เลือกโรงเรียนให้ลูก ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง

เลือกโรงเรียนให้ลูก ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง แม่บ้าน แม่บ้านยุคใหม่
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

เมื่อถึงวัยที่ลูกน้อยต้องเข้าโรงเรียนและคุณเองก็ยังไม่สามารถหาโรงเรียนให้กับลูกได้ ไม่ว่าจะด้วยความลังเลใดๆ ลองมาอ่านข้อมูลที่เราได้หามาเสียก่อนเพื่อเป็นการช่วยในการเลือกว่าจะให้ลูกเรียนโรงเรียนที่เราวางไว้ในใจดีหรือไม่

รูปภาพประกอบด้วย บุคคล, เด็ก, โต๊ะ, ในอาคาร

คำอธิบายที่สร้างโดยอัตโนมัติ

1.คุณภาพ

ในที่นี้คือสภาพแวดล้อมต่างๆ ความปลอดภัยความสะอาด บรรยากาศโดยรอบ ปกติโรงเรียนที่ให้ความสนใจแก่เด็กและผู้ปกครองเมื่อมีการมาสำรวจเป็นหมู่คณะครูจะพาทัวร์ว่ามีอะไรบ้างเป็นต้น

2.บุคลากร

ไม่ว่าจะเป็นครู ครูพี่เลี้ยง แม้กระทั่งภารโรง แม่บ้านก็เป็นตัวตัดสินได้ว่าโรงเรียนแห่งนี้เหมาะกับการเรียนของลูกคุณหรือไม่

3.ระยะทาง

การเดินทางจากบ้านไปโรงเรียนนั้นต้องเหมาะสมกับช่วงอายุของลูกคุณ เพราะหากลูกของคุณยังเด็กมาก แต่คุณเลือกโรงเรียนที่มีชื่อเสียงแต่การเดินทางคือต้องตื่นตั้งแต่ตีสี่ เพื่อให้ทันกับการเข้าเรียนตอนแปดโมงเช้า นั่นย่อมไม่เป็นผลดีกับลูกคุณแน่ๆ

4.ค่าเทอม

หากการเลือกโรงเรียนที่ต้องจ้างครูต่างประเทศมาทำการสอนให้กับนักเรียนเพื่อให้เด็กสามารถพูดได้อย่างเจ้าของภาษาเลยนั้นจะทำให้ค่าใช้จ่ายในการเรียนของเด็กนั้นสูงตามด้วย และคุณเองก็ต้องคำนวณถึงระยะเวลาในการเรียนว่าหากค่าเทอมประมาณนี้คุณสามารถที่ส่งลูกให้เรียนได้จนจบหลักสูตรหรือไม่

5.หลักสูตร

 หลักสูตรสำหรับเด็กเล็กจนถึงชั้นประถมต้นในแต่ละโรงเรียนจะมีความแตกต่างกันบางโรงเรียนเน้นการสันทนาการเพื่อพัฒนาในเรื่องของร่างกายบางโรงเรียนเน้นวิชาการตั้งแต่เยาว์วัยคุณต้องเลือกว่าอยากให้ลูกต้องการเรียนแบบไหน

6.ตัวเด็ก

นอกจากปัจจัยต่างๆ ที่กล่าวไปแล้วตัวเด็กเองก็เป็นปัจจัยหลักในการเรียนเช่นกัน หากโรงเรียนมีการทดลองเรียนเพื่อดูว่าเด็กสามารถเข้าเรียนได้หรือไม่นั้น คุณแม่เองก็ควรลองให้ลูกได้เข้าคอร์สดูเพื่อเช็คดูว่าลูกชอบหรือไม่

การเลือกที่เรียนให้กับลูกเชื่อว่าคุณแม่เองก็ต้องการที่ที่ดีที่สุดให้กับลูก แต่ตัวคุณแม่เองก็ต้องไม่เครียดจนเกินไปและอย่าลืมมองความต้องการขอลงลูกด้วยว่าลูกต้องการอะไร

เครดิตภาพ scholarship

#แหล่งรวบรวมความรู้เกี่ยวกับครอบครัว #แม่บ้านยุคใหม่

More to explorer

เมื่อลูกเป็น “โรคภูมิแพ้” จะมีวิธีดูแลได้อย่างไร #แม่บ้านยุคใหม่

เมื่อลูกเป็น “โรคภูมิแพ้” จะมีวิธีดูแลได้อย่างไร

สำหรับโรคภูมิแพ้ถือว่าเป็นโรคที่เด็กๆเป็นกันมากที่สุด ซึ่งโรคภูมิแพ้นี้เกิดขึ้นได้โดยเฉพาะกับสภาพอากาศเย็นและชื้น ซึ่งเด็กๆมักจะมีอาการน้ำมูกไหลจะจามกัน สำหรับโรคภูมิแพ้นี้ถือว่าไม่ได้เป็นโรคที่น่ากลัวแต่อย่างไร แต่หากเป็นแล้วก็สามารถเป็นได้อีกไม่มีทางรักษาให้หายขาด เพราะฉะนั้นใครที่เป็นโรคภูมิแพ้ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ก็จะต้องมีวิธีจัดการกับตัวเองให้ระงับอาหารที่เกิดขึ้นให้ได้ โดยอาการของโรคภูมิแพ้ของเด็กแต่ละคนนั้นจะแสดงออกมาที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเด็กบางคนนั้นอาจจะแสดงอาการทางผิวหนึ่ง ที่เรียกกันว่า ลมพิษ หรือเด็กบางมีอาการเยื่อจมูกอักเสบ วันนี้เราจึงมีวิธีป้องกัน โรคภูมิแพ้ มาฝากคุณพ่อคุณแม่แต่ละคน ได้ลองทำกันดู วิธีป้องกันโรคภูมิแพ้ให้กับเด็กๆสามารถทำได้ดังนี้ ป้องกันฝุ่นและไรฝุ่น ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สามารถทำให้เกิด โรคภูมิแพ้ ได้ โดยคุณแม่จะต้องจัดการทำความสะอาดส่วนต่างของบ้าน

หากลูกป่วยเป็น RSV จะต้องทำอย่างไร และอันตรายแค่ไหน? #แม่บ้านยุคใหม่

หากลูกป่วยเป็นRSV จะต้องทำอย่างไร และอันตรายแค่ไหน?

สำหรับทุกวันนี้เรามักพบเชื้อไวรัสมากมาย ซึ่งไวรัสบางตัวเราก็ยังไม่เคยเนมาก่อน ซึ่งในระยะเวลา 10-20 ปี ไวรัสเหล่านั้นได้กลายพันธุ์ให้มาติดเด็กๆ จนทำให้ทางการแพทย์จึงต้องเร่งศึกษาและหาวิธีรักษากันทุกวัน วันนี้เราจะก็มาบอกข้อมูลของไวรัส RSV ที่เป็นไวรัสที่เด็กเล็กป่วยบ่อยที่สุดช่วงตอนอากาศชื้นๆ อาการของไวรัส RSV นี้ยังทำให้เด็กมีไข้ ตัวร้อน บางรายเข้าทำการรักษาไม่ทันเด็กก็ถึงขั้นเสียชีวิตได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นเราจะต้องมีวิธีจัดการกับไวรัสตัวนี้ หากรู้ว่าลูกเป็นคุณแม่จะต้องทำอย่างไร ไปดูกัน เด็กที่ป่วยเป็น RSV มีอาการอย่างไร มีไข้สูง

อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอดที่ต้องระวัง!! #แม่บ้านยุคใหม่

อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอดที่ต้องระวัง!!

คุณแม่หลังคลอดเป็นคุณแม่ที่ต้องการพักฟื้นร่างกายมากที่สุด เพราะคุณแม่จะเสียลือดมากและได้รับอาการบาดเจ็บบริเวณช่องคลอด การที่คุณแม่มีร่างกายอ่อนเพลียในช่วงนี้จึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่มีโรคต่างๆแทรกซ้อนเข้ามา ด้วยสภาวะฮอร์โมนกำลังปรับตัว จึงทำให้สภาพร่างกายและสภาพจิตใจของคุณยังไม่ปกติ วันนี้เราก็จะมีอาการต่างๆที่สามารถเกิดขึ้นได้มาแนะนำ สำหรับคุณแม่หลังคลอดว่าจะมีโอกาสเกิดอาการป่วยแบบใดได้บ้าง อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอด มีไข้ เป็นอีกหนึ่งอาการที่คุณแม่จะต้องแจ้งแพทย์ทันที เพราะในช่วงที่ คุณแม่หลังคลอด คุณแม่ได้เสียเลือดเป็นจำนวนมาก ร่างกายเลยทำการผลิตเลือดขึ้นมา จึงทำให้อุณภูมิร่างกายของคุณแม่ไม่ปกติ จึงทำให้เกิดมีไข้หลังคลอดประมาณ 1- 2 ชั่วโมงได้ ตกเลือด เป็นอีกหนึ่งอาการที่น่ากลัวเช่นกัน เพราะอาการตกเลือดนี้จะเป็นอาการหลังคลอดที่คุณหมอได้ทำการเย็บแผลในมดลูกไม่สนิท