5 เรื่อง ที่คุณแม่ลูกสอง ต้องเตรียมรับมือ

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

เมื่อคุณแม่มีลูกคนแรก มีความตื่นเต้นและวิตกกังวล ในการเลี้ยงลูกอยู่บ้าง เพราะต้องเจอเรื่องใหม่ๆตลอดเวลาแต่ทุกอย่างสามารถคลี่คลายไปได้ด้วยดี ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงลูกด้วยตำรับตำราต่างๆ หรือสัญชาตญาณของความเป็นแม่ ครั้นเมื่อถึงคราวมีลูกคนที่สอง ทั้งที่ลูกคนแรกก็อยู่ในวัยกำลังซน เรื่องนี้คุณแม่ และแม่บ้านยุคใหม่ ต้องเตรียมรับมือ กันอย่างไร มีเรื่องไหนบ้างที่คุณแม่ต้องเจอมาดูกันเลย

1.น้องหลับพี่ตื่น เมื่อพีนอนหลับ

แม่ก็ต้องรีบกล่อมน้องเข้านอน กว่าเจ้าตัวเล็กจะยอมหลับก็ทำให้แม่เหนื่อยดู มีแอบคิดว่าถ้าลูกหลับทั้งสองคนแม่จะได้งีบกลางวันบาง ว่าแล้วแม่ก็ค่อยๆบรรจงวางน้องเล็กที่เพิ่งหลับลงบนที่นอนอย่างแผ่วเบาแทบจะกลั้นหายใจ วางลูกเล็กนอนแล้ว ไม่ทันจะขยับตัวลงนอน ลูกคนโตตื่นมาพร้อมกับเสียงร้องไห้จ้า จึงทำให้น้องที่เพิ่งหลับ ตื่นไปด้วย

2.พี่คนโตขี้น้อยใจ

 ตอนยังไม่มีน้องลูกคนโตเป็นเด็กร่าเริงแจ่มใส ช่างพูดช่างคุย พอมีน้องลูกกลับเปลี่ยนไป ร้องไห้งอแงบ่อยๆ เพราะว่าเขาน้อยใจกลัวคุณพ่อคุณแม่ไม่รักนั่นเอง

3.ช่วงปิดเทอมคือช่วงแห่งความวุ่นวาย

เมื่อลูกคนโตเข้าโรงเรียนก็ทำให้ภาระของแม่ในแต่ละวันลดลงไปบ้าง เพราะไม่ต้องเลี้ยงลูกสองคนพร้อมกัน แต่เวลานี้ก็มีได้ไม่นานเพราะเมื่อถึงเวลาปิดเทอม ความวุ่นวายทั้งหลายทั้งปวงก็ประดังเข้ามาหาคุณแม่เพราะต้องรับภาระอันยุ่งเหยิงวุ่นวาย สาละวนอยู่กับการคอยดูแลลูกทั้งคนเล็กและคนโต

4.กลัวรับมือไม่ไหว

 ในการพาลูกออกนอกบ้าน วันหยุดสุดสัปดาห์ แม่อยากออกนอกบ้านไปเปิดหูเปิดตาตามห้างสรรพสินค้าบ้าง แต่จะรับมือกับลูกสองคนได้อย่างไรถึงแม้ว่าคนเล็กจะนั่งรถเข็น แต่ลูกคนโตบางครั้งก็งอแงไม่ยอมเดิน ถ้าเกิดไปเที่ยวแล้วลูกคนโตเกิดร้องไห้ให้อุ้ม แล้วแม่จะทำอย่างไรจะยอมอุ้มเขาหรือเปล่า หรือหากกรณี เขาไม่ร้องให้อุ้ม แต่วิ่งหนีไป แม่ที่เลี้ยงลูกคนเล็กอยู่ด้วยจะวิ่งตามไปจับลูกคนโตทันมั้ยคิดแผนไหนมารองรับหรือยัง

5.เวลาส่วนตัวของแม่อันน้อยนิด

เวลาส่วนตัวของคุณแม่จะหายวับไปทันที ปกติการเลี้ยงลูกคนเดียว ก็แทบจะไม่มีเวลาเอาใจใส่ดูแลตัวเองอยู่แล้ว พอมีลูกคนที่ 2 เวลาว่างก็ไม่ต้องพูดถึงเพราะหายไปกับลูกทั้งหมดเลย การเลี้ยงลูก 2 คน ดูเหมือนจะเป็นเรื่องยากแต่เมื่อได้เลี้ยงไปแล้ว ก็มีความสุข ปนอยู่ในความเหน็ดเหนื่อยนั้นครั้นเมื่อลูก 2 คนโตขึ้นต่างก็รัก สามัคคี และเข้าใจกันคนเป็นแม่ก็หายเหนื่อยและมีความสุขใจมากแล้ว

More to explorer

อันตรายแค่ไหน-เมื่อกินยาคุมตอนท้อง แม่บ้านยุคใหม่

อันตรายแค่ไหน เมื่อกินยาคุมตอนท้อง

การตั้งครรภ์เป็นเรื่องปกติที่ผู้หญิงจะต้องเจอ แต่การท้องแบบไม่รู้ตัวนั้นก็มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ ซึ่งมักเกิดกับคนที่กินยาคุมกำเนิด เมื่อไม่รู้ตัวว่าท้องก็มักจะกินยาคุมกำเนิดต่อไปเรื่อยๆจนเริ่มรู้ตัว เมื่ออายุครรภ์ได้ 1-2 เดือนแล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่หลายคนก็ยังกินยาคุมกำเนิดอยู่ จนทำให้กังวลใจว่าจะเป็นอันตรายต่อลูก แต่การกินยาคุมกำเนิดตอนท้องจะอันตรายแค่ไหนวันนี้เรามีคำตอบ และข้อมูลดีๆ มาแนะนำให้คุณแม่บ้านยุคใหม่กันค่ะ กินยาคุมตอนท้องลูกจะพิการไหม หมดกังวลไปได้เลยว่าการกินยาคุมกำเนิดระหว่างท้องจะทำให้ลูกพิการ เพราะยังไม่มีผลวิจัยว่าจะทำให้ลูกในครรภ์พิการได้ แต่เมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์ควรหยุดกินทันที กินยาคุมตอนท้องทำให้แท้งลูกจริงหรือ เมื่อเรากินยาคุมจะมีผลต่อร่างกายคือมดลูกมีเมือกมากขึ้น ผนังมดลูกมีความบาง ขัดขวางการเคลื่อนที่ของอสุจิไม่ให้สามารถไปวางไข่ได้ เพราะมดลูกมีผนังที่บาง ดังนั้นเมื่อคุณกินยาคุมตอนท้องก็ไม่มีผลกระทบที่เป็นอันตรายแต่อย่างใด

คุณแม่ตั้งครรภ์ ไม่ควรทำงานบ้านเหล่านี้

คุณแม่ตั้งครรภ์ ไม่ควรทำงานบ้านเหล่านี้ !

คุณแม่ตั้งครรภ์ในปัจจุบันนี้ มักได้รับคำแนะนำจากคุณหมอว่าให้ขยับร่างกาย ออกกำลังกายเบาๆ อีกทั้งยังสามารถทำงานบ้านได้ เพื่อทำให้ร่างกายแข็งแรงมีความพร้อมต้องการเบ่งทารกน้อยออกมา หากแต่การทำงานบ้านนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถทำได้ทุกอย่าง เนื่องจากงานบ้านบางอย่างก็สามารถเป็นอันตรายต่อคุณแม่ได้ 1. การใช้สารเคมีรุนแรง เช่น ยาฉีดยุง , น้ำยาขัดห้องน้ำ เป็นต้น โดยล้วนแล้วแต่ประกอบด้วยสารเคมีที่สามารถระเหยได้ เมื่อคุณแม่หายใจเข้าไป ก็จะเป็นอันตรายต่อลูกน้อยได้นั่นเอง 2. การยกของหนัก แนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงการยกของหนักทุกชนิด เพราะส่งผลต่อกระดูกสันหลังของคุณแม่ ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงทารกในครรภ์

พัฒนาการของลูกน้อยวัยอายุ-16-เดือน-ที่คุณแม่ต้องรู้-แม่บ้านยุคใหม่

พัฒนาการของลูกน้อยวัยอายุ 16 เดือน ที่คุณแม่ต้องรู้

พัฒนาการเด็ก เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญ ที่ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ต้องพยายามติดตามอยู่เสมอ เพื่อตรวจสอบว่าเจ้าตัวเล็กของคุณมีพัฒนาการสมวัยหรือไม่ ถ้าเกิดเหตุอันใดจะได้หาทางแก้ไขทัน เพราะนั้นในวันนี้เราจะพาคุณผู้อ่านไปทำความรู้จักกับพัฒนาการของเด็กวัย 16 เดือนกัน 1. พัฒนาการด้านร่างกาย สำหรับเด็กอ่อนในวัยนี้ สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วขึ้น หากแต่อย่างไรก็ตามอาจยังไม่ค่อยมีความมั่นคง แข็งแรงเท่าไหร่ และจากการเคลื่อนไหวได้นี้เอง จึงทำให้เหล่าเด็กๆ กลายมาเป็นยอดนักสำรวจ อยากรู้อยากเห็น ชอบรวมทั้งหยิบจับพร้อมขว้างปาสิ่งของไปทั่วทิศทาง แต่อย่างไปห้ามเขานะคะเพราะการทำเช่นนี้เป็นการฝึกทักษะทางด้านการใช้มือและตาให้สัมพันธ์กัน กิจกรรมที่คุณแม่ทำได้ คือ

Close Menu