คุณแม่ตั้งครรภ์ ไม่ควรทำงานบ้านเหล่านี้ !

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

คุณแม่ตั้งครรภ์ในปัจจุบันนี้ มักได้รับคำแนะนำจากคุณหมอว่าให้ขยับร่างกาย ออกกำลังกายเบาๆ อีกทั้งยังสามารถทำงานบ้านได้ เพื่อทำให้ร่างกายแข็งแรงมีความพร้อมต้องการเบ่งทารกน้อยออกมา หากแต่การทำงานบ้านนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถทำได้ทุกอย่าง เนื่องจากงานบ้านบางอย่างก็สามารถเป็นอันตรายต่อคุณแม่ได้

1. การใช้สารเคมีรุนแรง

เช่น ยาฉีดยุง , น้ำยาขัดห้องน้ำ เป็นต้น โดยล้วนแล้วแต่ประกอบด้วยสารเคมีที่สามารถระเหยได้ เมื่อคุณแม่หายใจเข้าไป ก็จะเป็นอันตรายต่อลูกน้อยได้นั่นเอง

2. การยกของหนัก

แนะนำว่าควรหลีกเลี่ยงการยกของหนักทุกชนิด เพราะส่งผลต่อกระดูกสันหลังของคุณแม่ ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงทารกในครรภ์ ได้ อีกทั้งยังมีผลต่อคุณแม่เอง เนื่องจากจะทำให้เกิดอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้ออย่างรุนแรงได้

3. ทำความสะอาดกรงสัตว์เลี้ยง

การเก็บอุจจาระของสัตว์เลี้ยง ในขณะที่คุณแม่ตั้งครรภ์ มีความในการทำให้ทารกติดเชื้อที่อยู่ในอุจจาระของแมวหรือสุนัขได้ แต่อย่างไรก็ตามถ้าหากคุณแม่ไม่มีผู้ช่วยเก็บแทนจริงๆ แนะนำว่าต้องสวมถุงมือ สวมผ้าปิดปาก และทำความสะอาดมือด้วยสบู่ฆ่าเชื้อทุกครั้ง

4.ทำความสะอาดผ้าม่าน

หรืออะไรก็ตามที่อยู่ที่สูงควรไหว้วานให้ผู้อื่นทำ ห้ามปีนขึ้นไปปลดลงมาด้วยตัวเอง เนื่องจากอาจมีความเสี่ยงหน้ามืด ที่จะตกลงมาได้

5.ทำความสะอาดหน้าต่าง

หน้าต่างเองก็เช่นเดียวกัน กันจะยืนเขย่งหรือเอื้อมมือไปเช็ดถู ก็ทำให้มีโอกาสเสี่ยงที่จะล้มได้ง่าย นอกจากนี้ระวังสเปรย์ที่ใช้เช็ดกระจกด้วยเนื่องจากสามารถสูดดมเข้าไปได้

6.ทำความสะอาดบ้านแบบจัดเต็ม

การทำความสะอาดบ้านแบบจัดเต็มในวันเดียว ทุกส่วน ทุกพื้นที่ ทำให้คุณแม่ปวดหลังได้ แนะนำให้แบ่งทำวันละเล็ก วันละน้อยก็พอ เพื่อให้ร่างกายไม่รับภาระที่หนักจนเกินไป

7. ล้างจาน

คุณแม่บางคนสามารถเกิดอาการแพ้น้ำยาล้างจานขึ้นมาได้ หากแต่ถ้าจำเป็นจริงก็ควรใส่ถุงมือ หรือ เลือกใช้น้ำยาล้างจานที่มีความอ่อนโยนต่อผิว

8. ดูดฝุ่น

การดูดฝุ่นเป็นหนึ่งในการทำงานบ้านที่หนักมาก เพราะต้องลากเครื่องดูดฝุ่นไปมา ก็จะส่งผลทำให้คุณแม่มีอาการเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ในส่วนของการเปลี่ยนถุงกรองฝุ่นก็ต้องระวัง เมื่อคุณแม่หายใจเข้าไป ก็จะส่งผลต่อสุขภาพของลูกน้อยได้อีกด้วย

นี่ก็คือข้อควรระวัง ที่คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ คุณแม่บ้านยุคใหม่ ต้องให้ความใส่ใจ และเมื่อในวันหนึ่งคุณแม่รู้สึกว่าได้ขยับร่างกายจนเต็มที่แล้ว ก็อย่าลืมพักผ่อนให้เพียงพอ จะได้แข็งแรงทั้งคุณแม่และคุณลูกนะคะ  

More to explorer

อันตรายแค่ไหน-เมื่อกินยาคุมตอนท้อง แม่บ้านยุคใหม่

อันตรายแค่ไหน เมื่อกินยาคุมตอนท้อง

การตั้งครรภ์เป็นเรื่องปกติที่ผู้หญิงจะต้องเจอ แต่การท้องแบบไม่รู้ตัวนั้นก็มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ ซึ่งมักเกิดกับคนที่กินยาคุมกำเนิด เมื่อไม่รู้ตัวว่าท้องก็มักจะกินยาคุมกำเนิดต่อไปเรื่อยๆจนเริ่มรู้ตัว เมื่ออายุครรภ์ได้ 1-2 เดือนแล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่หลายคนก็ยังกินยาคุมกำเนิดอยู่ จนทำให้กังวลใจว่าจะเป็นอันตรายต่อลูก แต่การกินยาคุมกำเนิดตอนท้องจะอันตรายแค่ไหนวันนี้เรามีคำตอบ และข้อมูลดีๆ มาแนะนำให้คุณแม่บ้านยุคใหม่กันค่ะ กินยาคุมตอนท้องลูกจะพิการไหม หมดกังวลไปได้เลยว่าการกินยาคุมกำเนิดระหว่างท้องจะทำให้ลูกพิการ เพราะยังไม่มีผลวิจัยว่าจะทำให้ลูกในครรภ์พิการได้ แต่เมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์ควรหยุดกินทันที กินยาคุมตอนท้องทำให้แท้งลูกจริงหรือ เมื่อเรากินยาคุมจะมีผลต่อร่างกายคือมดลูกมีเมือกมากขึ้น ผนังมดลูกมีความบาง ขัดขวางการเคลื่อนที่ของอสุจิไม่ให้สามารถไปวางไข่ได้ เพราะมดลูกมีผนังที่บาง ดังนั้นเมื่อคุณกินยาคุมตอนท้องก็ไม่มีผลกระทบที่เป็นอันตรายแต่อย่างใด

พัฒนาการของลูกน้อยวัยอายุ-16-เดือน-ที่คุณแม่ต้องรู้-แม่บ้านยุคใหม่

พัฒนาการของลูกน้อยวัยอายุ 16 เดือน ที่คุณแม่ต้องรู้

พัฒนาการเด็ก เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญ ที่ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ต้องพยายามติดตามอยู่เสมอ เพื่อตรวจสอบว่าเจ้าตัวเล็กของคุณมีพัฒนาการสมวัยหรือไม่ ถ้าเกิดเหตุอันใดจะได้หาทางแก้ไขทัน เพราะนั้นในวันนี้เราจะพาคุณผู้อ่านไปทำความรู้จักกับพัฒนาการของเด็กวัย 16 เดือนกัน 1. พัฒนาการด้านร่างกาย สำหรับเด็กอ่อนในวัยนี้ สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วขึ้น หากแต่อย่างไรก็ตามอาจยังไม่ค่อยมีความมั่นคง แข็งแรงเท่าไหร่ และจากการเคลื่อนไหวได้นี้เอง จึงทำให้เหล่าเด็กๆ กลายมาเป็นยอดนักสำรวจ อยากรู้อยากเห็น ชอบรวมทั้งหยิบจับพร้อมขว้างปาสิ่งของไปทั่วทิศทาง แต่อย่างไปห้ามเขานะคะเพราะการทำเช่นนี้เป็นการฝึกทักษะทางด้านการใช้มือและตาให้สัมพันธ์กัน กิจกรรมที่คุณแม่ทำได้ คือ

การเลือกอาหาร ให้เหมาะสมกับเด็กวัย 7 เดือน แม่บ้านยุคใหม่

การเลือกอาหาร ให้เหมาะสมกับเด็กวัย 7 เดือน

ลูกน้อยวัย 7 เดือน เป็นวัยที่ทานอาหารอื่นนอกจากนมแม่ได้แล้ว แต่จะเลือกอาหารอย่างไรดีล่ะให้เหมาะกับลูกวัยนี้ เราก็มีคำแนะนำมาฝากคุณแม่บ้าน แม่บ้านยุคใหม่กันด้วย ไปดูกันเลยว่าการให้อาหารสำหรับเด็กวัยนี้ควรเป็นอย่างไร 1.อาหารต้องบดละเอียด คุณแม่ควรให้อาหารที่บดละเอียดกับลูกน้อยเท่านั้น เพราะถึงแม้ว่าวัยนี้ เด็กบางคนจะเริ่มมีฟันขึ้นบ้างแล้ว ก็พวกเขายังไม่สามารถเคี้ยวอาหารที่มีความหยาบได้ ดังนั้นจึงต้องบดอาหารให้ละเอียดก่อนนำมาให้ลูกทานนั่นเอง หรือจะใช้วิธีการปั่นแทนก็ได้ 2.เน้นอาหารให้พลังงานและโปรตีน เด็กวัยนี้มีความต้องการพลังงานและโปรตีนเพื่อการเจริญเติบโตสูงมาก ดังนั้นจึงควรเน้นอาหารที่มีพลังงานและโปรตีนสูง เช่น ไข่ไก่ ข้าวกล้อง และเนื้อปลา

Close Menu