ลูกปวดท้องบ่อยๆ เช็คด่วน! อาจเกิดจากสาเหตุนี้

ลูกปวดท้องบ่อยๆ เช็คด่วน! อาจเกิดจากสาเหตุนี้ แม่บ้านยุคใหม่
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

อาการปวดท้องของลูกน้อย เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรมองข้าม เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณการเจ็บป่วยได้หลายโรค ดังนั้นต้องมาสังเกตกันแล้วล่ะ ว่าสาเหตุที่ทำให้ลูกปวดท้องนั้นเกิดจากอะไรกันแน่ เพราะหากเกิดจากโรคร้ายก็จะได้พาลูกไปหาหมอและทำการรักษาได้ทันนั่นเอง

1.ท้องผูก

หากลูกมีอาการปวดท้อง ร่วมกับการที่ลูกไม่ขับถ่าย นั่นแสดงว่าลูกกำลังท้องผูก ซึ่งคุณแม่จะต้องให้ลูกทานอาหารที่มีใยอาหารสูง เพื่อช่วยให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น เช่น กล้วย มะละกอ เป็นต้น ทั้งนี้หากลูกไม่ถ่ายมากกว่า 5 วัน และมีอาการร้องงอแงตลอด ควรพาไปพบแพทย์ทันที

2.ท้องอืด

สังเกตสักนิด การที่ลูกปวดท้องบ่อยก็อาจเป็นเพราะลูกท้องอืดก็ได้ จึงทำให้ลูกรู้สึกไม่สบายท้องนั่นเอง ซึ่งให้สังเกตว่าท้องของลูกป่องแข็งขึ้นมาหรือไม่ และมีอาการบิดตัวไปมาหรือเปล่า โดยสามารถบรรเทาอาการท้องอืดของลูกได้ด้วยการให้ลูกทานยาแก้ท้องอืดสำหรับเด็ก หรือทามหาหิงคุ์ที่ท้องนั่นเอง

3.ลำไส้กลืนกัน

 ลำไส้กลืนกันเป็นโรคที่อันตรายมาก เพราะอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยทีเดียว โดยวิธีสังเกตว่าลูกเป็นโรคนี้หรือไม่ ก็คือจะมีอาการปวดท้องบ่อย อาเจียน มือเท้าเกร็ง และอาจมีอาการถ่ายเป็นมูกเลือดได้ ดังนั้นหากพบอาการเหล่านี้อย่าได้นิ่งนอนใจ ให้รีบพาลูกไปพบแพทย์โดยด่วน

4.กรดไหลย้อน

อาการกรดไหลย้อนไม่ได้เกิดเฉพาะกับผู้ใหญ่เท่านั้น แต่อาจเกิดกับเด็กเล็กได้เหมือนกัน ซึ่งโรคนี้สังเกตได้จากการที่ลูกมีอาการแหวะนมบ่อย และร้องกวนตลอดเวลา โดยมักจะเป็นหลังจากดื่มนมหรือรับประทานอาหาร ทั้งนี้อาการกรดไหลย้อนจะค่อยๆ หายไปเอง จึงไม่น่ากังวลมากนัก

และนี่ก็คือสาเหตุที่ทำให้ลูกมีอาการปวดท้องนั่นเอง ดังนั้นคุณแม่บ้านยุคใหม่ลองสังเกตดูสักนิดว่าอาการปวดท้องของลูกน้อยเกิดจากอะไรกันแน่ อย่างไรก็ตามหากมีอาการผิดปกติอื่นใด หรือลูกมีอาการปวดท้องต่อเนื่องโดยไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น ควรรีบพาไปหาหมอทันที อย่าปล่อยไว้จนอาจจะสายเกินไปเด็ดขาด

More to explorer

เมื่อลูกเป็น “โรคภูมิแพ้” จะมีวิธีดูแลได้อย่างไร #แม่บ้านยุคใหม่

เมื่อลูกเป็น “โรคภูมิแพ้” จะมีวิธีดูแลได้อย่างไร

สำหรับโรคภูมิแพ้ถือว่าเป็นโรคที่เด็กๆเป็นกันมากที่สุด ซึ่งโรคภูมิแพ้นี้เกิดขึ้นได้โดยเฉพาะกับสภาพอากาศเย็นและชื้น ซึ่งเด็กๆมักจะมีอาการน้ำมูกไหลจะจามกัน สำหรับโรคภูมิแพ้นี้ถือว่าไม่ได้เป็นโรคที่น่ากลัวแต่อย่างไร แต่หากเป็นแล้วก็สามารถเป็นได้อีกไม่มีทางรักษาให้หายขาด เพราะฉะนั้นใครที่เป็นโรคภูมิแพ้ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ก็จะต้องมีวิธีจัดการกับตัวเองให้ระงับอาหารที่เกิดขึ้นให้ได้ โดยอาการของโรคภูมิแพ้ของเด็กแต่ละคนนั้นจะแสดงออกมาที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเด็กบางคนนั้นอาจจะแสดงอาการทางผิวหนึ่ง ที่เรียกกันว่า ลมพิษ หรือเด็กบางมีอาการเยื่อจมูกอักเสบ วันนี้เราจึงมีวิธีป้องกัน โรคภูมิแพ้ มาฝากคุณพ่อคุณแม่แต่ละคน ได้ลองทำกันดู วิธีป้องกันโรคภูมิแพ้ให้กับเด็กๆสามารถทำได้ดังนี้ ป้องกันฝุ่นและไรฝุ่น ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สามารถทำให้เกิด โรคภูมิแพ้ ได้ โดยคุณแม่จะต้องจัดการทำความสะอาดส่วนต่างของบ้าน

หากลูกป่วยเป็น RSV จะต้องทำอย่างไร และอันตรายแค่ไหน? #แม่บ้านยุคใหม่

หากลูกป่วยเป็นRSV จะต้องทำอย่างไร และอันตรายแค่ไหน?

สำหรับทุกวันนี้เรามักพบเชื้อไวรัสมากมาย ซึ่งไวรัสบางตัวเราก็ยังไม่เคยเนมาก่อน ซึ่งในระยะเวลา 10-20 ปี ไวรัสเหล่านั้นได้กลายพันธุ์ให้มาติดเด็กๆ จนทำให้ทางการแพทย์จึงต้องเร่งศึกษาและหาวิธีรักษากันทุกวัน วันนี้เราจะก็มาบอกข้อมูลของไวรัส RSV ที่เป็นไวรัสที่เด็กเล็กป่วยบ่อยที่สุดช่วงตอนอากาศชื้นๆ อาการของไวรัส RSV นี้ยังทำให้เด็กมีไข้ ตัวร้อน บางรายเข้าทำการรักษาไม่ทันเด็กก็ถึงขั้นเสียชีวิตได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นเราจะต้องมีวิธีจัดการกับไวรัสตัวนี้ หากรู้ว่าลูกเป็นคุณแม่จะต้องทำอย่างไร ไปดูกัน เด็กที่ป่วยเป็น RSV มีอาการอย่างไร มีไข้สูง

อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอดที่ต้องระวัง!! #แม่บ้านยุคใหม่

อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอดที่ต้องระวัง!!

คุณแม่หลังคลอดเป็นคุณแม่ที่ต้องการพักฟื้นร่างกายมากที่สุด เพราะคุณแม่จะเสียลือดมากและได้รับอาการบาดเจ็บบริเวณช่องคลอด การที่คุณแม่มีร่างกายอ่อนเพลียในช่วงนี้จึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่มีโรคต่างๆแทรกซ้อนเข้ามา ด้วยสภาวะฮอร์โมนกำลังปรับตัว จึงทำให้สภาพร่างกายและสภาพจิตใจของคุณยังไม่ปกติ วันนี้เราก็จะมีอาการต่างๆที่สามารถเกิดขึ้นได้มาแนะนำ สำหรับคุณแม่หลังคลอดว่าจะมีโอกาสเกิดอาการป่วยแบบใดได้บ้าง อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอด มีไข้ เป็นอีกหนึ่งอาการที่คุณแม่จะต้องแจ้งแพทย์ทันที เพราะในช่วงที่ คุณแม่หลังคลอด คุณแม่ได้เสียเลือดเป็นจำนวนมาก ร่างกายเลยทำการผลิตเลือดขึ้นมา จึงทำให้อุณภูมิร่างกายของคุณแม่ไม่ปกติ จึงทำให้เกิดมีไข้หลังคลอดประมาณ 1- 2 ชั่วโมงได้ ตกเลือด เป็นอีกหนึ่งอาการที่น่ากลัวเช่นกัน เพราะอาการตกเลือดนี้จะเป็นอาการหลังคลอดที่คุณหมอได้ทำการเย็บแผลในมดลูกไม่สนิท