สูตรอาหาร ข้าวผัดไข่

สูตรอาหาร ข้าวผัดไข่ แม่บ้านยุคใหม่
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

ข้าวผัดไข่เรียกว่าเป็นเมนูอาหารง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ทำกินได้ แต่เคล็ดลับความอร่อยนั้นก็มีอยู่เอาไว้กินเวลาสิ้นเดือนล่ะเหมาะที่สุด ทั้งประหยัดและรสชาติอร่อยด้วย  สูตรที่นำเสนอในวันนี้อุดมไปด้วยโปรตีน ผักและคาร์โบไฮเดรต เป็นข้าวผัดไข่หอมๆ เอาไว้กินกับกับข้าวอะไรก็อร่อย

ข้าวผัดไข่อาจจะดูว่าทำไม่ยากและแต่ละบ้านก็จะมีสูตรต่างกัน แต่สำหรับสูตรนี้เป็นสูตรโบราณที่นำมาประยุกต์ใส่เนื้อสัตว์เพิ่มเติมเพื่อเพิ่มโปรตีนและคุณค่าทางอาหาร สามารถใส่เนื้อสัตว์ที่ชอบได้ตามต้องการ โดยสูตรข้าวผัดไข่นี้เจ้าของสูตรได้แรงบันดาลใจมากจากการดูรายการทำอาหารเทปันยากิ หนึ่งในเมนูอาหารคือข้าวผัดจากเบนิฮานาเลยนำมาประยุกต์กลายเป็นข้าวผัดไข่สูตรอร่อยที่ลงตัวมาก สำหรับข้าวผัดไข่สูตรนี้จะเราจะเพิ่มไข่ห่อเข้าไปด้วยเพื่อรสชาติที่อร่อยมากขึ้น

สูตรอาหาร ข้าวผัดไข่ แม่บ้านยุคใหม่

ส่วนผสมที่จำเป็น

ไข่ไก่ 3 ฟอง
น้ำปลา 2 ช้อนชา
ซอสหอยนางรม 1 ช้อนชา
แครอทหั่นสี่เหลี่ยม
ต้นหอมซอย
เนื้อสัตว์ชนิดต่างๆ ตามต้องการ
ข้าวเปล่า 1 ถ้วย

วิธีทำข้าวผัดไข่

1.ให้นำไข่ไก่ 1 ฟองตีให้เข้ากัน       

2.ตั้งน้ำมันให้ร้อนเดือดแล้วเบาไฟลงเล็กน้อย

3.เทใส่ไข่ลงในกระทะยีให้แตกออกจากกัน

4.ใส่เนื้อสัตว์ที่เตรียมไว้ลงไปผัดรวมกัน

5.ใส่ผักที่หั่นไว้ไปผสมในกระทะผัดให้เข้ากัน

6.ใส่ข้าวลงไปผัดตามด้วยซอสปรุงรส ผัดให้เข้ากันจนสุกดีนำขึ้นมาพักไว้

7.เช็ดกระทะตั้งน้ำมันอีกครั้งด้วยไฟปานกลาง

8.ตีไข่ 2 ฟองที่เหลือให้เข้ากันแล้วปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำมันหอย

9.เทไข่ลงกระทะแผ่ให้เป็นแผ่นบางๆ กลับให้สุกทั้งสองด้าน

10.ปิดไฟแล้วนำส่วนข้าวคว่ำถ้วยลงไปห่อไข่ เป็นอันเรียบร้อยพร้อมรับประทาน

เคล็ดลับการทำไข่ห่อนั้นหากอยากให้กรอบควรผสมแป้งอเนกประสงค์ลงไปด้วยเล็กน้อยเพื่อความกรอบฟู และควรใช้น้ำมันแต่น้อยเพื่อไม่ให้ไข่อมน้ำมันจนกินไป เป็นเคล็ดลับที่นิยมใช้ตามร้านอาหาร ในส่วนของผักหากไม่อยากให้นิ่มเกินไปไม่ควรผักเกิน 3 นาที แต่หากชอบนิ่มๆ สามารถผักเกินได้สักประมาณ 5 นาทีนิ่มกำลังดี ในส่วนของผักนอกจากแครอทกับหัวหอมสามารถเติมอย่างอื่นที่ต้องการลงไปได้อีก

ถือเป็นเมนูอาหารที่ทำทานได้ง่าย คุณแม่บ้านยุคใหม่สามารถทำได้ เป็นเมนูที่อิ่มอร่อยใช้เวลาในการเข้าครัวไม่นานเหมาะกับเวลาเร่งรีบอย่างตอนเช้าดีกว่าทานแต่เบรคฟาสต์อย่างเดียว

More to explorer

อายุการใช้งาน ของขวดนมและจุกนมเด็ก แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน

อายุการใช้งาน ของขวดนม และจุกนมเด็ก

คุณแม่มือใหม่บางคนที่เริ่มให้ลูกใช้ขวดนม อาจจะยังไม่ทราบว่าขวดนมแต่ละแบบนั้นมีอายุใช้งานอยู่ ไม่ใช่ว่าจะใช้ได้ตลอดโดยไม่ต้องเปลี่ยนขวดใหม่เลย ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่า อายุการใช้งานของขวดนมและจุกนมนั้น เป็นอย่างไร อายุการใช้งานของ ขวดนม 1.ขวดที่มีสีขาวขุ่น  ขวดแบบนี้สามารถทนอุณหภูมิ ( -20̊ ) – 110 ̊ และอายุการใช้งานนั้นโดยเฉลี่ยแล้วจะสามารถอยู่ได้ ถึง 6 เดือน โดยจะต้องแล้วแต่ความถี่ในการทำความสะอาดและต้มหรือนึ่งฆ่าเชื้อ  2.ขวดพลาสติกที่ขาวใส

ลูกติดหวาน รับมืออย่างไร มาดู 5 เทคนิคนี้ แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน

ลูกติดหวาน รับมืออย่างไร มาดู 5 เทคนิคนี้

ขนมต่างๆ มักมีรสหวานเพื่อให้เด็กรู้สึกอร่อยและเป็นรสชาติที่ทำให้มีความสุข ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่โตขึ้นเด็กๆ ก็จะเริ่มเลือกทานแต่อาหารหวานๆ จนทำให้ ลูกติดหวาน ในที่สุด ซึ่งคุณพ่อคุณแม่จะทำอย่างไรดี มาดูเทคนิคที่เราหามาให้ได้อ่านกันไปดูกันเลย วิธีรับมือเมื่อ ลูกติดหวาน 1.คุณคือคนที่เลือกอาหารให้ลูก การทานอาหารในแต่ละมื้อ หลักๆ เด็กจะต้องทานที่บ้านและคุณก็จะต้องเป็นคนหาให้เขาได้ทานดังนั้นคุณเองก็ควรลองทำกับข้าวที่สามารถควบคุมรสชาติได้เองเพื่อเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกให้หันมาทานอาหารที่ไม่หวานได้ 2.ตัวอย่างที่ดีคือตัวคุณเอง การยกตัวอย่างต่างๆ ก็ไม่เท่าทำให้ดู ลูกๆ  จะมองคุณเป็นต้นแบบในแทบทุกเรื่องดังนั้นหากคุณห้ามให้ลูกไม่ทานหวานแต่ตัวคุณกลับทำซะเอง เด็กๆ ก็จะทำตามอย่างที่คุณทำแน่นอน

เสียงร้องของลูก บอกอะไรเราได้บ้าง แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน

เสียงร้องของลูก บอกอะไรเราได้บ้าง

การเลี้ยงเด็กคนหนึ่ง ให้เขาเจริญเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดี อาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย พ่อและแม่ต้องให้ความใกล้ชิด การดูแลที่อบอุ่น รวมถึงการเข้าอกเข้าใจทารกในการพัฒนา ทักษะในด้านต่างๆ ตามช่วงวัย การอบรมสั่งสอนรวมถึงการเลี้ยงดูที่ดีถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะนั้นจะเป็นพื้นฐานในการเจริญเติบโตของเด็กในอนาคต เด็กทารกนั้นยังไม่สามารถที่จะพูดคุย หรือสื่อสารเป็นคำพูดกับเราได้ ดังนั้นสิ่งที่เด็กทำได้เพื่อสื่อสารกับพ่อแม่ จึงเป็นเพียงการส่งเสียงร้อง ในรูปแบบและลักษณะ่าทางที่แตกต่างกัน บางคนอาจคิดว่าเสียงร้องของเด็กทารกนั้นแตกต่างกันจริงหรือ ทุกครั้งที่ร้องก็ฟังดูเสียงออกจะคล้ายกัน คนเป็นพ่อและแม่คนจะเข้าใจได้ดีเลยกับสิ่งนี้ หากเราลองสังเกตและใกล้ชิดกับลูก เราจะสามารถรู้สึกถึงความแตกต่างในเสียงร้องของลูก และรู้ได้ถึงสิ่งที่ลูกต้องการสื่อสารกับเราค่ะ เสียงร้องของลูก