พัฒนาการของลูกน้อยวัยอายุ 16 เดือน ที่คุณแม่ต้องรู้

พัฒนาการของลูกน้อยวัยอายุ-16-เดือน-ที่คุณแม่ต้องรู้-แม่บ้านยุคใหม่
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

พัฒนาการเด็ก เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญ ที่ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ต้องพยายามติดตามอยู่เสมอ เพื่อตรวจสอบว่าเจ้าตัวเล็กของคุณมีพัฒนาการสมวัยหรือไม่ ถ้าเกิดเหตุอันใดจะได้หาทางแก้ไขทัน เพราะนั้นในวันนี้เราจะพาคุณผู้อ่านไปทำความรู้จักกับพัฒนาการของเด็กวัย 16 เดือนกัน

1. พัฒนาการด้านร่างกาย

สำหรับเด็กอ่อนในวัยนี้ สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วขึ้น หากแต่อย่างไรก็ตามอาจยังไม่ค่อยมีความมั่นคง แข็งแรงเท่าไหร่ และจากการเคลื่อนไหวได้นี้เอง จึงทำให้เหล่าเด็กๆ กลายมาเป็นยอดนักสำรวจ อยากรู้อยากเห็น ชอบรวมทั้งหยิบจับพร้อมขว้างปาสิ่งของไปทั่วทิศทาง แต่อย่างไปห้ามเขานะคะเพราะการทำเช่นนี้เป็นการฝึกทักษะทางด้านการใช้มือและตาให้สัมพันธ์กัน กิจกรรมที่คุณแม่ทำได้ คือ พาเขาออกไปเล่นนอกบ้านยิ่งดี พร้อมทั้งเล่นโยนรับบอลกับเขาก็ยิ่งดีมากเข้าไปใหญ่

2. พัฒนาการทางภาษา

โดยเด็กอายุ 16 เดือน สามารถพูดคำที่มีความหมายได้บ้างแล้ว เช่น ไม่เอา, เอา, กินน้ำ, หิว, แม่จ๋า เป็นต้น เพราะฉะนั้นคุณแม่ จึงควรส่งเสริมพัฒนาการทางด้านภาษาให้เจริญอย่างรวดเร็ว ด้วยการพูดโต้ตอบกับลูก อีกทั้งกิจกรรมการอ่านหนังสือให้ลูกฟัง ก็จะช่วยเป็นการเพิ่มคำศัพท์ได้เป็นอย่างดี

3. พัฒนาการทางด้านสติปัญญา

สำหรับเด็กอายุ 16 เดือน จัดเป็นช่วงวัยแห่งการลอกเลียนแบบ ลูกน้อยจะทำการเฝ้ามองสิ่งต่างๆ หลังจากนั้นก็จะจดจำเพื่อนำมาเลียนแบบ เช่น ทำท่ากวาดบ้าน, ทำอาหารขากของเล่น, อยากแต่งหน้าตามแม่ เป็นต้น หากแต่อย่างไรก็ตามสำหรับเด็กวัยนี้ยังไม่อาจจดจ่อกับสิ่งใดได้นานๆ

4. พัฒนาการทางด้านอารมณ์

เด็กวัยนี้ต้องการทำอะไรด้วยตนเอง เพราะอยู่ในช่วงของการเรียนรู้ อยากรู้อยากเห็น โดยถ้าสิ่งนั้นไม่อันตรายคุณแม่ก็ควรปล่อยให้เขาได้ฝึกลองทำด้วยตัวเอง เพื่อช่วยให้เกิดความมั่นใจมากยิ่งขึ้น แต่สิ่งที่คุณควรรู้ คือ พวกเขายังไม่อาจควบคุมอารมณ์ได้ จึงมักแสดงท่าทีอารมณ์เสีย คุณแม่ก็อย่าไปหัวเสียตาม ด้วยโอบกอดเขาพร้อมพูดคุยกับเขาอย่างใจเย็นๆ การทำเช่นนี้ก็จะทำให้เขาเกิดอารมณ์มั่นคงขึ้น

และนี่ก็พัฒนาการตามช่วยวัยของเด็กอายุ 16 เดือน เมื่อคุณแม่ทราบแล้วก็อย่าลืมนำไปทำตามกันนะคะ ลูกน้อยจะได้เติบโตมาด้วยความสมบูรณ์นั่นเอง
ข้อมูลและทริคดีๆ แบบนี้ เรามีมาแบ่งปันคุณแม่บ้านยุคใหม่ กันเรื่อยๆ นะคะ ฝากติดตามได้ที่นี่เลยค่า

More to explorer

ไข้หวัดแดด โรคในเด็กที่พบบ่อย ช่วงหน้าร้อน แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน

ไข้หวัดแดด โรคในเด็กที่พบบ่อย ช่วงหน้าร้อน

อากาศในหน้าร้อนแบบนี้ไม่เพียงแต่ผู้ใหญ่ที่ต้องทนทรมานกับคลื่นความร้อน แต่เด็กๆ ก็เช่นกัน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับโรคไข้หวัดแดดในเด็กกัน จะเป็นอย่างไรนั้นไปดูกันเลย ไข้หวัดแดด เกิดจากอะไร การเกิดไข้หวัดแดดนั้น เกิดจากที่อุณหภูมิมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยที่เป็นอากาศที่ร้อนเป็นหลักจึงทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน อาการไข้หวัดแดด 1.อ่อนเพลีย ข้อนี้อาจแยกได้ยากเพราะหากเป็นไข้หวัดก็จะเป็นเช่นกัน และหากเป็นไข้ร่วมกันกันปากที่แห้งจนแข็งอันนี้จะเป็นข้อบ่งชี้ว่าเด็กเป็นไข้หวัดแดดได้ 2.ไม่มีอาการเจ็บคอ คอแห้ง แสบคอ หากเป็นหวัดจากไวรัสเด็กจะมีอาการเจ็บคอ ร่วมด้วยและอาจมีเสมหะในรายที่คออักเสบมากๆ อาจทำให้เด็กรู้สึกแสบคอมากได้เช่นกัน 3.มีน้ำมูกใส เล็กน้อยหรือไม่มีเลย

อายุการใช้งาน ของขวดนมและจุกนมเด็ก แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน

อายุการใช้งาน ของขวดนม และจุกนมเด็ก

คุณแม่มือใหม่บางคนที่เริ่มให้ลูกใช้ขวดนม อาจจะยังไม่ทราบว่าขวดนมแต่ละแบบนั้นมีอายุใช้งานอยู่ ไม่ใช่ว่าจะใช้ได้ตลอดโดยไม่ต้องเปลี่ยนขวดใหม่เลย ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่า อายุการใช้งานของขวดนมและจุกนมนั้น เป็นอย่างไร อายุการใช้งานของ ขวดนม 1.ขวดที่มีสีขาวขุ่น  ขวดแบบนี้สามารถทนอุณหภูมิ ( -20̊ ) – 110 ̊ และอายุการใช้งานนั้นโดยเฉลี่ยแล้วจะสามารถอยู่ได้ ถึง 6 เดือน โดยจะต้องแล้วแต่ความถี่ในการทำความสะอาดและต้มหรือนึ่งฆ่าเชื้อ  2.ขวดพลาสติกที่ขาวใส

ลูกติดหวาน รับมืออย่างไร มาดู 5 เทคนิคนี้ แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน

ลูกติดหวาน รับมืออย่างไร มาดู 5 เทคนิคนี้

ขนมต่างๆ มักมีรสหวานเพื่อให้เด็กรู้สึกอร่อยและเป็นรสชาติที่ทำให้มีความสุข ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่โตขึ้นเด็กๆ ก็จะเริ่มเลือกทานแต่อาหารหวานๆ จนทำให้ ลูกติดหวาน ในที่สุด ซึ่งคุณพ่อคุณแม่จะทำอย่างไรดี มาดูเทคนิคที่เราหามาให้ได้อ่านกันไปดูกันเลย วิธีรับมือเมื่อ ลูกติดหวาน 1.คุณคือคนที่เลือกอาหารให้ลูก การทานอาหารในแต่ละมื้อ หลักๆ เด็กจะต้องทานที่บ้านและคุณก็จะต้องเป็นคนหาให้เขาได้ทานดังนั้นคุณเองก็ควรลองทำกับข้าวที่สามารถควบคุมรสชาติได้เองเพื่อเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกให้หันมาทานอาหารที่ไม่หวานได้ 2.ตัวอย่างที่ดีคือตัวคุณเอง การยกตัวอย่างต่างๆ ก็ไม่เท่าทำให้ดู ลูกๆ  จะมองคุณเป็นต้นแบบในแทบทุกเรื่องดังนั้นหากคุณห้ามให้ลูกไม่ทานหวานแต่ตัวคุณกลับทำซะเอง เด็กๆ ก็จะทำตามอย่างที่คุณทำแน่นอน