วิธีสังเกตพฤติกรรม ลูกน้อยอาจกำลังมีความเครียด

วิธีสังเกต ลูกน้อยอาจกำลังเครียด แม่บ้านยุคใหม่
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

เด็กๆ นั้นจริงแล้วก็มีความเครียดเช่นกัน ไม่ใช่เพียงแต่ผู้ใหญ่ แต่การแสดงออกของเขาอาจไม่เป็นที่สะดุดตาสักเท่าไหร่ดังนั้นเราจึงมีวิธีสังเกตว่าลูกน้อยกำลังเครียดอยู่หรือไม่ มาบอกให้คุณพ่อคุณแม่ได้รู้กันดังนี้

1.พฤติกรรมลูกร้องงอแง ไม่ยอมไปโรงเรียน

การที่ลูกมีพฤติกรรมร้องงอแงไม่ยอมไปโรงเรียน ทั้งปลอบทั้งขู่จนสุดท้ายต้องอุ้มขึ้นรถไปทั้งอย่างนั้น ความจริงแล้วนั่นอาจจะเป็นเพราะลูกกำลังเครียด แต่ไม่สามารถบอกให้พ่อแม่รู้ได้นั่นเอง

2.มีพฤติกรรมดูดนิ้ว ดึงผม หรือมีการถูจมูกบ่อยๆ

เมื่อลูกชอบดูดนิ้ว ดึงผมหรือถูจมูกบ่อยๆ ก็อาจบ่งบอกว่าเขากำลังเครียดได้เช่นกัน ดังนั้นเมื่อคุณพ่อคุณแม่เห็นว่าลูกเริ่มมีการดูดนิ้ว ไม่ว่าจะเป็นตอนรู้สึกตัวหรือตอนนอนหลับ คุณต้องเข้าใจว่านั้นไม่ใช่พฤติกรรมปกติ แต่เกิดจากความเครียดของเขา

3.พฤติกรรมชอบเล่นคนเดียว

ความเครียดของเด็กบางคนเกิดจากการถูกเพื่อนแกล้ง แล้วไม่สามารถปรับตัวได้ เด็กจึงเลือกที่จะอยู่คนเดียว เวลาให้เล่นก็เลือกจะนั่งเล่นเงียบๆ คนเดียว ไม่สดในร่าเริงเท่าเด็กในวัยเดียวกัน อย่างไรก็ตามอาการนี้อาจก้ำกึ่งกับเด็กที่เป็นออทิสติก ดังนั้นต้องสังเกตให้ดีว่าลูกเครียดหรือมีความผิดปกติทางสมองกันแน่

4.พฤติกรรมมีความก้าวร้าว เริ่มพูดโกหก

จากเด็กที่เป็นเด็กน่ารักสดใสสนุกสนานกลับกลายเป็นเด็กที่โกรธง่ายก้าวร้าว พังข้าวของเมื่อมีอารมณ์โกรธ หรือบางคนเวลาครูหรือพ่อแม่ถามจากเคยเป็นคนที่ตอบฉะฉาน ก็กลายเป็นตอบตะกุกตะกัก เริ่มพูดไม่จริงปั้นน้ำเป็นตัว โกหกไปต่างๆ นาๆ  แกล้งป่วยเพราะไม่อยากไปโรงเรียนก็มี

5.พฤติกรรมมีอาการปวดท้องปวดหัวบ่อยๆ

เมื่อถึงเวลาต้องไปโรงเรียน จะมีอาการเจ็บป่วยอยู่ตลอด เดี๋ยวปวดหัว อีกวันปวดท้อง นั้นเป็นอาการที่เด็กแสดงความเครียดโดยที่ผู้ใหญ่อาจคิดไปว่าเป็นเพราะเด็กไม่อยากไปโรงเรียน แต่ความจริงแล้วเด็กๆ อาจมีเรื่องเครียดที่ไม่กล้าบอกให้คุณรู้ก็เป็นได้

หากคุณเป็นคนที่ใกล้ชิดกับเด็กที่สุดคุณอาจสังเกตเห็นได้ในทันที แต่บางคนต้องนำลูกไปฝากเลี้ยงกับคนอื่นเมื่อถึงเวลาที่รับลูกกลับมาแล้วหากลูกมีอาการแบบนี้สิ่งที่คุณต้องทำคือการปลอบโยนและหาสาเหตุ เพื่อลดความเครียดให้กับเด็กไม่อย่างนั้นความเครียดจะทำให้ไปขัดขวางพัฒนาการในด้านต่างๆ ของเด็กได้

เครดิตภาพ amarinbabyandkids

More to explorer

อายุการใช้งาน ของขวดนมและจุกนมเด็ก แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน

อายุการใช้งาน ของขวดนม และจุกนมเด็ก

คุณแม่มือใหม่บางคนที่เริ่มให้ลูกใช้ขวดนม อาจจะยังไม่ทราบว่าขวดนมแต่ละแบบนั้นมีอายุใช้งานอยู่ ไม่ใช่ว่าจะใช้ได้ตลอดโดยไม่ต้องเปลี่ยนขวดใหม่เลย ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่า อายุการใช้งานของขวดนมและจุกนมนั้น เป็นอย่างไร อายุการใช้งานของ ขวดนม 1.ขวดที่มีสีขาวขุ่น  ขวดแบบนี้สามารถทนอุณหภูมิ ( -20̊ ) – 110 ̊ และอายุการใช้งานนั้นโดยเฉลี่ยแล้วจะสามารถอยู่ได้ ถึง 6 เดือน โดยจะต้องแล้วแต่ความถี่ในการทำความสะอาดและต้มหรือนึ่งฆ่าเชื้อ  2.ขวดพลาสติกที่ขาวใส

ลูกติดหวาน รับมืออย่างไร มาดู 5 เทคนิคนี้ แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน

ลูกติดหวาน รับมืออย่างไร มาดู 5 เทคนิคนี้

ขนมต่างๆ มักมีรสหวานเพื่อให้เด็กรู้สึกอร่อยและเป็นรสชาติที่ทำให้มีความสุข ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่โตขึ้นเด็กๆ ก็จะเริ่มเลือกทานแต่อาหารหวานๆ จนทำให้ ลูกติดหวาน ในที่สุด ซึ่งคุณพ่อคุณแม่จะทำอย่างไรดี มาดูเทคนิคที่เราหามาให้ได้อ่านกันไปดูกันเลย วิธีรับมือเมื่อ ลูกติดหวาน 1.คุณคือคนที่เลือกอาหารให้ลูก การทานอาหารในแต่ละมื้อ หลักๆ เด็กจะต้องทานที่บ้านและคุณก็จะต้องเป็นคนหาให้เขาได้ทานดังนั้นคุณเองก็ควรลองทำกับข้าวที่สามารถควบคุมรสชาติได้เองเพื่อเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกให้หันมาทานอาหารที่ไม่หวานได้ 2.ตัวอย่างที่ดีคือตัวคุณเอง การยกตัวอย่างต่างๆ ก็ไม่เท่าทำให้ดู ลูกๆ  จะมองคุณเป็นต้นแบบในแทบทุกเรื่องดังนั้นหากคุณห้ามให้ลูกไม่ทานหวานแต่ตัวคุณกลับทำซะเอง เด็กๆ ก็จะทำตามอย่างที่คุณทำแน่นอน

เสียงร้องของลูก บอกอะไรเราได้บ้าง แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน

เสียงร้องของลูก บอกอะไรเราได้บ้าง

การเลี้ยงเด็กคนหนึ่ง ให้เขาเจริญเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดี อาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย พ่อและแม่ต้องให้ความใกล้ชิด การดูแลที่อบอุ่น รวมถึงการเข้าอกเข้าใจทารกในการพัฒนา ทักษะในด้านต่างๆ ตามช่วงวัย การอบรมสั่งสอนรวมถึงการเลี้ยงดูที่ดีถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะนั้นจะเป็นพื้นฐานในการเจริญเติบโตของเด็กในอนาคต เด็กทารกนั้นยังไม่สามารถที่จะพูดคุย หรือสื่อสารเป็นคำพูดกับเราได้ ดังนั้นสิ่งที่เด็กทำได้เพื่อสื่อสารกับพ่อแม่ จึงเป็นเพียงการส่งเสียงร้อง ในรูปแบบและลักษณะ่าทางที่แตกต่างกัน บางคนอาจคิดว่าเสียงร้องของเด็กทารกนั้นแตกต่างกันจริงหรือ ทุกครั้งที่ร้องก็ฟังดูเสียงออกจะคล้ายกัน คนเป็นพ่อและแม่คนจะเข้าใจได้ดีเลยกับสิ่งนี้ หากเราลองสังเกตและใกล้ชิดกับลูก เราจะสามารถรู้สึกถึงความแตกต่างในเสียงร้องของลูก และรู้ได้ถึงสิ่งที่ลูกต้องการสื่อสารกับเราค่ะ เสียงร้องของลูก