4 วิธีเตรียมตัว ก่อนตั้งครรภ์

4 วิธีเตรียมตัว ก่อนตั้งครรภ์ แม่บ้านยุคใหม่
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

การที่จะมีลูก คุณแม่บ้านยุคใหม่ ควรจะวางแผนก่อนการตั้งครรภ์ โดยการดูแลสุขภาพของตัวเองให้พร้อมตั้งแต่เนิ่น ๆ  ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาที่อาจจะตามมาขณะตั้งครรภ์ได้ รวมทั้งอาจจะส่งผลเสียต่อทารกในครรภ์ได้ หากไม่มีการเตรียมตัววางแผนให้ดีตั้งแต่วันนี้เรามาดูวิธีการเตรียมตัวก่อนการตั้งครรภ์กันว่าจะทำอย่างไรบ้าง

1.เลิกสูบบุหรี่เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสของการตั้งครรภ์

ผู้หญิงที่วางแผนจะตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสูบบุหรี่ไม่ว่าจะสูบเองหรือไปดมควันบุหรี่จากบุคคลอื่น เพื่อจะได้มีโอกาสให้การตั้งครรภ์เป็นไปอย่างราบรื่น และมีสุขภาพที่ดีทั้งตัวเองและลูกน้อยในครรภ์ ผลเสียของควันบุหรี่นั้นย่อมส่งผลต่อทารกในครรภ์โดยตรงทำให้เด็กได้รับควันบุหรี่ที่ มีสารพิษที่ทำให้เด็กมีน้ำหนักตัวน้อยกว่าเกณฑ์ คลอดก่อนกำหนด และส่งผลต่อระบบภายในร่างกาย อาจเกิดความพิการของลิ้นหัวใจได้

2.กินอาหารที่มีประโยชน์เน้นแคลเซียมและธาตุเหล็ก

คนกินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ ซึ่งทุกคนก็ทำอยู่แล้วแต่ควรจะเน้นอาหารประเภท โปรตีน ผลไม้ เนื้อสัตว์ต่าง ๆ  รวมถึงแคลเซียม และธาตุเหล็กซึ่งเป็นสาระสำคัญในการนำไปสร้างเซลล์สมอง เนื้อเยื่อต่าง ๆ รวมถึงกระดูก และฟันให้แข็งแรงทั้งนี้การกินแคลเซียมเสริมก็จะช่วยป้องกันไม่ให้ระดับแคลเซียมในร่างกายของแม่ลดน้อยลงจนทำให้ แคลเซียมส่งไปเลี้ยงทารกในครรภ์ไม่พอ จึงมีการดึงแคลเซียมจากกระดูกจากตัวแม่ไปใช้ จึงทำให้แม่เกิดภาวะกระดูกพรุนตามมาได้

3.ลดเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน

ดังที่ทราบกันอยู่แล้วว่าในน้ำชา กาแฟ มีคาเฟอีน ผสมอยู่ถึงแม้ไม่มีอันตราย แต่ไม่เหมาะกับคุณแม่เตรียมตั้งครรภ์ เพราะส่วนใหญ่ เครื่องดื่มเหล่านี้จะประกอบไปด้วยน้ำตาล จะชงให้อร่อยก็ต้องใส่ให้มีรสชาติหวานมัน ซึ่งจะประกอบไปด้วยไขมันและน้ำตาล ย่อมไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพของแม่และทารกในครรภ์เพราะอาจจะทำให้มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงหรือไขมันในเลือดสูงได้จนเป็นปัญหาโรคอ้วน รวมถึงเป็นเบาหวานระยะตั้งครรภ์ได้

4.ออกกำลังกายแบบพอดีไม่หนักเกินจนเกินไป

ผู้หญิงที่ กำลังวางแผนจะตั้งครรภ์ควรออกกำลังกายเบา ๆ  ออกกำลังกายให้รู้สึกมีความสุข จากการที่ได้รับสารเอ็นโดรฟิน ซึ่งมีความจำเป็นมากช่วยให้ร่างกายลดความเครียด และส่งผลดีต่อการตั้งครรภ์ได้ง่ายขึ้น สนใจออกกำลังกายแบบไหนนั้นก็สามารถเลือกได้เช่นเดินเร็ว ๆ เต้นแอโรบิค เดินสลับวิ่งก็สามารถทำได้แต่ไม่ควรหักโหมจนเกินไป

การดูแลสุขภาพตัวเองให้แข็งแรง เมื่อคิดว่าพร้อมจะมีลูกแล้วเป็นสิ่งที่ช่วยแก้ปัญหาสุขภาพของคุณแม่ตั้งครรภ์และตัวลูกน้อยได้ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการคลอดก่อนกำหนดหรือภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ รวมถึงลดความเสี่ยงความพิการที่จะเกิดขึ้นกับเด็กทารกได้เป็นอย่างดี ดังนั้นมาเตรียมพร้อมสุขภาพให้ดีกันเถอะ

More to explorer

อายุการใช้งาน ของขวดนมและจุกนมเด็ก แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน

อายุการใช้งาน ของขวดนม และจุกนมเด็ก

คุณแม่มือใหม่บางคนที่เริ่มให้ลูกใช้ขวดนม อาจจะยังไม่ทราบว่าขวดนมแต่ละแบบนั้นมีอายุใช้งานอยู่ ไม่ใช่ว่าจะใช้ได้ตลอดโดยไม่ต้องเปลี่ยนขวดใหม่เลย ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่า อายุการใช้งานของขวดนมและจุกนมนั้น เป็นอย่างไร อายุการใช้งานของ ขวดนม 1.ขวดที่มีสีขาวขุ่น  ขวดแบบนี้สามารถทนอุณหภูมิ ( -20̊ ) – 110 ̊ และอายุการใช้งานนั้นโดยเฉลี่ยแล้วจะสามารถอยู่ได้ ถึง 6 เดือน โดยจะต้องแล้วแต่ความถี่ในการทำความสะอาดและต้มหรือนึ่งฆ่าเชื้อ  2.ขวดพลาสติกที่ขาวใส

ลูกติดหวาน รับมืออย่างไร มาดู 5 เทคนิคนี้ แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน

ลูกติดหวาน รับมืออย่างไร มาดู 5 เทคนิคนี้

ขนมต่างๆ มักมีรสหวานเพื่อให้เด็กรู้สึกอร่อยและเป็นรสชาติที่ทำให้มีความสุข ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่โตขึ้นเด็กๆ ก็จะเริ่มเลือกทานแต่อาหารหวานๆ จนทำให้ ลูกติดหวาน ในที่สุด ซึ่งคุณพ่อคุณแม่จะทำอย่างไรดี มาดูเทคนิคที่เราหามาให้ได้อ่านกันไปดูกันเลย วิธีรับมือเมื่อ ลูกติดหวาน 1.คุณคือคนที่เลือกอาหารให้ลูก การทานอาหารในแต่ละมื้อ หลักๆ เด็กจะต้องทานที่บ้านและคุณก็จะต้องเป็นคนหาให้เขาได้ทานดังนั้นคุณเองก็ควรลองทำกับข้าวที่สามารถควบคุมรสชาติได้เองเพื่อเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกให้หันมาทานอาหารที่ไม่หวานได้ 2.ตัวอย่างที่ดีคือตัวคุณเอง การยกตัวอย่างต่างๆ ก็ไม่เท่าทำให้ดู ลูกๆ  จะมองคุณเป็นต้นแบบในแทบทุกเรื่องดังนั้นหากคุณห้ามให้ลูกไม่ทานหวานแต่ตัวคุณกลับทำซะเอง เด็กๆ ก็จะทำตามอย่างที่คุณทำแน่นอน

เสียงร้องของลูก บอกอะไรเราได้บ้าง แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน

เสียงร้องของลูก บอกอะไรเราได้บ้าง

การเลี้ยงเด็กคนหนึ่ง ให้เขาเจริญเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดี อาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย พ่อและแม่ต้องให้ความใกล้ชิด การดูแลที่อบอุ่น รวมถึงการเข้าอกเข้าใจทารกในการพัฒนา ทักษะในด้านต่างๆ ตามช่วงวัย การอบรมสั่งสอนรวมถึงการเลี้ยงดูที่ดีถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะนั้นจะเป็นพื้นฐานในการเจริญเติบโตของเด็กในอนาคต เด็กทารกนั้นยังไม่สามารถที่จะพูดคุย หรือสื่อสารเป็นคำพูดกับเราได้ ดังนั้นสิ่งที่เด็กทำได้เพื่อสื่อสารกับพ่อแม่ จึงเป็นเพียงการส่งเสียงร้อง ในรูปแบบและลักษณะ่าทางที่แตกต่างกัน บางคนอาจคิดว่าเสียงร้องของเด็กทารกนั้นแตกต่างกันจริงหรือ ทุกครั้งที่ร้องก็ฟังดูเสียงออกจะคล้ายกัน คนเป็นพ่อและแม่คนจะเข้าใจได้ดีเลยกับสิ่งนี้ หากเราลองสังเกตและใกล้ชิดกับลูก เราจะสามารถรู้สึกถึงความแตกต่างในเสียงร้องของลูก และรู้ได้ถึงสิ่งที่ลูกต้องการสื่อสารกับเราค่ะ เสียงร้องของลูก