Sleeping Mask มาส์กก่อนนอน ตัวช่วยหน้าใส สดชื่นตื่นมาไม่โทรม!

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

การบำรุงผิวหน้าเป็นสิ่งที่ควรทำเป็นประจำทุกวัน เพราะในแต่ละวันทุกคนต่างก็ต้องเผชิญกับสิ่งสกปรกจากปัจจัยต่าง ๆ ภายนอก ไม่ว่าจะเป็นฝุ่น ควัน ทำให้ใบหน้าที่เคยดูสดชื่น กระจ่างใส กลับดูหมองคล้ำ และอาจยังมีสิว ริ้วรอย จุดด่างดำอีกด้วย หากไม่ดูแลอย่างเร่งด่วน ก็อาจทำให้สภาพผิวหน้าแย่ลงกว่าที่เคยได้ หากกำลังมองหาตัวช่วย ขอแนะนำให้ใช้ Sleeping Mask เลย!

Sleeping Mask คืออะไร?

            เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของผลิตภัณฑ์ดูแลผิว มีลักษณะเป็นเนื้อครีมที่มีความเข้มข้นค่อนข้างสูง เหมาะสำหรับการทาในเวลากลางคืนหรือในเวลาก่อนนอนนั่นเอง อีกทั้งในครีมบางตัวยังช่วยฟื้นฟูผิวในช่วงเวลานอนหลับอีกด้วย ผู้ที่ต้องการบำรุงผิวหน้าอย่างเร่งด่วน ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้เลย

ข้อดีของการมาส์กก่อนนอน

– ฟื้นฟูผิวได้ไว ภายในข้ามคืน

             การฟื้นฟูผิวนั้น ปรกติแล้วจะต้องใช้เวลาในการบำรุงผิวเป็นระยะเวลานาน เพราะปัญหาผิวของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันไป เช่น มีรอยสิว มีฝ้า กระ จุดด่างดำ เป็นต้น แต่หากว่าคุณมีความจำเป็นที่จะต้องบำรุงและฟื้นฟูผิวอย่างเร่งด่วน เช่น ต้องการฟื้นฟูผิวจากปัญหาผิวขาดน้ำ ไม่ชุ่มชื้น ก็สามารถเลือกใช้ Sleeping Maskได้ ซึ่งจะมีหลากหลายสูตรให้คุณได้เลือก แต่ควรเน้นในเรื่องความชุ่มชื่นเป็นหลัก จะสามารถช่วยให้ใบหน้าของคุณกลับมาชุ่มชื้น สดใส ฉ่ำน้ำได้อีกครั้ง

– ประหยัดขั้นตอนในการบำรุงผิว

            ถ้าหากว่าคุณไม่ต้องการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มากจนเกินไป จนทำให้ขั้นตอนในการบำรุงผิวนั้นยุ่งยาก เช่น ใช้โทนเนอร์ เซรั่ม  และครีมทั้งหมดในเวลาเดียวกัน ซึ่งคุณจะต้องเสียเงินในการซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผิวเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังต้องใช้เวลามากให้เนื้อของผลิตภัณฑ์ซึมอีกด้วย แต่หากว่าคุณเลือกใช้ผลิตภัณฑ์มาส์กที่มีความเข้มข้นมาทาก่อนนอน เพียง 1 – 2 ขั้นตอนก่อนนอน เช่น ทาเอสเซนส์หรือโทนเนอร์และมาส์กก่อนนอน เป็นต้น จะทำให้ใบหน้าชุ่มชื้นกำลังดี ไม่มันวาวจนเกินไป

            Sleeping Mask ถือว่าเป็นตัวช่วยกู้ผิวหน้าให้ดูสดใสได้ภายในข้ามคืน ด้วยความเข้มข้นของเนื้อมาส์ก จะทำให้ความชุ่มชื้นของผิวเพิ่มมากขึ้นและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น เพราะคุณจะรู้สึกได้ทันทีที่ได้ทา แต่จะซึมง่าย มอบความรู้สึกสบายผิวหน้าให้กับคุณอีกด้วย เมื่อใช้แล้วคุณจะต้องชื่นชอบเนื้อครีมและความเปลี่ยนแปลงของผิวหน้าอย่างแน่นอน เพียงเท่านี้คุณก็จะมีใบหน้าที่สดใส ชุ่มชื้น ตื่นมาแล้วใบหน้าดูมีชีวิตชีวาได้อย่างง่าย ๆ แล้ว ทริคนี้เป็นทริคง่ายๆ ที่คุณแม่บ้านยุคใหม่ สามารถทำที่บ้านได้เลย

More to explorer

อันตรายแค่ไหน-เมื่อกินยาคุมตอนท้อง แม่บ้านยุคใหม่

อันตรายแค่ไหน เมื่อกินยาคุมตอนท้อง

การตั้งครรภ์เป็นเรื่องปกติที่ผู้หญิงจะต้องเจอ แต่การท้องแบบไม่รู้ตัวนั้นก็มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ ซึ่งมักเกิดกับคนที่กินยาคุมกำเนิด เมื่อไม่รู้ตัวว่าท้องก็มักจะกินยาคุมกำเนิดต่อไปเรื่อยๆจนเริ่มรู้ตัว เมื่ออายุครรภ์ได้ 1-2 เดือนแล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่หลายคนก็ยังกินยาคุมกำเนิดอยู่ จนทำให้กังวลใจว่าจะเป็นอันตรายต่อลูก แต่การกินยาคุมกำเนิดตอนท้องจะอันตรายแค่ไหนวันนี้เรามีคำตอบ และข้อมูลดีๆ มาแนะนำให้คุณแม่บ้านยุคใหม่กันค่ะ กินยาคุมตอนท้องลูกจะพิการไหม หมดกังวลไปได้เลยว่าการกินยาคุมกำเนิดระหว่างท้องจะทำให้ลูกพิการ เพราะยังไม่มีผลวิจัยว่าจะทำให้ลูกในครรภ์พิการได้ แต่เมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์ควรหยุดกินทันที กินยาคุมตอนท้องทำให้แท้งลูกจริงหรือ เมื่อเรากินยาคุมจะมีผลต่อร่างกายคือมดลูกมีเมือกมากขึ้น ผนังมดลูกมีความบาง ขัดขวางการเคลื่อนที่ของอสุจิไม่ให้สามารถไปวางไข่ได้ เพราะมดลูกมีผนังที่บาง ดังนั้นเมื่อคุณกินยาคุมตอนท้องก็ไม่มีผลกระทบที่เป็นอันตรายแต่อย่างใด

คุณแม่ตั้งครรภ์ ไม่ควรทำงานบ้านเหล่านี้

คุณแม่ตั้งครรภ์ ไม่ควรทำงานบ้านเหล่านี้ !

คุณแม่ตั้งครรภ์ในปัจจุบันนี้ มักได้รับคำแนะนำจากคุณหมอว่าให้ขยับร่างกาย ออกกำลังกายเบาๆ อีกทั้งยังสามารถทำงานบ้านได้ เพื่อทำให้ร่างกายแข็งแรงมีความพร้อมต้องการเบ่งทารกน้อยออกมา หากแต่การทำงานบ้านนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถทำได้ทุกอย่าง เนื่องจากงานบ้านบางอย่างก็สามารถเป็นอันตรายต่อคุณแม่ได้ 1. การใช้สารเคมีรุนแรง เช่น ยาฉีดยุง , น้ำยาขัดห้องน้ำ เป็นต้น โดยล้วนแล้วแต่ประกอบด้วยสารเคมีที่สามารถระเหยได้ เมื่อคุณแม่หายใจเข้าไป ก็จะเป็นอันตรายต่อลูกน้อยได้นั่นเอง 2. การยกของหนัก แนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงการยกของหนักทุกชนิด เพราะส่งผลต่อกระดูกสันหลังของคุณแม่ ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงทารกในครรภ์

พัฒนาการของลูกน้อยวัยอายุ-16-เดือน-ที่คุณแม่ต้องรู้-แม่บ้านยุคใหม่

พัฒนาการของลูกน้อยวัยอายุ 16 เดือน ที่คุณแม่ต้องรู้

พัฒนาการเด็ก เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญ ที่ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ต้องพยายามติดตามอยู่เสมอ เพื่อตรวจสอบว่าเจ้าตัวเล็กของคุณมีพัฒนาการสมวัยหรือไม่ ถ้าเกิดเหตุอันใดจะได้หาทางแก้ไขทัน เพราะนั้นในวันนี้เราจะพาคุณผู้อ่านไปทำความรู้จักกับพัฒนาการของเด็กวัย 16 เดือนกัน 1. พัฒนาการด้านร่างกาย สำหรับเด็กอ่อนในวัยนี้ สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วขึ้น หากแต่อย่างไรก็ตามอาจยังไม่ค่อยมีความมั่นคง แข็งแรงเท่าไหร่ และจากการเคลื่อนไหวได้นี้เอง จึงทำให้เหล่าเด็กๆ กลายมาเป็นยอดนักสำรวจ อยากรู้อยากเห็น ชอบรวมทั้งหยิบจับพร้อมขว้างปาสิ่งของไปทั่วทิศทาง แต่อย่างไปห้ามเขานะคะเพราะการทำเช่นนี้เป็นการฝึกทักษะทางด้านการใช้มือและตาให้สัมพันธ์กัน กิจกรรมที่คุณแม่ทำได้ คือ

Close Menu