5 วิธีรับมือ เมื่อเป็นสิวขณะตั้งครรภ์

5 วิธีรับมือ เมื่อเป็นสิวขณะตั้งครรภ์ แม่บ้านยุคใหม่
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

เมื่อตั้งครรภ์ คุณแม่หลายคนมักเจอปัญหาสิวขึ้นเยอะเต็มหน้าไปหมดใช่ไหม รักษายังไงก็ไม่หายไม่ยุบสักที แต่คุณแม่ไม่ต้องตกใจไป เพราะการเป็นสิวในคุณแม่ตั้งครรภ์เกิดจากฮอร์โมนในร่างกายเพิ่มมากขึ้น มีระดับของเหลวในร่างกายเพิ่มขึ้น ทำให้ผิวมัน  ผิวอักเสบได้ง่าย โดยวันนี้เราก็จะมาแนะนำ 5 วิธีรับมือ เมื่อเป็นสิ่วขณะตั้งครรภ์ ซึ่งมีวิธีไหนบ้างไปดูกันเลย

1. ล้างมือและล้างหน้าให้สะอาด  ด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่มีความอ่อนโยนไม่ระคายเคืองต่อผิว ก่อนจะล้างทำความสะอาดหน้าควรล้างมือให้สะอาดก่อน งดใช้มือสัมผัสบริเวณที่เป็นสิวโดยตรง เพราะอาจทำให้สิวอักเสบได้นั่นเอง

2.งดอาหารที่มีไขมันสูง ควรเลือกทานอาหารที่มีประโยชน์กับผิว ทานผักผลไม้เยอะ ๆ โดยเฉพาะผักผลไม้ที่วิตามินซีสูง รวมถึงดื่มน้ำสะอาดมาก ๆ อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพื่อให้ผิวชุ่มชื่นมากขึ้น

3.พักผ่อนให้เพียงพอ สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ควรพักผ่อนให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง ไม่ควรนอนดึก เมื่อร่างกายพักผ่อนได้เต็มที่ก็เหมือนผิวได้พักบ้าง ถ้าได้นอนเต็มอิ่ม ตื่นมาผิวก็จะเต่งตึงมีน้ำมีนวนขึ้นแน่นอน

4.หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าเมื่อเป็นสิว งดการนวดหน้า ขัดหน้าหรือใช้ครีมบำรุงมากมายจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้ครีมบำรุงเข้าไปอุดตันรูขุมขน ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดสิว ควรทาครีมกันแดดบาง ๆ เพื่อป้องกันรังสี UVB และ UVA มาทำร้ายผิวเราได้

5.ถ้าสิวอักเสบมากควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยา เพราะยาบางประเภทใช้แล้วอาจมีผลข้างเคียงกับคุณแม่ตั้งครรภ์ ทำให้ทารกเกิดความผิดปกติหรือพิการได้

เรื่องความสวยความงามเป็นของคู่กันสำหรับผู้หญิงอย่างเรา ถึงจะเป็นคุณแม่แล้วยิ่งต้องดูแลใส่ใจเป็นพิเศษ คุณแม่คนไหนที่เป็นสิวเยอะไม่ต้องกังวลไปนะคะ เมื่อเราคลอดเจ้าตัวน้อยออกมา ฮอร์โมนจะปรับตัวเป็นปกติ สิวที่เคยมีมากก็จะค่อย ๆ จากลง และหายในที่สุด

ติดตามเรื่องราวความรู้และทริคดีๆ เกี่ยวกับเรื่องของแม่บ้าน แม่บ้านยุคใหม่ เรื่องครอบครัวได้ที่นี่

#แม่บ้านยุคใหม่ #แม่บ้าน #แม่และเด็ก #ครอบครัว

More to explorer

ไข้หวัดแดด โรคในเด็กที่พบบ่อย ช่วงหน้าร้อน แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน

ไข้หวัดแดด โรคในเด็กที่พบบ่อย ช่วงหน้าร้อน

อากาศในหน้าร้อนแบบนี้ไม่เพียงแต่ผู้ใหญ่ที่ต้องทนทรมานกับคลื่นความร้อน แต่เด็กๆ ก็เช่นกัน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับโรคไข้หวัดแดดในเด็กกัน จะเป็นอย่างไรนั้นไปดูกันเลย ไข้หวัดแดด เกิดจากอะไร การเกิดไข้หวัดแดดนั้น เกิดจากที่อุณหภูมิมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยที่เป็นอากาศที่ร้อนเป็นหลักจึงทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน อาการไข้หวัดแดด 1.อ่อนเพลีย ข้อนี้อาจแยกได้ยากเพราะหากเป็นไข้หวัดก็จะเป็นเช่นกัน และหากเป็นไข้ร่วมกันกันปากที่แห้งจนแข็งอันนี้จะเป็นข้อบ่งชี้ว่าเด็กเป็นไข้หวัดแดดได้ 2.ไม่มีอาการเจ็บคอ คอแห้ง แสบคอ หากเป็นหวัดจากไวรัสเด็กจะมีอาการเจ็บคอ ร่วมด้วยและอาจมีเสมหะในรายที่คออักเสบมากๆ อาจทำให้เด็กรู้สึกแสบคอมากได้เช่นกัน 3.มีน้ำมูกใส เล็กน้อยหรือไม่มีเลย

อายุการใช้งาน ของขวดนมและจุกนมเด็ก แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน

อายุการใช้งาน ของขวดนม และจุกนมเด็ก

คุณแม่มือใหม่บางคนที่เริ่มให้ลูกใช้ขวดนม อาจจะยังไม่ทราบว่าขวดนมแต่ละแบบนั้นมีอายุใช้งานอยู่ ไม่ใช่ว่าจะใช้ได้ตลอดโดยไม่ต้องเปลี่ยนขวดใหม่เลย ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่า อายุการใช้งานของขวดนมและจุกนมนั้น เป็นอย่างไร อายุการใช้งานของ ขวดนม 1.ขวดที่มีสีขาวขุ่น  ขวดแบบนี้สามารถทนอุณหภูมิ ( -20̊ ) – 110 ̊ และอายุการใช้งานนั้นโดยเฉลี่ยแล้วจะสามารถอยู่ได้ ถึง 6 เดือน โดยจะต้องแล้วแต่ความถี่ในการทำความสะอาดและต้มหรือนึ่งฆ่าเชื้อ  2.ขวดพลาสติกที่ขาวใส

ลูกติดหวาน รับมืออย่างไร มาดู 5 เทคนิคนี้ แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน

ลูกติดหวาน รับมืออย่างไร มาดู 5 เทคนิคนี้

ขนมต่างๆ มักมีรสหวานเพื่อให้เด็กรู้สึกอร่อยและเป็นรสชาติที่ทำให้มีความสุข ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่โตขึ้นเด็กๆ ก็จะเริ่มเลือกทานแต่อาหารหวานๆ จนทำให้ ลูกติดหวาน ในที่สุด ซึ่งคุณพ่อคุณแม่จะทำอย่างไรดี มาดูเทคนิคที่เราหามาให้ได้อ่านกันไปดูกันเลย วิธีรับมือเมื่อ ลูกติดหวาน 1.คุณคือคนที่เลือกอาหารให้ลูก การทานอาหารในแต่ละมื้อ หลักๆ เด็กจะต้องทานที่บ้านและคุณก็จะต้องเป็นคนหาให้เขาได้ทานดังนั้นคุณเองก็ควรลองทำกับข้าวที่สามารถควบคุมรสชาติได้เองเพื่อเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกให้หันมาทานอาหารที่ไม่หวานได้ 2.ตัวอย่างที่ดีคือตัวคุณเอง การยกตัวอย่างต่างๆ ก็ไม่เท่าทำให้ดู ลูกๆ  จะมองคุณเป็นต้นแบบในแทบทุกเรื่องดังนั้นหากคุณห้ามให้ลูกไม่ทานหวานแต่ตัวคุณกลับทำซะเอง เด็กๆ ก็จะทำตามอย่างที่คุณทำแน่นอน