เก็บอาหารแห้งและอาหารสดอย่างให้อยู่ได้นานในช่วง Covid – 19

เก็บอาหารแห้งและอาหารสดอย่างให้อยู่ได้นานในช่วง Covid - 19 แม่บ้าน แม่บ้านยุคใหม่
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

ช่วง covid – 19 ระบาดแบบนี้คงไม่ค่อยมีใครอยากจะออกนอกบ้านมากนัก ออกไปแต่ละครั้งก็คิดซื้อของแห้งของสดมาตุนไว้ แต่ทั้งนี้ของสดอาจจะเก็บได้ไม่นานเท่ากับอาหารแห้ง แต่ว่าอาหารแห้งบางอย่างก็มีอายุสั้นเช่นกัน วันนี้จึงมีวิธีการเก็บอาหารแห้งและอาหารสดเพื่อยืดอายุอาหารให้สามารถเก็บไว้ได้นานขึ้นแบบที่ไม่ทำให้รสชาติเปลี่ยน ลองมาดูวิธีกันเลยว่าทำได้อย่างไรบ้าง

1.วิธีเก็บไข่สด

สำหรับการเก็บไข่สดให้ยืดอายุอาหารนั้นควรนำเปลือกไข่มาทำความสะอาดก่อนแต่ไม่ควรล้างน้ำเพราะจะยิ่งทำให้ไข่เสียไวยิ่งขึ้น ให้ใช้กระดาษเช็ดคราบสกปรกแทน เก็บไว้ในอุณหภูมิห้องปกติแทนการแช่เย็น เอาหัวด้านป้ายขึ้นและเอาด้านแหลมลงวิธีนี้จะทำให้ไข่แดงลอยอยู่กลางอากาศ เวลานำมาตอกไข่จะไม่แตกเหลวซึ่งจะช่วยยืดอายุไข่ได้ 14-30 วันเลยทีเดียว

2.วิธีเก็บปลาย่างแช่แข็งและปลาสด

สำหรับปลาถ้าแช่แข็งมาแล้วก็แช่ต่อได้เลยรักษาอุณหภูมิเอาไว้อย่าให้เสียระหว่างการเดินทาง ส่วนปลาสดแนะนำให้ทำความสะอาดก่อนแล้วเก็บแบ่งเอาไว้เหมือนเนื้อสัตว์ชนิดอื่นในช่องแช่แข็งที่ -12 องศาถึง -18 องศาจะทำให้ปลาสามารถมีอายุอยู่ได้ถึง 6 เดือน

3. วิธีเก็บไก่สดและไก่แช่แข็ง

สำหรับไก่สดนั้นควรแบ่งไว้ทำในมืออาหารด้วยการแบ่งใส่ถุงพลาสติกหรือกล่องภาชนะ เมื่อนำมาใช้แล้วต้องใช้ให้หมดฉะนั้นควรแบ่งเอาไว้ให้มีปริมาณที่เหมาะสมในแต่ละมื้อและเก็บแช่เย็นได้ 3 วัน ส่วนไก่สดที่แช่แข็งจะอยู่ได้นานถึง 6 เดือนแต่หากเป็นไก่ที่แช่มาแล้วจะมีอายุการใช้งานตามที่ถุงกำกับไว้

4. วิธีเก็บใบกะเพราและใบโหระพา

ใบกะเพราและใบโหระพาสดวางในอุณหภูมิห้องแป๊บเดียวก็เหี่ยวก็เน่าเสีย ถ้าอยากยืดอายุผักให้เก็บไว้กินได้นานต้องจับไปแช่แข็งค่ะ โดยเอาไปลวกในน้ำเดือดจัด คนเบา ๆ ประมาณ 2-3 ครั้งแล้วตักขึ้นใส่น้ำเย็นจัดเพื่อหยุดความร้อน จากนั้นก็ปั้นเป็นก้อนพอให้เราใช้ในแต่ละครั้ง บีบน้ำออกด้วยนะคะ สุดท้ายใส่ถุงซิปล็อก ก่อนเอามาทำอาหารก็เอามาละลายในน้ำธรรมดา

More to explorer

ทำความรู้จักกับ “โรควิตกกังวล” โรคที่ไม่ไกลตัว #แม่บ้านยุคใหม่

ทำความรู้จักกับ “โรควิตกกังวล” โรคที่ไม่ไกลตัว

สถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันบวกกับระบบเศรษฐกิจที่มีความเงียบแย่ทำให้หลายคนเกิดความเครียดและเกิดความวิตกกังวลในชีวิตมากขึ้นแน่นอนว่ามันไม่ส่งผลดีกับชีวิตของเราเลย สำหรับวันนี้เราจึงอยากนำเอาข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับโรควิตกกังวลที่มีคนจำนวนไม่น้อยในปัจจุบันกำลังเผชิญกับอาการเช่นนี้อยู่ เพื่อที่จะให้ผู้อ่านได้ลองพิจารณาตัวเองว่าคุณเข้าข่ายเป็นโรควิตกกังวลหรือไม่ถ้าหากมีอาการตามรายละเอียดที่เราได้นำมาแนะนำกันนั้นก็ควรที่จะเข้าปรึกษาแพทย์เพื่อหาแนวทางในการรักษาว่าแต่โรควิตกกังวลนั้นจะมีรายละเอียดอะไรกันบ้างไปดูกันเลย โรควิตกกังวลคืออะไร ความวิตกกังวลเป็นอารมณ์และความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากจิตใจในทางลบ ซึ่งจะส่งผลกระทบทั้งทางด้านทางกายและจิตใจ โดยหากมีความวิตกกังวลมากเกินไปอาจจะนำไปสู่การเป็นโรควิตกกังวล ซึ่งเป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุก ๆ คน โรคนี้สามารถเกิดได้จากพันธุกรรมหรือสภาพแวดล้อมรอบ ๆ ตัว โดยที่โรควิตกกังวลนั้นทำให้เกิดอุปสรรคในการใช้ชีวิตประจำวันได้ และหากปล่อยทิ้งไว้จะเป็นอันตรายอย่างมาก ดังนั้นเราควรจัดการกับโรควิตกกังวลลด้วยวิธีที่ถูกต้องและเหมาะสมก็จะสามารถทำให้กลับมาใช้ชีวิตปกติได้ โรควิตกกังวลนั้นมีหลายประเภท ได้แก่ โรควิตกกังวลทั่วไป คือ มีความวิตกกังวลเป็นเวลานานโดยอาจจะกังวลเกี่ยวกับเรื่องในชีวิตประจำวันทั่ว ๆ

จะมีลูกคนที่สองต้องรู้!! วิธีจัดการปัญหาพี่อิจฉาน้อง #แม่บ้านยุคใหม่

จะมีลูกคนที่สองต้องรู้!! วิธีจัดการปัญหาพี่อิจฉาน้อง

ในครอบครัวที่กำลังจะมีสมาชิกเพิ่มนั่นก็คือลูกคนที่ 2 แน่นอนว่าด้วยระยะห่างของอายุที่อาจมีไม่มากนักจะส่งผลให้พี่คนโตที่ยัง ไม่สามารถแยกแยะออกได้จะมีพฤติกรรมพี่อิจฉาน้อง ซึ่งพฤติกรรมนี้เป็นปัญหาทำให้คุณพ่อคุณแม่หนักใจไม่น้อยเลยทีเดียว เนื่องจากจะต้องใส่ใจในเรื่องของความรู้สึกของลูกคนโต และยังต้องดูแลและเลี้ยงดูลูกคนที่ 2 ไปด้วย แน่นอนว่าเมื่อคุณแม่หรือคุณพ่อให้ความสนใจและให้ความใส่ใจกับน้องมากเป็นพิเศษจะทำให้ลูกคนโตเริ่ม มีพฤติกรรมหรือนิสัยที่เปลี่ยนแปลงไปเนื่องจากต้องการเรียกร้องความสนใจจากคุณพ่อคุณแม่นั้นเองแล้ววันนี้เราได้นำเอาวิธีการรับมือเมื่อลูกเกิดพฤติกรรมพี่อิจฉาน้องมาฝากกัน วิธีจัดการปัญหาพี่อิจฉาน้อง คุณแม่สามารถจัดการปัญหาพี่อิจฉาน้องนี้ตั้งแต่น้องอยู่ในท้องได้ ด้วยการแบ่งหน้าที่และสร้างความผูกพันให้กับลูกคนโต โดยการให้การตกลงแบ่งหน้าที่สำคัญให้กับลูกคนโต และบอกว่ามันเป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่มากๆ ซึ่งลูกจะเห็นว่าเขาจะเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลน้องนั่นเอง อธิบายให้ลูกคนโตให้เข้าใจว่าทำไมต้องอุ้มน้องหรือป้อนนมน้อง และบอกให้ลูกรู้ให้ได้ว่า “น้องอ่อนแอและไม่สามารถดูแลตัวเองได้ พวกเราจะต้องช่วยกันดูแลน้อง” ซึ่งลูกคนโตจะรู้ได้อย่างชัดเจนว่า

“การนวดหลังคลอด” คุณแม่มือใหม่ไม่ควรพลาด #แม่บ้านยุคใหม่

“การนวดหลังคลอด” คุณแม่มือใหม่ไม่ควรพลาด

ในการตั้งครรภ์บอกเลยว่าคุณแม่จะต้องใช้ร่างกายหนักอย่างมาก เนื่องจากจะต้องสร้างคนอีก 1 คนขึ้นมาซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยทีเดียว และเมื่อถึงเวลาที่ต้องคลอดลูกหลังคลอดคุณแม่จะรู้สึกเหนื่อยล้าและรู้สึกได้ถึงความเสื่อมโทรมของสภาพร่างกาย แน่นอนว่าทำให้คุณแม่หลายคนจิตตกกันไปตามๆกัน สำหรับวันนี้เราได้นำเอาอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยบำบัดและผ่อนคลายความเครียดให้กับคุณแม่มาฝากกันนั่นก็คือ การนวดหลังคลอด ว่าแต่จะมีอะไรที่น่าสนใจและการนวดหลังคลอดจะมีประโยชน์ต่อคุณแม่อย่างไรนั้นไปดูกันเลย สาระน่ารู้ของการนวดหลังคลอด การนวดหลังคลอดมีหลากหลายรูปแบบ ทั้งนวดน้ำมันหอมระเหย นวดกดจุด นวดกดจุดเพื่อผ่อนคลายพังผืดและกล้ามเนื้อ นวดกดจุดสะท้อนเท้า นวดแผนไทย นวดแบบสวีดิช รวมถึงนวดแบบผสมผสาน การนวดที่บ้านสามารถจุดเทียนหอม หรือปรับแสงไฟให้สลัวๆ เพื่อสร้างบรรยากาศให้ผ่อนคลายได้ ก่อนจะนวดน้ำมันหอมระเหยหรือนวดโลชั่นควรทดสอบอาการแพ้ก่อน