อย่าพึ่งกังวล 5 อาการนี้ เป็นอาการปกติที่คนท้องต้องเจอ

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

เป็นเรื่องปกติที่คนท้องจะมีอาการแปลกๆ ไม่เพียงแต่อาการแพ้ท้องเท่านั้น ซึ่งคุณแม่มือใหม่อาจจะรู้สึกกังวลว่าอาการที่เกิดขึ้นนี้จะเป็นอันตรายหรือเปล่า ดังนั้นเราจึงรวบรวม 5 อาการที่คนท้องต้องเจอเป็นเรื่องปกติมาบอกกัน เพื่อที่คุณแม่จะได้คลายความกังวลมากขึ้นนั่นเอง

อย่าพึ่งกังวล 5 อาการนี้ เป็นอาการปกติที่คนท้องต้องเจอ

1.ปวดหน่วงบริเวณท้องน้อย

ช่วงตั้งครรภ์โดยเฉพาะไตรมาสแรก คุณแม่จะมีอาการปวดหน่วงได้เป็นปกติ เนื่องจากมดลูกกำลังขยายตัว ซึ่งหากไม่มีอาการผิดปกติอื่นใดก็ไม่ต้องกังวล เว้นแต่คุณแม่จะมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง หรือมีเลือดออกร่วมด้วย แบบนี้ก็ควรรีบไปหาหมอโดยด่วน เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณของภาวะแท้งคุกคาม หรือความผิดปกติอื่นๆ นั่นเอง

2.หายใจลำบาก

โดยส่วนมากอาการหายใจลำบาก จะเกิดขึ้นกับคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ในช่วงไตรมาสที่ 3 เนื่องจากมดลูกที่มีขนาดใหญ่ขึ้นจึงไปเบียดกับอวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย และกระบังลมที่เลื่อนสูงขึ้นจากเดิม จึงทำให้มีอาการหายใจลำบาก โดยเฉพาะเวลานอน ซึ่งขอแนะนำให้นอนท่าตะแคง จะช่วยให้หายใจสะดวกมากขึ้น

3.ปัสสาวะบ่อย

ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมจึงปัสสาวะบ่อยจัง เพราะเมื่อตั้งครรภ์มดลูกที่ขยายใหญ่จะไปเบียดกับกระเพาะปัสสาวะ ทำให้มีอาการปวดปัสสาวะบ่อย ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติที่ไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด แต่ถ้าคุณแม่มีอาการอื่นร่วมด้วย เช่นปัสสาวะติดขัด มีอาการปวดแสบขณะปัสสาวะ แบบนี้ก็ต้องไปเช็คกันหน่อยแล้วล่ะ เพราะอาจเกิดการอักเสบหรือติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะได้

4.มีตกขาวเยอะ

คุณแม่หลายคนอาจจะตกใจจากการที่มีตกขาวเยอะ ซึ่งก็ต้องบอกเลยว่านี่ก็เป็นอีกหนึ่งอาการปกติที่คนท้องต้องเจอเช่นกัน แต่ทั้งนี้ก็ต้องสังเกตดูให้ดีว่าตกขาวมีความผิดปกติไปจากเดิมไหม เช่น มีกลิ่นเหม็น มีสีเหลืองหรือสีที่ผิดแปลกไปจากเดิม รวมถึงมีอาการคันร่วมด้วย โดยหากมีอาการแบบนี้อย่าได้นิ่งนอนใจเด็ดขาด

5.ปวดเต้านม

อาการปวดเต้านมหรือหัวนมมักจะเกิดขึ้นช่วงแรกของการตั้งครรภ์ โดยเป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นได้ เนื่องจากฮอร์โมนที่สูงขึ้นจึงทำให้มีอาการปวด แต่เมื่อผ่านไประยะหนึ่งอาการปวดจะค่อยๆ หายเป็นปกติไปเอง ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลแต่อย่างใด

5 อาการเหล่านี้เป็นอาการปกติที่คนท้องทุกคนต้องเจอ เพราะฉะนั้นอย่าพึ่งกังวลไป เว้นแต่มีอาการผิดปกติอื่นตามที่กล่าวไป จึงควรรีบไปหาหมอทันทีเพื่อตรวจหาสาเหตุและทำการรักษาอย่างเร่งด่วน อย่างไรก็ตามหากคุณรู้สึกกังวลและไม่แน่ใจว่าเป็นอาการปกติจริงหรือไม่ ก็อาจไปหาหมอเพื่อความสบายใจก่อนได้เหมือนกัน

More to explorer

อันตรายแค่ไหน-เมื่อกินยาคุมตอนท้อง แม่บ้านยุคใหม่

อันตรายแค่ไหน เมื่อกินยาคุมตอนท้อง

การตั้งครรภ์เป็นเรื่องปกติที่ผู้หญิงจะต้องเจอ แต่การท้องแบบไม่รู้ตัวนั้นก็มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ ซึ่งมักเกิดกับคนที่กินยาคุมกำเนิด เมื่อไม่รู้ตัวว่าท้องก็มักจะกินยาคุมกำเนิดต่อไปเรื่อยๆจนเริ่มรู้ตัว เมื่ออายุครรภ์ได้ 1-2 เดือนแล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่หลายคนก็ยังกินยาคุมกำเนิดอยู่ จนทำให้กังวลใจว่าจะเป็นอันตรายต่อลูก แต่การกินยาคุมกำเนิดตอนท้องจะอันตรายแค่ไหนวันนี้เรามีคำตอบ และข้อมูลดีๆ มาแนะนำให้คุณแม่บ้านยุคใหม่กันค่ะ กินยาคุมตอนท้องลูกจะพิการไหม หมดกังวลไปได้เลยว่าการกินยาคุมกำเนิดระหว่างท้องจะทำให้ลูกพิการ เพราะยังไม่มีผลวิจัยว่าจะทำให้ลูกในครรภ์พิการได้ แต่เมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์ควรหยุดกินทันที กินยาคุมตอนท้องทำให้แท้งลูกจริงหรือ เมื่อเรากินยาคุมจะมีผลต่อร่างกายคือมดลูกมีเมือกมากขึ้น ผนังมดลูกมีความบาง ขัดขวางการเคลื่อนที่ของอสุจิไม่ให้สามารถไปวางไข่ได้ เพราะมดลูกมีผนังที่บาง ดังนั้นเมื่อคุณกินยาคุมตอนท้องก็ไม่มีผลกระทบที่เป็นอันตรายแต่อย่างใด

คุณแม่ตั้งครรภ์ ไม่ควรทำงานบ้านเหล่านี้

คุณแม่ตั้งครรภ์ ไม่ควรทำงานบ้านเหล่านี้ !

คุณแม่ตั้งครรภ์ในปัจจุบันนี้ มักได้รับคำแนะนำจากคุณหมอว่าให้ขยับร่างกาย ออกกำลังกายเบาๆ อีกทั้งยังสามารถทำงานบ้านได้ เพื่อทำให้ร่างกายแข็งแรงมีความพร้อมต้องการเบ่งทารกน้อยออกมา หากแต่การทำงานบ้านนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถทำได้ทุกอย่าง เนื่องจากงานบ้านบางอย่างก็สามารถเป็นอันตรายต่อคุณแม่ได้ 1. การใช้สารเคมีรุนแรง เช่น ยาฉีดยุง , น้ำยาขัดห้องน้ำ เป็นต้น โดยล้วนแล้วแต่ประกอบด้วยสารเคมีที่สามารถระเหยได้ เมื่อคุณแม่หายใจเข้าไป ก็จะเป็นอันตรายต่อลูกน้อยได้นั่นเอง 2. การยกของหนัก แนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงการยกของหนักทุกชนิด เพราะส่งผลต่อกระดูกสันหลังของคุณแม่ ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงทารกในครรภ์

พัฒนาการของลูกน้อยวัยอายุ-16-เดือน-ที่คุณแม่ต้องรู้-แม่บ้านยุคใหม่

พัฒนาการของลูกน้อยวัยอายุ 16 เดือน ที่คุณแม่ต้องรู้

พัฒนาการเด็ก เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญ ที่ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ต้องพยายามติดตามอยู่เสมอ เพื่อตรวจสอบว่าเจ้าตัวเล็กของคุณมีพัฒนาการสมวัยหรือไม่ ถ้าเกิดเหตุอันใดจะได้หาทางแก้ไขทัน เพราะนั้นในวันนี้เราจะพาคุณผู้อ่านไปทำความรู้จักกับพัฒนาการของเด็กวัย 16 เดือนกัน 1. พัฒนาการด้านร่างกาย สำหรับเด็กอ่อนในวัยนี้ สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วขึ้น หากแต่อย่างไรก็ตามอาจยังไม่ค่อยมีความมั่นคง แข็งแรงเท่าไหร่ และจากการเคลื่อนไหวได้นี้เอง จึงทำให้เหล่าเด็กๆ กลายมาเป็นยอดนักสำรวจ อยากรู้อยากเห็น ชอบรวมทั้งหยิบจับพร้อมขว้างปาสิ่งของไปทั่วทิศทาง แต่อย่างไปห้ามเขานะคะเพราะการทำเช่นนี้เป็นการฝึกทักษะทางด้านการใช้มือและตาให้สัมพันธ์กัน กิจกรรมที่คุณแม่ทำได้ คือ

Close Menu