดกับคนที่กินยาคุมกำเนิด เมื่อไม่รู้ตัวว่าท้องก็มักจะกินยาคุมกำเนิดต่อไปเรื่อยๆจนเริ่มรู้ตัว เมื่ออายุครรภ์ได้ 1-2 เดือนแล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่หลายคนก็ยังกินยาคุมกำเนิดอยู่ จนทำให้กังวลใจว่าจะเป็นอันตรายต่อลูก แต่การกินยาคุมกำเนิดตอนท้องจะอันตรายแค่ไหนวันนี้เรามีคำตอบ และข้อมูลดีๆ มาแนะนำให้คุณแม่บ้านยุคใหม่กันค่ะ กินยาคุมตอนท้องลูกจะพิการไหม หมดกังวลไปได้เลยว่าการกินยาคุมกำเนิดระหว่างท้องจะทำให้ลูกพิการ เพราะยังไม่มีผลวิจัยว่าจะทำให้ลูกในครรภ์พิการได้ แต่เมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์ควรหยุดกินทันที กินยาคุมตอนท้องทำให้แท้งลูกจริงหรือ เมื่อเรากินยาคุมจะมีผลต่อร่างกายคือมดลูกมีเมือกมากขึ้น ผนังมดลูกมีความบาง ขัดขวางการเคลื่อนที่ของอสุจิไม่ให้สามารถไปวางไข่ได้ เพราะมดลูกมีผนังที่บาง ดังนั้นเมื่อคุณกินยาคุมตอนท้องก็ไม่มีผลกระทบที่เป็นอันตรายแต่อย่างใด

คุณแม่ตั้งครรภ์ ไม่ควรทำงานบ้านเหล่านี้

คุณแม่ตั้งครรภ์ ไม่ควรทำงานบ้านเหล่านี้ !

คุณแม่ตั้งครรภ์ในปัจจุบันนี้ มักได้รับคำแนะนำจากคุณหมอว่าให้ขยับร่างกาย ออกกำลังกายเบาๆ อีกทั้งยังสามารถทำงานบ้านได้ เพื่อทำให้ร่างกายแข็งแรงมีความพร้อมต้องการเบ่งทารกน้อยออกมา หากแต่การทำงานบ้านนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถทำได้ทุกอย่าง เนื่องจากงานบ้านบางอย่างก็สามารถเป็นอันตรายต่อคุณแม่ได้ 1. การใช้สารเคมีรุนแรง เช่น ยาฉีดยุง , น้ำยาขัดห้องน้ำ เป็นต้น โดยล้วนแล้วแต่ประกอบด้วยสารเคมีที่สามารถระเหยได้ เมื่อคุณแม่หายใจเข้าไป ก็จะเป็นอันตรายต่อลูกน้อยได้นั่นเอง 2. การยกของหนัก แนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงการยกของหนักทุกชนิด เพราะส่งผลต่อกระดูกสันหลังของคุณแม่ ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงทารกในครรภ์

พัฒนาการของลูกน้อยวัยอายุ-16-เดือน-ที่คุณแม่ต้องรู้-แม่บ้านยุคใหม่

พัฒนาการของลูกน้อยวัยอายุ 16 เดือน ที่คุณแม่ต้องรู้

พัฒนาการเด็ก เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญ ที่ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ต้องพยายามติดตามอยู่เสมอ เพื่อตรวจสอบว่าเจ้าตัวเล็กของคุณมีพัฒนาการสมวัยหรือไม่ ถ้าเกิดเหตุอันใดจะได้หาทางแก้ไขทัน เพราะนั้นในวันนี้เราจะพาคุณผู้อ่านไปทำความรู้จักกับพัฒนาการของเด็กวัย 16 เดือนกัน 1. พัฒนาการด้านร่างกาย สำหรับเด็กอ่อนในวัยนี้ สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วขึ้น หากแต่อย่างไรก็ตามอาจยังไม่ค่อยมีความมั่นคง แข็งแรงเท่าไหร่ และจากการเคลื่อนไหวได้นี้เอง จึงทำให้เหล่าเด็กๆ กลายมาเป็นยอดนักสำรวจ อยากรู้อยากเห็น ชอบรวมทั้งหยิบจับพร้อมขว้างปาสิ่งของไปทั่วทิศทาง แต่อย่างไปห้ามเขานะคะเพราะการทำเช่นนี้เป็นการฝึกทักษะทางด้านการใช้มือและตาให้สัมพันธ์กัน กิจกรรมที่คุณแม่ทำได้ คือ

Close Menu