วิธีทำความสะอาดห้องน้ำให้น่าใช้ Ep.1

วิธีทำความสะอาดห้องน้ำให้น่าใช้ Ep.1
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าห้องน้ำก็เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่เราใช้เวลาอยู่ในนั้นเป็นเวลานาน หลายคนใช้เวลาเป็นชั่วโมงอยู่ในห้องน้ำ ทั้งอาบน้ำ สระผม ขัดตัว นวดตัว และในบางที่บางโรงแรมก็มีอ่างจากุซซี่ที่ให้ลงแช่ เพราะฉะนั้นห้องน้ำจึงต้องเป็นที่สะอาด ไม่มีกลิ่นอับ เพื่อให้เป็นสถานที่ที่น่าใช้ ในวันนี้เราจึงจะมาแนะนำการทำความสะอาดห้องน้ำให้สะอาด จะมีวิธีไหนบ้างไปดูกันเลย

1. ขนสิ่งของออกจากห้องน้ำให้หมด
ในการทำความสะอาดห้องน้ำแต่ละครั้ง เราควรขนสิ่งของที่เราวางไว้ในห้องน้ำออกมาให้หมด ทั้งขวดแชมพูครีมนวด สบู่เหลว ชั้นวางของที่สามารถถอดได้ รวมถึงพวกของตกแต่งต่างๆ เพื่อให้ห้องโล่งและสามารถทำความสะอาดได้ง่ายขึ้น

2. ทำความสะอาดเพดานห้องน้ำ
วิธีนี้การเป็นวิธีหนึ่งที่หลายคนมักละเลย เพราะสนใจแต่พื้นห้องน้ำ เพราะฉะนั้นเมื่อมีหยากไย่หรือฝุ่นก็อย่าลืมหาไม่กวาดมาทำความสะอาดด้วย ไล่ตั้งแต่แต่ด้านบนลงมาด้านล่าง แค่นี้ห้องน้ำของเราก็จะน่าใช้มากกว่าเดิม

วิธีทำความสะอาดห้องน้ำให้น่าใช้ Ep.1 (1)

3. ทำความสะอาดผนังและกระจก
เมื่อทำความสะอาดเพดานห้องน้ำแล้ว ต่อมาก็ต้องทำความสะอาดผนังห้องน้ำ ใช้น้ำยาทำความสะอาดและใช้แปรงขัดให้สะอาด แต่ถ้าห้องน้ำปูด้วยวอลเปเปอร์ ให้ใช้ผ้าหนาๆ ชุบน้ำแล้วนำไปหุ้มกับแปรง แล้วขัดกับผนังห้องน้ำ

วิธีทำความสะอาดห้องน้ำให้น่าใช้ Ep.1 (2)

4. ทำความสะอาดอ่างล้างหน้าและเคาน์เตอร์
อ่างล้างหน้าและเคาน์เตอร์เป็นบริเวณที่เราใช้งานหลายครั้ง ทั้งล้างหน้า ล้างมือ แต่งหน้า บริเวณนี้ถ้าสะอาดสบายตาก็จะเป็นเรื่องดี เราสามารถใช้แปรงสีฟันอันเก่า จุ่มน้ำสบู่ที่ผสมกับน้ำอุ่นนำมาขัดๆ ตามซอกกระเบื้อง ซอกก๊อกน้ำและอ่างล้างหน้า หรือถ้ามีคราบฝังแน่นมาก อาจจะใช้สูตรเบกกิ้งโซดาผสมกับน้ำส้มสายชูให้เป็นเนื้อข้นเหนียว และนำไปป้ายที่คราบสกปรก ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วจึงนำแปรงสีฟันมาขัดๆ และตรงบริเวณกระเบื้องเคาน์เตอร์สามารถลงน้ำยาชัดได้เลย

5. ราดน้ำยาล้างในโถสุขภัณฑ์
เราต้องราดน้ำยาทิ้งไว้ เพื่อให้น้ำยาไปกัดคราบสิ่งสกปรกที่เกาะติดแน่น และอย่าลืมเปิดประตูและหน้าต่างห้องน้ำ เพื่อให้อากาศถ่ายเท และถ้าใครไมม่ชอบการใช้สารเคมี เราก็มีสูตรทำความสะอาดมาแนะนำนั่นคือ นำผงฟู  1 ช้อนโต๊ะ, น้ำส้มสายชูและน้ำเปล่า ในสัดส่วน 75/25 มาผสมกัน แล้วนำไปราดทิ้งไว้ สูตรนี้ก็ให้พลังทำความสะอาดไม่แพ้สารเคมีเลย และยังไม่เป็นอันตรายอีกด้วย

#แม่บ้าน #วิธีทำความสะอาดห้องน้ำ #บ้านและสวน

More to explorer

ลูกฟันเหยิน เกิดจากอะไร 5 ข้อนี้คือสาเหตุ #ครอบครัว

ลูกฟันเหยิน เกิดจากอะไร 5 ข้อนี้คือสาเหตุ

ฟันเป็นองค์ประกอบสำคัญของใบหน้า ซึ่งฟันของลูกน้อยนั้นเป็นเรื่องที่คุณพ่อ คุณแม่ ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด เพราะหากปล่อยให้ลูกมีสุขภาพฟันที่ไม่ดีอาจส่งผลเสียต่อตัวลูกในระยะยาวได้ ปัญหาของฟันอย่างหนึ่งที่เกิดกับเด็ดหลายคนอยู่บ่อย ๆ นั่นก็คือ ลูกฟันเหยิน เราเชื่อว่าไม่มีใครอยากฟันเหยินแน่นอน เพราะฉะนั้นคุณแม่จะต้องดูแลฟันของลูกให้ดี เพราะฟันเหยินมีสาเหตุการเกิดจากสิ่งต่อไปนี้ 1.ลูกฟันเหยินเพราะ พฤติกรรมการดูดนิ้ว การดูดนิ้วเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นกับเด็กวัย  1 ขวบ และจะหายไปเองเมื่ออายุครบ 2-4 ขวบ หากลูกมีพฤติกรรมแบบนี้เป็นเวลานาน ๆ

รักษาสิวอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยสมุนไพรธรรมชาติ ราคาสบายกระเป๋า #ไลฟ์สไตล์

รักษาสิวอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยสมุนไพรธรรมชาติ ราคาสบายกระเป๋า

ปัญหาสุขภาพผิวที่แก้เท่าไหร่ก็ไม่หายสักที แม้อายุจะมากขึ้นก็ไม่ได้หายไปตามฮอร์โมนเหมือนที่ใคร ๆ เขาบอกกัน นั่นก็คือปัญหาสิวสำหรับสาว ๆ อย่างเรานี่แหละ เป็นขึ้นมาแต่ละครั้งกว่าจะรักษาก็แสนยากเย็นแถมยังต้องมารักษารอยแผลเป็นที่ตกค้างเอาไว้อีก ก่อนที่ทุกคนจะหันไปพึ่งหมอ ใช้ยา และสารเคมี เราลองหันมามองสมุนไพรรักษาสิวใกล้ตัวในครัวบ้านเรากันก่อนดีกว่า รักษาสิวไม่ใช่เรื่องไกลตัว กับสมุนไพรในครัวของบ้านเรา 1. ดินสอพอง การใช้ดินสอพองพอกหน้าถือเป็นวิธีโบราณที่ใช้ได้ผลดีเป็นอย่างมาก ดินสอพองจะช่วยทำให้สิวบนใบหน้าแห้งไปเอง ควรใช้อย่างยิ่งกับสิวที่เป็นหนองและบวมเป่ง แต่ใช้มากเกินไปก็ไม่ควรใน 1 สัปดาห์นั้นควรจะพอกแค่

โรคขาโก่งในเด็ก เกิดจากอะไร และวิธีการรักษา #ครอบครัว

โรคขาโก่งในเด็ก เกิดจากอะไร และวิธีการรักษา

อีกหนึ่งโรคที่มักเกิดขึ้นกับเด็กขึ้นที่คุณแม่ไม่ควรมองข้ามนั่นก็คือ โรคขาโก่งในเด็ก เพราะโรคนี้เป็นโรคที่เกิดความผิดปกติทางร่างกายที่อวัยวะส่วนขา ซึ่งโรคขาโก่งในเด็กนั้นมักพบกับเด็กในช่วงวัยหัดเดิน ส่งผลเสียต่อร่างกายของเด็กอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว มาดูกันว่าโรคขาโก่งในเด็กนั้นเกิดจากอะไร แล้วมีวิธีการรักษาอย่างไรบ้าง โรคขาโก่ง เกิดจากอะไร โรคขาโก่งในเด็กมีสาเหตุการเกิดจากสิ่งต่อไปนี้ 1.เกิดจากธรรมชาติ ขาโก่งที่เกิดจากธรรมชาติ เมื่อลูกเริ่มตั้งไข่คุณแม่ก็จะสังเกตเห็นความผิดปกติได้ทันที เพราะขาทั้งสองข้างจะไม่ตรงแต่จะมีลักษณะโก่งงอนั่นก็เพราะว่าตอนอยู่ในท้องขาของลูกมีการคดงออยู่แล้ว 2.ขาโก่งที่เกิดจากโรค จะสังเกตเห็นได้ชัดเมื่อลูกอายุครบ  3 ขวบ แล้วยังมีลักษณะขาที่โก่งงออยู่ ซึ่งอาจมีสาเหตุการณ์เกิดมาจากความผิดปกติของกระดูก หรือข้อต่อ รวมทั้งโรคต่าง