7 เรื่องเกี่ยวกับเด็กผ่าคลอด ที่คุณแม่ต้องรู้

7 เรื่องเกี่ยวกับเด็กผ่าคลอด ที่คุณแม่ต้องรู้ แม่บ้านยุคใหม่
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

การผ่าคลอดเป็นการคลอดที่ต้องผ่าหน้าท้องเพื่อให้ทารกออกมา ซึ่งการผ่าคลอดนั้นมักใช้กับคุณแม่ที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายจากการคลอดธรรมชาติ เช่น แม่มีโรคประจำตัว เด็กตัวใหญ่ ก็จะใช้วิธีผ่าคลอด แล้วเด็กผ่าคลอดนั้นจะเป็นอย่างไรนี่คือ 7 เรื่องเกี่ยวกับเด็กผ่าคลอดที่คุณแม่บ้านยุคใหม่ต้องรู้ค่ะ

1.การผ่าคลอดนั้นจะไม่ส่งผลกระทบต่อระบบประสาทและสมองของทารก คุณแม่จึงไม่ต้องกังวลเลยว่าทารกผ่าคลอดจะมีพัฒนาการช้ากว่าทารกคลอดธรรมชาติ

2.การผ่าคลอดจะทำให้ลูกน้อยมีภูมิคุ้มกันที่ต่ำกว่าเด็กที่คลอดธรรมชาติเป็นอย่างมาก เพราะไม่ได้รับจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์จากช่องคลอดของแม่นั่นเอง ดังนั้นคุณแม่ควรให้ลูกดื่มนมแม่เยอะๆ และเน้นอาหารที่มีประโยชน์ ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันได้ดี

3.จากผลการวิจัยมีการยืนยันว่าทารกผ่าคลอดมีโอกาสป่วยง่าย เนื่องจากมีระบบภูมิต้านทานต่ำกว่าปกติ ซึ่งแตกต่างจากทารกคลอดธรรมชาติที่มีร่างกายแข็งแรงกว่า

4.การผ่าคลอดคือทางเลือกสำหรับคุณแม่ที่มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจนไม่สามารถคลอดเองโดยธรรมชาติได้ หรือมีการวินิจฉัยจากแพทย์แล้วว่าไม่สามารถคลอดได้เองจึงต้องผ่าคลอด เช่น ลูกตัวใหญ่ ลูกแฝด สายสะดือสั้นเกินไป เป็นต้น

5.ทารกผ่าคลอดอาจจะใช้เวลาในการนอนโรงพยาบาลนานกว่าทารกคลอดธรรมชาติ เนื่องจากคุณแม่ต้องใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่าแม่คลอดธรรมชาติ

6.ทารกผ่าคลอดมีโอกาสเสี่ยงต่อการมีภูมิต้านทาน อ่อนแอเพิ่มถึง 46% เลยทีเดียว ซึ่งต่างจากทารกที่แม่คลอดเองมาก

7.ทารกผ่าคลอดมีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคหอบหืด เพิ่มขึ้น 23% ซึ่งโรคหอบหืดในเด็กนั้นถือเป็นโรคอันตรายที่อาจส่งผลต่อชีวิตเด็กได้ ดังนั้นต้องเฝ้าระวังให้ดี

นี่คือสิ่งที่คุณแม่ควรรู้ก่อนตัดสินใจผ่าคลอด เพราะฉะนั้นแล้วหากคุณแม่จะคลอดทารกควรปรึกษาแพทย์ให้ดีก่อน เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณแม่และลูกน้อย แต่หากไม่มีความจำเป็นที่จะต้องผ่าตลอดเราแนะนำให้คุณแม่คลอดโดยวิธีธรรมชาติจะดีกว่า

ติดตามเรื่องราวความรู้และทริคดีๆ เกี่ยวกับเรื่องของแม่บ้าน แม่บ้านยุคใหม่ เรื่องครอบครัวได้ที่นี่

#แม่บ้านยุคใหม่ #แม่บ้าน #แม่และเด็ก #ครอบครัว

More to explorer

ไข้หวัดแดด โรคในเด็กที่พบบ่อย ช่วงหน้าร้อน แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน

ไข้หวัดแดด โรคในเด็กที่พบบ่อย ช่วงหน้าร้อน

อากาศในหน้าร้อนแบบนี้ไม่เพียงแต่ผู้ใหญ่ที่ต้องทนทรมานกับคลื่นความร้อน แต่เด็กๆ ก็เช่นกัน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับโรคไข้หวัดแดดในเด็กกัน จะเป็นอย่างไรนั้นไปดูกันเลย ไข้หวัดแดด เกิดจากอะไร การเกิดไข้หวัดแดดนั้น เกิดจากที่อุณหภูมิมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยที่เป็นอากาศที่ร้อนเป็นหลักจึงทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน อาการไข้หวัดแดด 1.อ่อนเพลีย ข้อนี้อาจแยกได้ยากเพราะหากเป็นไข้หวัดก็จะเป็นเช่นกัน และหากเป็นไข้ร่วมกันกันปากที่แห้งจนแข็งอันนี้จะเป็นข้อบ่งชี้ว่าเด็กเป็นไข้หวัดแดดได้ 2.ไม่มีอาการเจ็บคอ คอแห้ง แสบคอ หากเป็นหวัดจากไวรัสเด็กจะมีอาการเจ็บคอ ร่วมด้วยและอาจมีเสมหะในรายที่คออักเสบมากๆ อาจทำให้เด็กรู้สึกแสบคอมากได้เช่นกัน 3.มีน้ำมูกใส เล็กน้อยหรือไม่มีเลย

อายุการใช้งาน ของขวดนมและจุกนมเด็ก แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน

อายุการใช้งาน ของขวดนม และจุกนมเด็ก

คุณแม่มือใหม่บางคนที่เริ่มให้ลูกใช้ขวดนม อาจจะยังไม่ทราบว่าขวดนมแต่ละแบบนั้นมีอายุใช้งานอยู่ ไม่ใช่ว่าจะใช้ได้ตลอดโดยไม่ต้องเปลี่ยนขวดใหม่เลย ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่า อายุการใช้งานของขวดนมและจุกนมนั้น เป็นอย่างไร อายุการใช้งานของ ขวดนม 1.ขวดที่มีสีขาวขุ่น  ขวดแบบนี้สามารถทนอุณหภูมิ ( -20̊ ) – 110 ̊ และอายุการใช้งานนั้นโดยเฉลี่ยแล้วจะสามารถอยู่ได้ ถึง 6 เดือน โดยจะต้องแล้วแต่ความถี่ในการทำความสะอาดและต้มหรือนึ่งฆ่าเชื้อ  2.ขวดพลาสติกที่ขาวใส

ลูกติดหวาน รับมืออย่างไร มาดู 5 เทคนิคนี้ แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน

ลูกติดหวาน รับมืออย่างไร มาดู 5 เทคนิคนี้

ขนมต่างๆ มักมีรสหวานเพื่อให้เด็กรู้สึกอร่อยและเป็นรสชาติที่ทำให้มีความสุข ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่โตขึ้นเด็กๆ ก็จะเริ่มเลือกทานแต่อาหารหวานๆ จนทำให้ ลูกติดหวาน ในที่สุด ซึ่งคุณพ่อคุณแม่จะทำอย่างไรดี มาดูเทคนิคที่เราหามาให้ได้อ่านกันไปดูกันเลย วิธีรับมือเมื่อ ลูกติดหวาน 1.คุณคือคนที่เลือกอาหารให้ลูก การทานอาหารในแต่ละมื้อ หลักๆ เด็กจะต้องทานที่บ้านและคุณก็จะต้องเป็นคนหาให้เขาได้ทานดังนั้นคุณเองก็ควรลองทำกับข้าวที่สามารถควบคุมรสชาติได้เองเพื่อเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกให้หันมาทานอาหารที่ไม่หวานได้ 2.ตัวอย่างที่ดีคือตัวคุณเอง การยกตัวอย่างต่างๆ ก็ไม่เท่าทำให้ดู ลูกๆ  จะมองคุณเป็นต้นแบบในแทบทุกเรื่องดังนั้นหากคุณห้ามให้ลูกไม่ทานหวานแต่ตัวคุณกลับทำซะเอง เด็กๆ ก็จะทำตามอย่างที่คุณทำแน่นอน