ปัญหาการให้นม ที่คุณแม่มักจะเจอบ่อยที่สุด

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

การให้นมลูก คุณแม่อาจจะเจอกับปัญหาต่างๆ ตามมามากมาย ซึ่งจะดีกว่าไหมหากเตรียมรับมือไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ ซึ่งวันนี้เราก็จะพาไปดูกันว่า ปัญหาการให้นมลูกมีอะไรบ้าง และควรรับมืออย่างไร วันนี้มีเรื่องทริคและคำแนะนำดีๆ มาให้คุณแม่บ้านยุคใหม่อีกแล้วค่ะ

1.น้ำนมน้อย

คุณแม่มักจะเจอกับปัญหาน้ำนมน้อย ไม่พอต่อความต้องการของลูก โดยเราขอแนะนำให้พยายามกระตุ้นน้ำนมด้วยการให้ลูกดูดนมบ่อยๆ ทานอาหารเพิ่มน้ำนม และดื่มน้ำเยอะๆ ซึ่งจะช่วยเพิ่มน้ำนมได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าน้ำนมน้อยมากจริงๆ ก็อาจเสริมด้วยนมผสมแทนได้

2.เต้านมคัด

เต้านมคัดมักจะเกิดจากคุณแม่ที่มีน้ำนมเยอะ แล้วไม่ได้ระบายออกไป จึงทำให้เกิดอาการคัดเต้านั่นเอง ดังนั้นคุณแม่ควรให้ลูกดูดนมบ่อยๆ และดูดให้เกลี้ยงเต้า รวมถึงปั๊มนมเก็บไว้บ้างก็ได้ นอกจากนี้หากมีอาการเต้านมคัดรุนแรงก็ให้ประคบอุ่น จะช่วยบรรเทาอาการปวดและลดอาการคัดเต้านมลงได้

3.หัวนมบอด

คุณแม่บางคนจะมีปัญหาหัวนมบอด ทำให้ไม่สามารถให้นมลูกได้ โดยส่วนใหญ่จะได้รับการแก้ไขตั้งแต่ตั้งครรภ์ ซึ่งแพทย์จะแนะนำวิธีที่จะช่วยแก้ปัญหาหัวนมบอดได้ แต่ถ้ายังมีปัญหาหัวนมบอดอยู่ ก็อาจต้องปั๊มนมให้ลูกดูดแทน เพราะลูกจะดูดหัวนมแม่ได้ยากนั่นเอง

4.เจ็บหัวนม หัวนมแตก

การให้ลูกดูดนมผิดวิธี จะทำให้เกิดอาการหัวนมแตก และเจ็บหัวนมได้ เพราะฉะนั้นคุณแม่จะต้องพยายามให้ลูกดูดนมถูกวิธี เพื่อป้องกันไม่ให้หัวนมแตกนั่นเอง และนอกจากนี้หากหัวนมแตก ก็ให้นำน้ำนมแม่ป้ายที่หัวนมทุกครั้งหลังลูกดูดนมเสร็จ จะทำให้อาการดีขึ้น

5.ลูกปวดท้องหลังดื่มนมแม่

การที่ลูกปวดท้อง ท้องอืด ไม่สบายท้องหลังจากดื่มนมแม่ อาจมีสาเหตุมาจากการที่แม่ทานอาหารบางอย่างนั่นเอง เช่น น้ำอัดลม อาหารหมักดอง อาหารรสจัด เป็นต้น ดังนั้นคุณแม่ควรเลี่ยงอาหารต้องห้ามเหล่านี้เด็ดขาด

การให้นมลูกคุณแม่อาจจะเจอกับปัญหาเหล่านี้ได้ง่าย เพราะฉะนั้นมาเตรียมรับมือตั้งแต่เนิ่นๆ กันดีกว่า เพื่อให้ลูกได้ดื่มนมแม่อย่างเพียงพอและนานที่สุด โดยไม่มีปัญหานั่นเอง

More to explorer

อันตรายแค่ไหน-เมื่อกินยาคุมตอนท้อง แม่บ้านยุคใหม่

อันตรายแค่ไหน เมื่อกินยาคุมตอนท้อง

การตั้งครรภ์เป็นเรื่องปกติที่ผู้หญิงจะต้องเจอ แต่การท้องแบบไม่รู้ตัวนั้นก็มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ ซึ่งมักเกิดกับคนที่กินยาคุมกำเนิด เมื่อไม่รู้ตัวว่าท้องก็มักจะกินยาคุมกำเนิดต่อไปเรื่อยๆจนเริ่มรู้ตัว เมื่ออายุครรภ์ได้ 1-2 เดือนแล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่หลายคนก็ยังกินยาคุมกำเนิดอยู่ จนทำให้กังวลใจว่าจะเป็นอันตรายต่อลูก แต่การกินยาคุมกำเนิดตอนท้องจะอันตรายแค่ไหนวันนี้เรามีคำตอบ และข้อมูลดีๆ มาแนะนำให้คุณแม่บ้านยุคใหม่กันค่ะ กินยาคุมตอนท้องลูกจะพิการไหม หมดกังวลไปได้เลยว่าการกินยาคุมกำเนิดระหว่างท้องจะทำให้ลูกพิการ เพราะยังไม่มีผลวิจัยว่าจะทำให้ลูกในครรภ์พิการได้ แต่เมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์ควรหยุดกินทันที กินยาคุมตอนท้องทำให้แท้งลูกจริงหรือ เมื่อเรากินยาคุมจะมีผลต่อร่างกายคือมดลูกมีเมือกมากขึ้น ผนังมดลูกมีความบาง ขัดขวางการเคลื่อนที่ของอสุจิไม่ให้สามารถไปวางไข่ได้ เพราะมดลูกมีผนังที่บาง ดังนั้นเมื่อคุณกินยาคุมตอนท้องก็ไม่มีผลกระทบที่เป็นอันตรายแต่อย่างใด

คุณแม่ตั้งครรภ์ ไม่ควรทำงานบ้านเหล่านี้

คุณแม่ตั้งครรภ์ ไม่ควรทำงานบ้านเหล่านี้ !

คุณแม่ตั้งครรภ์ในปัจจุบันนี้ มักได้รับคำแนะนำจากคุณหมอว่าให้ขยับร่างกาย ออกกำลังกายเบาๆ อีกทั้งยังสามารถทำงานบ้านได้ เพื่อทำให้ร่างกายแข็งแรงมีความพร้อมต้องการเบ่งทารกน้อยออกมา หากแต่การทำงานบ้านนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถทำได้ทุกอย่าง เนื่องจากงานบ้านบางอย่างก็สามารถเป็นอันตรายต่อคุณแม่ได้ 1. การใช้สารเคมีรุนแรง เช่น ยาฉีดยุง , น้ำยาขัดห้องน้ำ เป็นต้น โดยล้วนแล้วแต่ประกอบด้วยสารเคมีที่สามารถระเหยได้ เมื่อคุณแม่หายใจเข้าไป ก็จะเป็นอันตรายต่อลูกน้อยได้นั่นเอง 2. การยกของหนัก แนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงการยกของหนักทุกชนิด เพราะส่งผลต่อกระดูกสันหลังของคุณแม่ ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงทารกในครรภ์

พัฒนาการของลูกน้อยวัยอายุ-16-เดือน-ที่คุณแม่ต้องรู้-แม่บ้านยุคใหม่

พัฒนาการของลูกน้อยวัยอายุ 16 เดือน ที่คุณแม่ต้องรู้

พัฒนาการเด็ก เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญ ที่ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ต้องพยายามติดตามอยู่เสมอ เพื่อตรวจสอบว่าเจ้าตัวเล็กของคุณมีพัฒนาการสมวัยหรือไม่ ถ้าเกิดเหตุอันใดจะได้หาทางแก้ไขทัน เพราะนั้นในวันนี้เราจะพาคุณผู้อ่านไปทำความรู้จักกับพัฒนาการของเด็กวัย 16 เดือนกัน 1. พัฒนาการด้านร่างกาย สำหรับเด็กอ่อนในวัยนี้ สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วขึ้น หากแต่อย่างไรก็ตามอาจยังไม่ค่อยมีความมั่นคง แข็งแรงเท่าไหร่ และจากการเคลื่อนไหวได้นี้เอง จึงทำให้เหล่าเด็กๆ กลายมาเป็นยอดนักสำรวจ อยากรู้อยากเห็น ชอบรวมทั้งหยิบจับพร้อมขว้างปาสิ่งของไปทั่วทิศทาง แต่อย่างไปห้ามเขานะคะเพราะการทำเช่นนี้เป็นการฝึกทักษะทางด้านการใช้มือและตาให้สัมพันธ์กัน กิจกรรมที่คุณแม่ทำได้ คือ

Close Menu