การเตรียมห้องนอนสำหรับเด็ก มีเรื่องไหนบ้างที่ควรระวัง ?

การเตรียมห้องนอนสำหรับเด็ก มีเรื่องไหนบ้างที่ควรระวัง ? แม่บ้านยุคใหม่ แมและเด็ก
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

ห้องนอนเด็ก เป็นห้องที่ควรถูกออกแบบอย่างใส่ใจและพิถีพิถันมากที่สุด เพราะนั่นหมายถึง ความปลอดภัยของเด็ก ซึ่งในบางครั้งก็อาจจะเกิดสถานการณ์ที่เกินความควบคุมของเราไปได้ เพราะฉะนั้น การเตรียมห้องนอนเด็ก การปรับเปลี่ยนห้องนอนสำหรับเด็ก การออกแบบห้องนอนเด็ก ควรให้ความใส่ใจในเรื่องต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

กล้องวงจรปิด

แน่นอนว่าการดูแลเด็กส่วนใหญ่แล้ว ผู้ใหญ่นั้นก็ไม่ปล่อยให้เด็กอยู่นอกสายตาเป็นเวลานานๆอยู่แล้ว แต่ว่าในบางครั้งที่ผู้ใหญ่อาจจะมีการเผลอหรือว่าในช่วงเวลากลางคืนที่ผู้ใหญ่นั้นไม่สามารถตื่นมาเฝ้าได้ตลอดเวลา ก็อาจจะเกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้นโดยที่เราอาจจะไม่คาดคิดมาก่อน หรือพฤติกรรมบางอย่างของเด็กที่เปลี่ยนไปแล้วเราหาสาเหตุไม่ได้ แต่เมื่อมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้นั้นจะช่วยเป็นหูเป็นตาในยามที่เราอาจจะไม่ได้อยู่ดูแลเด็กด้วยตัวของเราเอง

การเลือกเฟอร์นิเจอร์

การเลือกเฟอร์นิเจอร์มีความสำคัญเป็นอย่างมาก หากไม่ใส่ใจในขั้นตอนนี้ก็อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุกับเด็กน้อยก็เป็นไปได้ เพราะฉะนั้นควรเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่จะมีความปลอดภัยสำหรับเด็ก น้ำหนักจะต้องมีความเบาไปเลยจนถ้าหากล้มใส่เด็กก็ไม่ก่อให้เกิดอันตราย หรือว่าหนักไปเลยเพื่อที่เด็กจะไม่สามารถเคลื่อนย้ายเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนั้นๆได้ รวมไปถึงมุมหรือขอบของเฟอร์นิเจอร์ต่างๆไม่ควรมีขอบที่คมแหลม แต่ถ้าหากหลีกเลี่ยงไม่ได้ให้หาวัสดุที่มีความนิ่มมากบุกันไว้ด้วย

ตำแหน่งปลั๊กไฟ

ไม่ควรออกแบบให้ตำแหน่งปลั๊กไฟนั้นมีความต่ำจนเกินไป เพราะว่าจะก่อให้เกิดความเสี่ยงที่เด็กนั้นจะเอามือเข้าไปแหย่และเกิดไฟดูดขึ้นได้ หรือสามารถเลือกซื้อปลั๊กไฟที่มีแผ่นเปิดปิดเวลาเราไม่เสียบปลั๊กก็ได้ เพื่อป้องกันการแหย่เข้าไปในรูปลั๊กไฟ ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้

เครื่องปรับอากาศ

การเลือกเครื่องปรับอากาศรวมไปถึงการวางตำแหน่งก็เป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้ เนื่องจากร่างกายของเด็กนั้นมีภูมิต้านทานที่น้อยกว่าผู้ใหญ่ เพราะฉะนั้นควรมีการพิถีพิถันในการเลือกเครื่องปรับอากาศ ควรเลือกเครื่องปรับอากาศที่สามารถฟอกอากาศได้ด้วย เพื่ออากาศที่ดีภายในห้อง และไม่ควรติดตั้งเครื่องปรับอากาศตรงที่จะลงตรงจุดที่เด็กนอนโดยตรงเพราะจะทำให้เด็กป่วยง่าย

#แม่บ้านยุคใหม่ #แม่บ้าน #แม่และเด็ก

More to explorer

อายุการใช้งาน ของขวดนมและจุกนมเด็ก แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน

อายุการใช้งาน ของขวดนม และจุกนมเด็ก

คุณแม่มือใหม่บางคนที่เริ่มให้ลูกใช้ขวดนม อาจจะยังไม่ทราบว่าขวดนมแต่ละแบบนั้นมีอายุใช้งานอยู่ ไม่ใช่ว่าจะใช้ได้ตลอดโดยไม่ต้องเปลี่ยนขวดใหม่เลย ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่า อายุการใช้งานของขวดนมและจุกนมนั้น เป็นอย่างไร อายุการใช้งานของ ขวดนม 1.ขวดที่มีสีขาวขุ่น  ขวดแบบนี้สามารถทนอุณหภูมิ ( -20̊ ) – 110 ̊ และอายุการใช้งานนั้นโดยเฉลี่ยแล้วจะสามารถอยู่ได้ ถึง 6 เดือน โดยจะต้องแล้วแต่ความถี่ในการทำความสะอาดและต้มหรือนึ่งฆ่าเชื้อ  2.ขวดพลาสติกที่ขาวใส

ลูกติดหวาน รับมืออย่างไร มาดู 5 เทคนิคนี้ แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน

ลูกติดหวาน รับมืออย่างไร มาดู 5 เทคนิคนี้

ขนมต่างๆ มักมีรสหวานเพื่อให้เด็กรู้สึกอร่อยและเป็นรสชาติที่ทำให้มีความสุข ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่โตขึ้นเด็กๆ ก็จะเริ่มเลือกทานแต่อาหารหวานๆ จนทำให้ ลูกติดหวาน ในที่สุด ซึ่งคุณพ่อคุณแม่จะทำอย่างไรดี มาดูเทคนิคที่เราหามาให้ได้อ่านกันไปดูกันเลย วิธีรับมือเมื่อ ลูกติดหวาน 1.คุณคือคนที่เลือกอาหารให้ลูก การทานอาหารในแต่ละมื้อ หลักๆ เด็กจะต้องทานที่บ้านและคุณก็จะต้องเป็นคนหาให้เขาได้ทานดังนั้นคุณเองก็ควรลองทำกับข้าวที่สามารถควบคุมรสชาติได้เองเพื่อเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกให้หันมาทานอาหารที่ไม่หวานได้ 2.ตัวอย่างที่ดีคือตัวคุณเอง การยกตัวอย่างต่างๆ ก็ไม่เท่าทำให้ดู ลูกๆ  จะมองคุณเป็นต้นแบบในแทบทุกเรื่องดังนั้นหากคุณห้ามให้ลูกไม่ทานหวานแต่ตัวคุณกลับทำซะเอง เด็กๆ ก็จะทำตามอย่างที่คุณทำแน่นอน

เสียงร้องของลูก บอกอะไรเราได้บ้าง แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน

เสียงร้องของลูก บอกอะไรเราได้บ้าง

การเลี้ยงเด็กคนหนึ่ง ให้เขาเจริญเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดี อาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย พ่อและแม่ต้องให้ความใกล้ชิด การดูแลที่อบอุ่น รวมถึงการเข้าอกเข้าใจทารกในการพัฒนา ทักษะในด้านต่างๆ ตามช่วงวัย การอบรมสั่งสอนรวมถึงการเลี้ยงดูที่ดีถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะนั้นจะเป็นพื้นฐานในการเจริญเติบโตของเด็กในอนาคต เด็กทารกนั้นยังไม่สามารถที่จะพูดคุย หรือสื่อสารเป็นคำพูดกับเราได้ ดังนั้นสิ่งที่เด็กทำได้เพื่อสื่อสารกับพ่อแม่ จึงเป็นเพียงการส่งเสียงร้อง ในรูปแบบและลักษณะ่าทางที่แตกต่างกัน บางคนอาจคิดว่าเสียงร้องของเด็กทารกนั้นแตกต่างกันจริงหรือ ทุกครั้งที่ร้องก็ฟังดูเสียงออกจะคล้ายกัน คนเป็นพ่อและแม่คนจะเข้าใจได้ดีเลยกับสิ่งนี้ หากเราลองสังเกตและใกล้ชิดกับลูก เราจะสามารถรู้สึกถึงความแตกต่างในเสียงร้องของลูก และรู้ได้ถึงสิ่งที่ลูกต้องการสื่อสารกับเราค่ะ เสียงร้องของลูก