5 ของใช้ในบ้าน ช่วยกระตุ้นพัฒนาการลูก

บางครั้งก็ไม่จำเป็นที่ต้องเป็นของเล่นแพงๆ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าแค่ใช้ของในบ้านบางอย่างก็สามารถช่วยกระตุ้นพัฒนาการของลูกได้ ซึ่งมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

ของเล่นที่ใช้กระตุ้นพัฒนาการบางครั้งก็ไม่จำเป็นที่ต้องเป็นของเล่นแพงๆ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าแค่ใช้ของในบ้านบางอย่างก็สามารถช่วยกระตุ้นพัฒนาการของลูกได้ ซึ่งมีอะไรบ้างนั้นไปดูกันเลย

รูปภาพประกอบด้วย เกม

คำอธิบายที่สร้างโดยอัตโนมัติ

1.ตะกร้าใส่ของ ช่วยกระตุ้นพัฒนาการลูก

ตะกร้าบางแบบจะมีสายยาวหรือคุณพ่อคุณแม่อาจทำสายให้กับลูกเพื่อใช้ในการเดินหยิบของใส่ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ หรือใบไม้ แม้กระทั่งเปลือกต้นไม้ต่างๆ ทำให้ลูกได้เล่นและได้เรียนรู้จากการคอยถามผู้ปกครองว่าอันนี้คืออะไร และยังช่วยให้กล้ามเนื้อมัดเล็กของลูกได้พัฒนามากขึ้นอีกด้วย

2.ผ้าขนหนูสุดมหัศจรรย์ ช่วยกระตุ้นพัฒนาการลูก

ใครจะทราบว่าแค่ผ้าขนหนูผืนเดียวสามารถเป็นได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นชุดสวย ผมยาว หรือผ้าคลุมฮีโร่ ช่วยให้ลูกมีการพัฒนาด้านการทรงจำหรือส่งเสริมจิตนาการของลูกได้ด้วย

3.กล่องเปล่า ช่วยกระตุ้นพัฒนาการลูก

อาจเป็นกล่องที่น่ารักสักนิดเพื่อเป็นการดึงดูดลูกน้อย ให้เขาได้หยิบของเข้าๆ ออกๆ และยังทำให้เขาได้รู้จักการเก็บข้าวของให้เป็นระเบียบได้อีกด้วย หรือลูกอาจใช้เป็นของใช้ส่วนตัวจนกลายเป็นของรักของหวงเลยก็ได้

4.ตะกร้าผ้า ช่วยกระตุ้นพัฒนาการลูก

ตะกร้าผ้าก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้เด็กและคุณพ่อ ส่วนใหญ่จะเป็นคุณพ่อมากกว่าเพราะเด็กจะชอบให้คุณพ่อคอยเข็นหรือยกเล่นเหมือนที่บางคลิปคุณพ่อจะใช้ตะกร้าแทนรถไฟเหาะแล้วทำจังหวะให้เหมือนลูกได้นั่งรถไฟ เด็กก็จะรู้สึกสนุกสนานไปด้วย

5.โซฟา ช่วยกระตุ้นพัฒนาการลูก

หลายบ้านที่มีโซฟาต้องเป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่เด็กๆ จะใช้เป็นเบาะเพื่อเติมเต็มจินตนาการของเด็กๆ ไม่ว่าการกระโดด เป็นที่กำบัง เล่นไล่จับคนร้ายกับคุณพ่อหรือพี่น้อง ไต่หน้าผาในจินตาการได้อีกต่างหาก

การใช้ของในบ้านเป็นของเล่นที่ช่วยกระตุ้นพัฒนาการให้ลูกนั้นคุณพ่อคุณแม่เองก็ต้องคอยดูแลอย่าให้เกิดอันตรายกับลูกน้อยและคอยตรวจตราว่าสิ่งของที่ใช้นั้นเก่าเกินไปหรือไม่และที่สำคัญคือตัวคุณพ่อคุณแม่เองก็ต้องคอยเล่นเพื่อให้ลูกได้สนุกสนานไปด้วยกันเพียงแค่นี้ของเล่นที่แพงๆ ก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป

เครดิตภาพ panuttapornkam

More to explorer

อายุการใช้งาน ของขวดนมและจุกนมเด็ก แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน

อายุการใช้งาน ของขวดนม และจุกนมเด็ก

คุณแม่มือใหม่บางคนที่เริ่มให้ลูกใช้ขวดนม อาจจะยังไม่ทราบว่าขวดนมแต่ละแบบนั้นมีอายุใช้งานอยู่ ไม่ใช่ว่าจะใช้ได้ตลอดโดยไม่ต้องเปลี่ยนขวดใหม่เลย ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่า อายุการใช้งานของขวดนมและจุกนมนั้น เป็นอย่างไร อายุการใช้งานของ ขวดนม 1.ขวดที่มีสีขาวขุ่น  ขวดแบบนี้สามารถทนอุณหภูมิ ( -20̊ ) – 110 ̊ และอายุการใช้งานนั้นโดยเฉลี่ยแล้วจะสามารถอยู่ได้ ถึง 6 เดือน โดยจะต้องแล้วแต่ความถี่ในการทำความสะอาดและต้มหรือนึ่งฆ่าเชื้อ  2.ขวดพลาสติกที่ขาวใส

ลูกติดหวาน รับมืออย่างไร มาดู 5 เทคนิคนี้ แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน

ลูกติดหวาน รับมืออย่างไร มาดู 5 เทคนิคนี้

ขนมต่างๆ มักมีรสหวานเพื่อให้เด็กรู้สึกอร่อยและเป็นรสชาติที่ทำให้มีความสุข ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่โตขึ้นเด็กๆ ก็จะเริ่มเลือกทานแต่อาหารหวานๆ จนทำให้ ลูกติดหวาน ในที่สุด ซึ่งคุณพ่อคุณแม่จะทำอย่างไรดี มาดูเทคนิคที่เราหามาให้ได้อ่านกันไปดูกันเลย วิธีรับมือเมื่อ ลูกติดหวาน 1.คุณคือคนที่เลือกอาหารให้ลูก การทานอาหารในแต่ละมื้อ หลักๆ เด็กจะต้องทานที่บ้านและคุณก็จะต้องเป็นคนหาให้เขาได้ทานดังนั้นคุณเองก็ควรลองทำกับข้าวที่สามารถควบคุมรสชาติได้เองเพื่อเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกให้หันมาทานอาหารที่ไม่หวานได้ 2.ตัวอย่างที่ดีคือตัวคุณเอง การยกตัวอย่างต่างๆ ก็ไม่เท่าทำให้ดู ลูกๆ  จะมองคุณเป็นต้นแบบในแทบทุกเรื่องดังนั้นหากคุณห้ามให้ลูกไม่ทานหวานแต่ตัวคุณกลับทำซะเอง เด็กๆ ก็จะทำตามอย่างที่คุณทำแน่นอน

เสียงร้องของลูก บอกอะไรเราได้บ้าง แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน

เสียงร้องของลูก บอกอะไรเราได้บ้าง

การเลี้ยงเด็กคนหนึ่ง ให้เขาเจริญเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดี อาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย พ่อและแม่ต้องให้ความใกล้ชิด การดูแลที่อบอุ่น รวมถึงการเข้าอกเข้าใจทารกในการพัฒนา ทักษะในด้านต่างๆ ตามช่วงวัย การอบรมสั่งสอนรวมถึงการเลี้ยงดูที่ดีถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะนั้นจะเป็นพื้นฐานในการเจริญเติบโตของเด็กในอนาคต เด็กทารกนั้นยังไม่สามารถที่จะพูดคุย หรือสื่อสารเป็นคำพูดกับเราได้ ดังนั้นสิ่งที่เด็กทำได้เพื่อสื่อสารกับพ่อแม่ จึงเป็นเพียงการส่งเสียงร้อง ในรูปแบบและลักษณะ่าทางที่แตกต่างกัน บางคนอาจคิดว่าเสียงร้องของเด็กทารกนั้นแตกต่างกันจริงหรือ ทุกครั้งที่ร้องก็ฟังดูเสียงออกจะคล้ายกัน คนเป็นพ่อและแม่คนจะเข้าใจได้ดีเลยกับสิ่งนี้ หากเราลองสังเกตและใกล้ชิดกับลูก เราจะสามารถรู้สึกถึงความแตกต่างในเสียงร้องของลูก และรู้ได้ถึงสิ่งที่ลูกต้องการสื่อสารกับเราค่ะ เสียงร้องของลูก