สูตรอาหาร กุ้งผัดผักซอสโฮมเมด

สูตรอาหาร-กุ้งผัดผักซอสโฮมเมด แม่บ้านยุคใหม่
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

เป็นสูตรอาหารที่ทำทานได้แทบทุกวัน แม่บ้านยุคใหม่ ทำได้แน่นอน และยังเป็นอาหารสำหรับทุกมื้อ เพราะอิ่มอร่อยและทำง่ายใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที เป็นหนึ่งในเมนูอาหารโปรดของใครหลายคนเลยก็ว่าได้ กุ้งผัดซอสโฮมเมดเป็นสูตรพิเศษที่อยากนำเสนอมากๆ เหมาะกับสาวกกุ้งตัวจริงที่อยากกินอะไรฟินๆ กุ้งนุ่มๆ ผสมกับผักกรุกกรอบ เอาล่ะลองมาดูวิธีทำกันเลย รับรองว่าไม่ยาก

ก่อนอื่นเลยให้หาผักที่ชอบมาผัดคู่กับกุ้งจะเป็นบล็อกโคลี่ พริกหยวก เห็ด กระหล่ำปลีหรือผักหลากหลายชนิดก็สามารถนำมาผัดเข้ากันได้ สูตรกุ้งผัดผักซอสโฮมเมดยังปราศจากกลูเตนดังนั้นจึงกินได้อย่างปลอดภัยเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการหลีกเลี่ยงกลูเตน มีทั้งโปรตีนและวิตามินจากผักด้วย

สูตรอาหาร กุ้งผัดผักซอสโฮมเมด1 แม่บ้่นยุคใหม่

ส่วนผสมกุ้งผัดผักซอสโฮมเมด

กุ้งดิบขนาดกลางปอกเปลือกและอบ
กระเทียมบดแบ่ง 5 กลีบ
เนยหรือน้ำมัน1 ช้อนโต๊ะ
คาโนลา1 ช้อนชา , มะกอกหรือน้ำมันมะพร้าว
เห็ดหั่น 4 ออนซ์
บรอกโคลี 2 ถ้วย
แครอทปอกเปลือกและหั่นบาง ๆ ในแนวทแยง 4 กรัม
พริกหยวกแดงหั่นบาง ๆ 1 กรัม
ข้าวกล้องหรือข้าวกล้องขาวร้อนๆ

ส่วนผสมซอส

น้ำซุปไก่ 2/3 ถ้วยหรือน้ำ
ซอสถั่วเหลืองคุณภาพดี 1/3 ถ้วยตวง
น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะหรือน้ำตาลทรายแดง
น้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะ
แป้งข้าวโพด 2 ช้อนโต๊ะ

สูตรอาหาร กุ้งผัดผักซอสโฮมเมด3 แม่บ้านยุคใหม่

วิธีทำ กุ้งผัดผักซอสโฮมเมด

1.ใส่เนยหรือน้ำมันลงในกระทะที่ตั้งไฟปานกลางจากนั้นใส่กระเทียมลงไปครึ่งส่วน

2.ใส่กุ้งลงไปผักให้พอเปลี่ยนสี

3.นำกุ้งออกมาพักไว้ แล้วเติมน้ำมันมะกอกตั้งไฟสูงและเติมผักทั้งหมดที่เตรียมไว้ลงไปผัด

4.ปิดฝาหม้อเพื่อให้ไอน้ำทำให้ผักนิ่มขึ้น

5.ระหว่างนี้ให้ทำซอสเตรียมไว้ด้วยการใช้น้ำซุปผสมกับซอสถั่วเหลือง น้ำผึ้ง น้ำส้มสายชูและแป้งข้าวโพดเล็กน้อย คนให้เข้ากันแล้วค่อยเทใส่ซอสลงในกระทะ

6.ปิดฝาต่ออีก 5 นาทีเพื่อให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากัน

7.เทกุ้งลงมาผัดรวมอีกครั้งประมาณ 3 นาทีจากนั้นตัดใส่จานเสิร์ฟพร้อมข้าวสวยพร้อมทาน

เห็นไหมว่าเป็นอาหารที่ทำทานง่ายและมีรสชาติอร่อยด้วยซอสสูตรโฮมเมดไม่เหมือนใคร จะทานเป็นอาหารเช้าคู่กับขนมปังฝรั่งเศสหรือทานเป็นกับข้าวเย็นก็เหมาะ เด็กๆ ทานได้ผู้ใหญ่ทานดีเพราะรสชาติกลางๆ กำลังดีแถมใช้เวลาทำไม่นานด้วย ซึ่งหากของทานกุ้งเด้งๆ แนะนำให้ล้างด้วยโซดาก่อนนำมาผักรับรองว่าได้กุ้งเนื้อเด้งกรอบหวานอร่อย

More to explorer

เมื่อลูกเป็น “โรคภูมิแพ้” จะมีวิธีดูแลได้อย่างไร #แม่บ้านยุคใหม่

เมื่อลูกเป็น “โรคภูมิแพ้” จะมีวิธีดูแลได้อย่างไร

สำหรับโรคภูมิแพ้ถือว่าเป็นโรคที่เด็กๆเป็นกันมากที่สุด ซึ่งโรคภูมิแพ้นี้เกิดขึ้นได้โดยเฉพาะกับสภาพอากาศเย็นและชื้น ซึ่งเด็กๆมักจะมีอาการน้ำมูกไหลจะจามกัน สำหรับโรคภูมิแพ้นี้ถือว่าไม่ได้เป็นโรคที่น่ากลัวแต่อย่างไร แต่หากเป็นแล้วก็สามารถเป็นได้อีกไม่มีทางรักษาให้หายขาด เพราะฉะนั้นใครที่เป็นโรคภูมิแพ้ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ก็จะต้องมีวิธีจัดการกับตัวเองให้ระงับอาหารที่เกิดขึ้นให้ได้ โดยอาการของโรคภูมิแพ้ของเด็กแต่ละคนนั้นจะแสดงออกมาที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเด็กบางคนนั้นอาจจะแสดงอาการทางผิวหนึ่ง ที่เรียกกันว่า ลมพิษ หรือเด็กบางมีอาการเยื่อจมูกอักเสบ วันนี้เราจึงมีวิธีป้องกัน โรคภูมิแพ้ มาฝากคุณพ่อคุณแม่แต่ละคน ได้ลองทำกันดู วิธีป้องกันโรคภูมิแพ้ให้กับเด็กๆสามารถทำได้ดังนี้ ป้องกันฝุ่นและไรฝุ่น ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สามารถทำให้เกิด โรคภูมิแพ้ ได้ โดยคุณแม่จะต้องจัดการทำความสะอาดส่วนต่างของบ้าน

หากลูกป่วยเป็น RSV จะต้องทำอย่างไร และอันตรายแค่ไหน? #แม่บ้านยุคใหม่

หากลูกป่วยเป็นRSV จะต้องทำอย่างไร และอันตรายแค่ไหน?

สำหรับทุกวันนี้เรามักพบเชื้อไวรัสมากมาย ซึ่งไวรัสบางตัวเราก็ยังไม่เคยเนมาก่อน ซึ่งในระยะเวลา 10-20 ปี ไวรัสเหล่านั้นได้กลายพันธุ์ให้มาติดเด็กๆ จนทำให้ทางการแพทย์จึงต้องเร่งศึกษาและหาวิธีรักษากันทุกวัน วันนี้เราจะก็มาบอกข้อมูลของไวรัส RSV ที่เป็นไวรัสที่เด็กเล็กป่วยบ่อยที่สุดช่วงตอนอากาศชื้นๆ อาการของไวรัส RSV นี้ยังทำให้เด็กมีไข้ ตัวร้อน บางรายเข้าทำการรักษาไม่ทันเด็กก็ถึงขั้นเสียชีวิตได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นเราจะต้องมีวิธีจัดการกับไวรัสตัวนี้ หากรู้ว่าลูกเป็นคุณแม่จะต้องทำอย่างไร ไปดูกัน เด็กที่ป่วยเป็น RSV มีอาการอย่างไร มีไข้สูง

อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอดที่ต้องระวัง!! #แม่บ้านยุคใหม่

อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอดที่ต้องระวัง!!

คุณแม่หลังคลอดเป็นคุณแม่ที่ต้องการพักฟื้นร่างกายมากที่สุด เพราะคุณแม่จะเสียลือดมากและได้รับอาการบาดเจ็บบริเวณช่องคลอด การที่คุณแม่มีร่างกายอ่อนเพลียในช่วงนี้จึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่มีโรคต่างๆแทรกซ้อนเข้ามา ด้วยสภาวะฮอร์โมนกำลังปรับตัว จึงทำให้สภาพร่างกายและสภาพจิตใจของคุณยังไม่ปกติ วันนี้เราก็จะมีอาการต่างๆที่สามารถเกิดขึ้นได้มาแนะนำ สำหรับคุณแม่หลังคลอดว่าจะมีโอกาสเกิดอาการป่วยแบบใดได้บ้าง อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอด มีไข้ เป็นอีกหนึ่งอาการที่คุณแม่จะต้องแจ้งแพทย์ทันที เพราะในช่วงที่ คุณแม่หลังคลอด คุณแม่ได้เสียเลือดเป็นจำนวนมาก ร่างกายเลยทำการผลิตเลือดขึ้นมา จึงทำให้อุณภูมิร่างกายของคุณแม่ไม่ปกติ จึงทำให้เกิดมีไข้หลังคลอดประมาณ 1- 2 ชั่วโมงได้ ตกเลือด เป็นอีกหนึ่งอาการที่น่ากลัวเช่นกัน เพราะอาการตกเลือดนี้จะเป็นอาการหลังคลอดที่คุณหมอได้ทำการเย็บแผลในมดลูกไม่สนิท