การพูดคุยช่วยให้ลูกอารมณ์ดี มาคุยกับลูกน้อยในท้องกันเถอะ

การพูดคุยช่วยให้ลูกอารมณ์ดี-มาคุยกับลูกน้อยในท้องกันเถอะ แม่บ้านยุคใหม่
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

สำหรับคุณแม่มือที่อยากพูดคุยกับลูกน้อยที่อยู่ในท้อง หากแต่ไม่รู้ว่าจะคุยแบบไหนดีเพื่อส่งไปถึงใจเขามากที่สุด สำหรับวันนี้เราก็มีคำแนะนำดีๆมาฝากคุณแม่บ้านยุคใหม่กัน

1. ชักชวนคุณพ่อมาคุยด้วยกัน

เพื่อให้ลูกสร้างความคุ้นเคยกับคุณพ่อด้วย อย่าลืมให้คุณพ่อหาเวลาว่างวันล่ะ 10 – 15 นาที มานั่งคุยกับลูกที่อยู่ในท้องของคุณแม่ เพราะเด็กจะได้จำเสียงได้ และเกิดความคุ้นเคย เมื่อคลอดออกมาเขาจะได้ไม่ติดแต่คุณแม่ฝ่ายเดียวนั่นเอง

2. เรียกชื่อลูกบ่อยๆ

การเรียกชื่อเล่นลูกบ่อยๆ จะทำให้ลูกสามารถจดจำชื่อที่แม่เรียกได้ อีกทั้งยังเกิดสายใยความผูกพันขึ้นมาอีกด้วยค่ะ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ประโยคง่ายๆ ในการชวนลูกคุยได้อีกด้วย เช่น ‘เราไปเดินเล่นกันที่สวนใกล้บ้านกันดีกว่านะลูก’ , ‘วันนี้อากาศกำลังเย็นสบายเลยนะ’ พร้อมลูบท้องไปด้วย เป็นต้น

3. เปิดเพลงพร้อมร้องตาม

เสียงดนตรีสบายๆจะช่วยทำให้ลูกรู้สึกผ่อนคลาย ยิ่งคุณแม่ร้องตามไปเบาๆด้วยนะ จะยิ่งทำให้ลูกได้ยินเสียงของแม่พร้อมกันด้วย เสียงเพลงสบายๆ จังหวะฟังง่ายๆ จะส่งผลดีต่อสมองของลูก ทำให้สมองเกิดการพัฒนาได้อย่างดีเยี่ยม และทำให้อารมณ์ดี

4. เล่านิทานให้ลูกฟัง

ถ้าคุณแม่ไม่รู้จะคุยอะไรแล้ว การเล่านิทานให้ลูกฟังก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี เขาก็สามารถรับรู้ได้ อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้างพัฒนาการทางการได้ยินให้แก่ลูกน้อยได้เป็นอย่างดี โตขึ้นมาเขาจะได้มีจินตนาการก้าวไกลอีกด้วย

5. ให้ญาติมาคุยกับลูกด้วย

โดยคุณอาจให้ญาติสนิทมิตรสหาย ปู่ , ย่า , ตา , ยาย มาคุยด้วยก็ได้ โดยก็จะเป็นการช่วยสร้างความคุ้นเคยให้แก่ลูกน้อยในครรภ์ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังเป็นการกระตุ้นการได้ยินมากขึ้นไปอีก

นอกจากนี้ การพูดคุยกับลูกควรคุยด้วยน้ำเสียง นุ่มนวล อ่อนละมุน รวมทั้งใช้มือลูบท้องอย่างอ่อนโยน เพราะจะทำให้ลูกได้สัมผัสถึงความรัก ช่วยกระตุ้นในการสร้างเซลล์ประสาท เพราะฉะนั้นอยากชวนให้คุณแม่มาคุยกับลูกในท้องให้มากขึ้นกันดีกว่า

More to explorer

ไข้หวัดแดด โรคในเด็กที่พบบ่อย ช่วงหน้าร้อน แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน

ไข้หวัดแดด โรคในเด็กที่พบบ่อย ช่วงหน้าร้อน

อากาศในหน้าร้อนแบบนี้ไม่เพียงแต่ผู้ใหญ่ที่ต้องทนทรมานกับคลื่นความร้อน แต่เด็กๆ ก็เช่นกัน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับโรคไข้หวัดแดดในเด็กกัน จะเป็นอย่างไรนั้นไปดูกันเลย ไข้หวัดแดด เกิดจากอะไร การเกิดไข้หวัดแดดนั้น เกิดจากที่อุณหภูมิมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยที่เป็นอากาศที่ร้อนเป็นหลักจึงทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน อาการไข้หวัดแดด 1.อ่อนเพลีย ข้อนี้อาจแยกได้ยากเพราะหากเป็นไข้หวัดก็จะเป็นเช่นกัน และหากเป็นไข้ร่วมกันกันปากที่แห้งจนแข็งอันนี้จะเป็นข้อบ่งชี้ว่าเด็กเป็นไข้หวัดแดดได้ 2.ไม่มีอาการเจ็บคอ คอแห้ง แสบคอ หากเป็นหวัดจากไวรัสเด็กจะมีอาการเจ็บคอ ร่วมด้วยและอาจมีเสมหะในรายที่คออักเสบมากๆ อาจทำให้เด็กรู้สึกแสบคอมากได้เช่นกัน 3.มีน้ำมูกใส เล็กน้อยหรือไม่มีเลย

อายุการใช้งาน ของขวดนมและจุกนมเด็ก แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน

อายุการใช้งาน ของขวดนม และจุกนมเด็ก

คุณแม่มือใหม่บางคนที่เริ่มให้ลูกใช้ขวดนม อาจจะยังไม่ทราบว่าขวดนมแต่ละแบบนั้นมีอายุใช้งานอยู่ ไม่ใช่ว่าจะใช้ได้ตลอดโดยไม่ต้องเปลี่ยนขวดใหม่เลย ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่า อายุการใช้งานของขวดนมและจุกนมนั้น เป็นอย่างไร อายุการใช้งานของ ขวดนม 1.ขวดที่มีสีขาวขุ่น  ขวดแบบนี้สามารถทนอุณหภูมิ ( -20̊ ) – 110 ̊ และอายุการใช้งานนั้นโดยเฉลี่ยแล้วจะสามารถอยู่ได้ ถึง 6 เดือน โดยจะต้องแล้วแต่ความถี่ในการทำความสะอาดและต้มหรือนึ่งฆ่าเชื้อ  2.ขวดพลาสติกที่ขาวใส

ลูกติดหวาน รับมืออย่างไร มาดู 5 เทคนิคนี้ แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน

ลูกติดหวาน รับมืออย่างไร มาดู 5 เทคนิคนี้

ขนมต่างๆ มักมีรสหวานเพื่อให้เด็กรู้สึกอร่อยและเป็นรสชาติที่ทำให้มีความสุข ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่โตขึ้นเด็กๆ ก็จะเริ่มเลือกทานแต่อาหารหวานๆ จนทำให้ ลูกติดหวาน ในที่สุด ซึ่งคุณพ่อคุณแม่จะทำอย่างไรดี มาดูเทคนิคที่เราหามาให้ได้อ่านกันไปดูกันเลย วิธีรับมือเมื่อ ลูกติดหวาน 1.คุณคือคนที่เลือกอาหารให้ลูก การทานอาหารในแต่ละมื้อ หลักๆ เด็กจะต้องทานที่บ้านและคุณก็จะต้องเป็นคนหาให้เขาได้ทานดังนั้นคุณเองก็ควรลองทำกับข้าวที่สามารถควบคุมรสชาติได้เองเพื่อเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกให้หันมาทานอาหารที่ไม่หวานได้ 2.ตัวอย่างที่ดีคือตัวคุณเอง การยกตัวอย่างต่างๆ ก็ไม่เท่าทำให้ดู ลูกๆ  จะมองคุณเป็นต้นแบบในแทบทุกเรื่องดังนั้นหากคุณห้ามให้ลูกไม่ทานหวานแต่ตัวคุณกลับทำซะเอง เด็กๆ ก็จะทำตามอย่างที่คุณทำแน่นอน