ความเชื่อโบราณ ห้ามคนท้องทำอะไรบ้าง อยากรู้ต้องคลิก

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

หลายคนคงเคยได้ยินว่าท้องแล้วห้ามไปงานศพหรือห้ามเย็บผ้าจริงแล้วความเชื่อโบราณ ที่ผู้ใหญ่ยุคก่อน ห้ามทำนั้น มีสิ่งไหน ที่ห้ามทำบ้างและเหตุผลใดถึงห้าม คุณแม่บ้านยุคใหม่ บ้างคนอาจไม่เคยรู้ข้อมูลเหล่านี้ วันนี้เรามาดูกันเลย ว่ามีอะไรที่ความเชื่อโบราณ ห้ามคนท้องทำกันบ้าง

1.อย่านั่งขวางบันไดเดี๋ยวจะคลอดลูกยาก

การนั่งขวางบันไดสำหรับคนท้องนั้น เมื่อพิจารณาตามหลักความเป็นจริงแล้วก็ไม่เป็นการสมควรทั้งในด้านความปลอดภัยและความเหมาะสม เพราะอาจทำให้คุณแม่มีอาการหน้ามืดเป็นลม กลิ้งตกบันไดได้ หรืออีกประการหนึ่งคือการนั่งขวางบันไดก็อาจทำให้ผู้อื่นที่เดินมาไม่ทันระวังอาจสะดุดจนทำให้คุณแม่ได้รับบาดเจ็บจากการตกบันไดได้เช่นกัน เมื่อเป็นเช่นนี้คนโบราณจึงออกอุบายว่าห้ามนั่งขวางบันได จะทำให้คลอดลูกยากซึ่งสมัยก่อนคลอดลูกต้องอาศัยหมอตำแยเท่านั้น การคลอดลูกยากจึงเป็นเรื่องน่ากลัวสำหรับคุณแม่ท้องนั่นเอง

2.ห้ามผู้หญิงท้องเข้าร่วมพิธีสังฆธรรมญัตติ

เพราะจะทำให้พิธีเสื่อม การห้ามคนท้องเข้าร่วมในพิธีกรรมทางศาสนา เช่นพิธีบวชมักจะใช้เวลานาน และต้องนั่งอย่างสงบสำรวม การที่คนท้องต้องนั่งพับเพียบนานๆ จะไม่ส่งผลดีต่อลูกน้อยในท้องและตัวของแม่เองเพราะจะทำให้เกิดอาการเป็นเหน็บชาที่ขา และเป็นตะคริวได้ หรืออาจมีการคลอดก่อนกำหนด จนเกิดความโกลาหลวุ่นวาย และส่งผลให้พิธีกรรมต้องหยุดลงได้

3.อย่าแหงนหน้ามองสุริยุปราคา หรือจันทรุปราคา เดี๋ยวลูกจะตาบอดหรือตาเหล่

ผู้คนสมัยก่อนมักจะนั่งชมแสงจันทร์ยามค่ำคืนพร้อมกับพูดคุยกัน เพื่อผ่อนคลายก่อนเข้านอนคนท้องก็ได้มาออกมาร่วมวงสนทนาและชมดวงจันทร์ไปด้วยการแหงนหน้ามองดวงจันทร์ของคนท้องที่โบราณห้ามไว้เพราะอาจจะทำให้เกิดหน้ามืดเสียหลักล้มลงได้ ซึ่งอาจจะส่งผลอันตรายต่อสุขภาพของแม่และลูกในท้องได้ ส่วนกันมองสุริยุปราคาด้วยตาเปล่า ก็เสี่ยงต่อการตาบอด ของคนท้องได้นั่นเอง

4.ห้ามคนท้องเฝ้าไข้เพราะทำให้คนป่วยหายช้าลง

คนโบราณจะห้ามคนท้องไปนั่งเฝ้าขายเพราะกลัวคนป่วยจะหายช้าอีกเหตุผลหนึ่งที่น่าจะพอมีก็มาหักล้างกันได้คือคนท้องร่างกายอ่อนแอเป็นต้นทุนเดิมอยู่แล้ว การไปเฝ้าไข้เขาอาจทำให้ได้รับเชื้อโรคเพิ่มเข้ามาและทำให้คนท้องเกิดป่วยลงได้ก็จะเป็นปัญหาตามมาได้อีก จึงได้ห้ามไว้

สำหรับความเชื่อโบราณที่ห้ามไม่ให้คนท้องทำในสิ่งที่ได้กล่าวมาทั้งหมดแล้วนี้ ส่วนใหญ่ก็เป็นอุบายที่ใช้เพื่อเตือนคนท้องด้วยความห่วงใยต่อสุขภาพของแม่และลูกในท้องเพื่อให้มีสุขภาพดี และหลีกเลี่ยงอันตรายที่จะเกิดขึ้นต่อแม่และลูกนั่นเอง

More to explorer

อันตรายแค่ไหน-เมื่อกินยาคุมตอนท้อง แม่บ้านยุคใหม่

อันตรายแค่ไหน เมื่อกินยาคุมตอนท้อง

การตั้งครรภ์เป็นเรื่องปกติที่ผู้หญิงจะต้องเจอ แต่การท้องแบบไม่รู้ตัวนั้นก็มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ ซึ่งมักเกิดกับคนที่กินยาคุมกำเนิด เมื่อไม่รู้ตัวว่าท้องก็มักจะกินยาคุมกำเนิดต่อไปเรื่อยๆจนเริ่มรู้ตัว เมื่ออายุครรภ์ได้ 1-2 เดือนแล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่หลายคนก็ยังกินยาคุมกำเนิดอยู่ จนทำให้กังวลใจว่าจะเป็นอันตรายต่อลูก แต่การกินยาคุมกำเนิดตอนท้องจะอันตรายแค่ไหนวันนี้เรามีคำตอบ และข้อมูลดีๆ มาแนะนำให้คุณแม่บ้านยุคใหม่กันค่ะ กินยาคุมตอนท้องลูกจะพิการไหม หมดกังวลไปได้เลยว่าการกินยาคุมกำเนิดระหว่างท้องจะทำให้ลูกพิการ เพราะยังไม่มีผลวิจัยว่าจะทำให้ลูกในครรภ์พิการได้ แต่เมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์ควรหยุดกินทันที กินยาคุมตอนท้องทำให้แท้งลูกจริงหรือ เมื่อเรากินยาคุมจะมีผลต่อร่างกายคือมดลูกมีเมือกมากขึ้น ผนังมดลูกมีความบาง ขัดขวางการเคลื่อนที่ของอสุจิไม่ให้สามารถไปวางไข่ได้ เพราะมดลูกมีผนังที่บาง ดังนั้นเมื่อคุณกินยาคุมตอนท้องก็ไม่มีผลกระทบที่เป็นอันตรายแต่อย่างใด

คุณแม่ตั้งครรภ์ ไม่ควรทำงานบ้านเหล่านี้

คุณแม่ตั้งครรภ์ ไม่ควรทำงานบ้านเหล่านี้ !

คุณแม่ตั้งครรภ์ในปัจจุบันนี้ มักได้รับคำแนะนำจากคุณหมอว่าให้ขยับร่างกาย ออกกำลังกายเบาๆ อีกทั้งยังสามารถทำงานบ้านได้ เพื่อทำให้ร่างกายแข็งแรงมีความพร้อมต้องการเบ่งทารกน้อยออกมา หากแต่การทำงานบ้านนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถทำได้ทุกอย่าง เนื่องจากงานบ้านบางอย่างก็สามารถเป็นอันตรายต่อคุณแม่ได้ 1. การใช้สารเคมีรุนแรง เช่น ยาฉีดยุง , น้ำยาขัดห้องน้ำ เป็นต้น โดยล้วนแล้วแต่ประกอบด้วยสารเคมีที่สามารถระเหยได้ เมื่อคุณแม่หายใจเข้าไป ก็จะเป็นอันตรายต่อลูกน้อยได้นั่นเอง 2. การยกของหนัก แนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงการยกของหนักทุกชนิด เพราะส่งผลต่อกระดูกสันหลังของคุณแม่ ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงทารกในครรภ์

พัฒนาการของลูกน้อยวัยอายุ-16-เดือน-ที่คุณแม่ต้องรู้-แม่บ้านยุคใหม่

พัฒนาการของลูกน้อยวัยอายุ 16 เดือน ที่คุณแม่ต้องรู้

พัฒนาการเด็ก เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญ ที่ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ต้องพยายามติดตามอยู่เสมอ เพื่อตรวจสอบว่าเจ้าตัวเล็กของคุณมีพัฒนาการสมวัยหรือไม่ ถ้าเกิดเหตุอันใดจะได้หาทางแก้ไขทัน เพราะนั้นในวันนี้เราจะพาคุณผู้อ่านไปทำความรู้จักกับพัฒนาการของเด็กวัย 16 เดือนกัน 1. พัฒนาการด้านร่างกาย สำหรับเด็กอ่อนในวัยนี้ สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วขึ้น หากแต่อย่างไรก็ตามอาจยังไม่ค่อยมีความมั่นคง แข็งแรงเท่าไหร่ และจากการเคลื่อนไหวได้นี้เอง จึงทำให้เหล่าเด็กๆ กลายมาเป็นยอดนักสำรวจ อยากรู้อยากเห็น ชอบรวมทั้งหยิบจับพร้อมขว้างปาสิ่งของไปทั่วทิศทาง แต่อย่างไปห้ามเขานะคะเพราะการทำเช่นนี้เป็นการฝึกทักษะทางด้านการใช้มือและตาให้สัมพันธ์กัน กิจกรรมที่คุณแม่ทำได้ คือ

Close Menu