มาบำรุงเจ้าตัวเล็ก ด้วยอาหารที่มีประโยชน์ 10 อย่างนี้กันเถอะ

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

เป็นเรื่องแน่นอนอยู่แล้ว ที่คุณแม่ทั้งหลายอยากให้ลูกตัวน้อยได้เจริญเติบโตสมวัย ซึ่งหนึ่งในปัจจัยนั้นก็คือ การให้ลูกเลือกรับประทานอาหารที่ดีซึ่งจะทำให้ลูกมีน้ำหนักตัวเหมาะสม ถ้าน้ำหนักลูกของคุณต่ำกว่าเกณฑ์เมื่อไหร่ ให้คุณแม่ปรับโภชนาการใหม่ และในวันนี้เราก็มี 10 อาหารเพิ่มน้ำหนักที่มีประโยชน์มาฝากกันค่ะ

1. นม

สำหรับเด็กต้องเลือกนมที่มีไขมันครบ เพื่อให้เขาได้รับไขมันที่จำเป็นอย่างครบถ้วนและเพิ่มน้ำหนักได้ดี ถ้าลูกเบื่อก็สามารถนำมาดัดแปลงให้ชวนกินมากขึ้นได้ เช่น นมสดปั่นเย็นชื่นใจ หรือ เต้าฮวยนมสด ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน

2.ไข่

อีกหนึ่งอาหารเพิ่มน้ำหนักราคาถูก หากแต่ให้สารอาหารแบบครบถ้วน โดยวัยเด็กเป็นวัยบริโภคไข่ได้ทุกวัน ยังนำมาดัดแปลงเป็นเมนูได้สารพัด เช่น ไข่ตุ๋นหน้าเนียน , ไข่เจียวหน้าระเบิด , ออมเล็ต เป็นต้น

3.ปลาไขมันสูง

แนะนำว่าควรเลือกเนื้อสัตว์ที่ให้พลังงานสูง หากแต่ย่อยง่าย โดยสามารถนำมาทำเมนูได้หลากหลาย เช่น ซุปปลา , ปลาทอดกรอบๆ , แซนวิสปลา เป็นต้น

4.ผักที่อุดมด้วยแป้งสูง

ผักบางชนิดอุดมไปด้วยแป้ง ทำให้เหมาะแก่การนำมาทำเป็นอาหารเพิ่มน้ำหนัก เช่น ข้าวโพด , ฟักทอง , มันฝรั่ง เป็นต้น

5.ถั่ว

กำหนดอาหารว่างบางวันของลูกเป็นถั่วก็ดีนะ เนื่องจากให้พลังงานสูง มัน เคี้ยวง่าย หากแต่ไม่ควรให้ลูกทานบ่อยหรือมากจนเกินไป เพราะเป็นการป้องกันไม่ให้ลูกเกิดอาการท้องอืดนั่นเอง

6. อโวคาโด

ผลไม้พิเศษมีฉายาว่าลูกเนย อุดมไปด้วยไขมันสูง โดยเป็นไขมันชนิดดี สามารถนำมาประกอบเป็นอาหารมื้อหลักได้ เช่น สลัดอโวคาโด , พิซซ่าอโวคาโด , อโวคาโดราดน้ำผึ้ง เป็นต้น

7.น้ำมัน

ลองนำน้ำมันจากผักมาทำอาหารให้ลูกดูก็ดีนะ เช่น น้ำมันมะกอก ที่กำลังได้รับความนิยมมากในปัจจุบันนี้ ซึ่งเป็นน้ำมันที่มีประโยชน์กว่าน้ำมันปกติมากเลยทีเดียว

8.กะทิ

ทั้งหอม ทั้งหวาน ทั้งมัน จึงเหมาะมากกับเด็กที่ต้องการเพิ่มน้ำหนัก โดยไขมันในกะทินั้นจัดเป็นไขมันดีที่ดี อีกทั้งยังเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย

9. องุ่น

องุ่นเป็นผลไม้อีกประเภทที่น่าสนใจในการเพิ่มน้ำหนักเพราะให้พลังงานสูง

10. กล้วยหอม

กล้วยเป็นผลไม้ที่ประกอบด้วยแป้งสูง นำมาดัดแปลงได้ง่าย เช่น กล้วยหอมทอด , กล้วยราดช็อคโกแลต เป็นต้น

สำหรับเด็กที่มีน้ำหนักตัวน้อย รูปร่างไม่สมส่วน คุณแม่สามารถนำอาหารเหล่านี้ช่วยเสริมเพื่อให้เขามีน้ำหนักที่สมบูรณ์ขึ้นได้นะคะ
ฝากคุณแม่ยุคใหม่ คุณแม่บ้าน คุณแม่มือ ติดตามข้อมูลจากเว็บของเราเรื่อยๆ นะคะ

More to explorer

อันตรายแค่ไหน-เมื่อกินยาคุมตอนท้อง แม่บ้านยุคใหม่

อันตรายแค่ไหน เมื่อกินยาคุมตอนท้อง

การตั้งครรภ์เป็นเรื่องปกติที่ผู้หญิงจะต้องเจอ แต่การท้องแบบไม่รู้ตัวนั้นก็มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ ซึ่งมักเกิดกับคนที่กินยาคุมกำเนิด เมื่อไม่รู้ตัวว่าท้องก็มักจะกินยาคุมกำเนิดต่อไปเรื่อยๆจนเริ่มรู้ตัว เมื่ออายุครรภ์ได้ 1-2 เดือนแล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่หลายคนก็ยังกินยาคุมกำเนิดอยู่ จนทำให้กังวลใจว่าจะเป็นอันตรายต่อลูก แต่การกินยาคุมกำเนิดตอนท้องจะอันตรายแค่ไหนวันนี้เรามีคำตอบ และข้อมูลดีๆ มาแนะนำให้คุณแม่บ้านยุคใหม่กันค่ะ กินยาคุมตอนท้องลูกจะพิการไหม หมดกังวลไปได้เลยว่าการกินยาคุมกำเนิดระหว่างท้องจะทำให้ลูกพิการ เพราะยังไม่มีผลวิจัยว่าจะทำให้ลูกในครรภ์พิการได้ แต่เมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์ควรหยุดกินทันที กินยาคุมตอนท้องทำให้แท้งลูกจริงหรือ เมื่อเรากินยาคุมจะมีผลต่อร่างกายคือมดลูกมีเมือกมากขึ้น ผนังมดลูกมีความบาง ขัดขวางการเคลื่อนที่ของอสุจิไม่ให้สามารถไปวางไข่ได้ เพราะมดลูกมีผนังที่บาง ดังนั้นเมื่อคุณกินยาคุมตอนท้องก็ไม่มีผลกระทบที่เป็นอันตรายแต่อย่างใด

คุณแม่ตั้งครรภ์ ไม่ควรทำงานบ้านเหล่านี้

คุณแม่ตั้งครรภ์ ไม่ควรทำงานบ้านเหล่านี้ !

คุณแม่ตั้งครรภ์ในปัจจุบันนี้ มักได้รับคำแนะนำจากคุณหมอว่าให้ขยับร่างกาย ออกกำลังกายเบาๆ อีกทั้งยังสามารถทำงานบ้านได้ เพื่อทำให้ร่างกายแข็งแรงมีความพร้อมต้องการเบ่งทารกน้อยออกมา หากแต่การทำงานบ้านนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถทำได้ทุกอย่าง เนื่องจากงานบ้านบางอย่างก็สามารถเป็นอันตรายต่อคุณแม่ได้ 1. การใช้สารเคมีรุนแรง เช่น ยาฉีดยุง , น้ำยาขัดห้องน้ำ เป็นต้น โดยล้วนแล้วแต่ประกอบด้วยสารเคมีที่สามารถระเหยได้ เมื่อคุณแม่หายใจเข้าไป ก็จะเป็นอันตรายต่อลูกน้อยได้นั่นเอง 2. การยกของหนัก แนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงการยกของหนักทุกชนิด เพราะส่งผลต่อกระดูกสันหลังของคุณแม่ ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงทารกในครรภ์

พัฒนาการของลูกน้อยวัยอายุ-16-เดือน-ที่คุณแม่ต้องรู้-แม่บ้านยุคใหม่

พัฒนาการของลูกน้อยวัยอายุ 16 เดือน ที่คุณแม่ต้องรู้

พัฒนาการเด็ก เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญ ที่ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ต้องพยายามติดตามอยู่เสมอ เพื่อตรวจสอบว่าเจ้าตัวเล็กของคุณมีพัฒนาการสมวัยหรือไม่ ถ้าเกิดเหตุอันใดจะได้หาทางแก้ไขทัน เพราะนั้นในวันนี้เราจะพาคุณผู้อ่านไปทำความรู้จักกับพัฒนาการของเด็กวัย 16 เดือนกัน 1. พัฒนาการด้านร่างกาย สำหรับเด็กอ่อนในวัยนี้ สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วขึ้น หากแต่อย่างไรก็ตามอาจยังไม่ค่อยมีความมั่นคง แข็งแรงเท่าไหร่ และจากการเคลื่อนไหวได้นี้เอง จึงทำให้เหล่าเด็กๆ กลายมาเป็นยอดนักสำรวจ อยากรู้อยากเห็น ชอบรวมทั้งหยิบจับพร้อมขว้างปาสิ่งของไปทั่วทิศทาง แต่อย่างไปห้ามเขานะคะเพราะการทำเช่นนี้เป็นการฝึกทักษะทางด้านการใช้มือและตาให้สัมพันธ์กัน กิจกรรมที่คุณแม่ทำได้ คือ

Close Menu