คนท้องออกกำลังกาย ดีอย่างไร แบบไหนบ้างที่คุณแม่ทำได้

คนท้องออกกำลังกาย ดีอย่างไร แบบไหนบ้างที่คุณแม่ทำได้แม่บ้าน แม่บ้านยุคใหม่
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

คนท้องออกกำลังกาย สามารถทำได้หรือไม่ และควรทำอย่างไรหักโหมได้เหมือนตอนที่ยังไม่ท้องได้หรือไม่ ดังนั้นวันนี้เรามีข้อมูลมาให้คุณแม่ที่กำลังท้องแต่เสพติดการออกกำลังกายได้ทราบกัน ไปดูกันเลย

เครดิตภาพ amarinbabyandkids

คนท้องออกกำลังกาย ดีอย่างไร

การออกกำลังกายนอกจากเป็นการรักษารูปร่างแล้ว สำหรับคนท้องยังมีประโยชน์ในการให้เลือดไหลเวียนได้ดีทำให้มีการสูบฉีดของเลือดทำให้เลือดไปหล่อเลี้ยงทุกส่วนในร่างกายและยังช่วยให้ลูกน้อยได้รับอ๊อกซิเจนได้อย่างเต็มที่อีกด้วย

คนท้องออกกำลังกาย แบบไหนได้บ้าง

คุณแม่ท้องท่านไหนที่อยากออกกำลังกาย ก็มาดูกันก่อนดีกว่า ว่าสามารถออกกำลังกายแบบไหนได้บ้าง ที่จะไม่เป็นอันตรายและเหมาะกับคนท้องที่สุดโดยมีวิธีการออกกำลังกายดังต่อไปนี้

1.การเดินและการออกกำลังกายแขน

การออกกำลังกายแบบนี้สามารถทำได้ทุกช่วงอายุครรภ์ โดยการออกกำลังแขนให้ใช้เป็นดัมเบลอันเล็กสุดเพื่อป้องกันอันตรายขณะที่ออกกำลัง ส่วนการเดินต้องไม่เร่งรีบหรือเดินกระแทกแรงๆ อาจต้องใช้ร้องเท้าที่สามารถช่วยกระจายแรงกระแทกได้ดีเพื่อลดการกระแทกเวลาที่เดิน

2.แอโรบิค

การแอโรบิคนั้นแนะนำให้อายุครรภ์สัก 3 เดือนขึ้นไปสามารถทำได้จนกระทั่ง 7 เดือน โดยอาจต้องใช้จังหวะที่ไม่เร่งจนเกินไปและท่าทางที่ใช้ออกนั้นต้องไม่มีแรงกระแทกมากเพราะอาจทำให้เกิดการกระทบกระเทือนกับทารถในครรภ์ได้

เครดิตภาพ mamaexpert

3.ปั่นจักรยาน

การปั่นจักรยานไม่ได้หมายถึงการออกไปปั่นตามท้องถนน แต่เป็นการปั่นตามฟิตเนสหรือปั่นจักรยานอากาศเพราะจะไม่มีแรงกระแทกจากพื้นถนนทำให้กระทบกระเทือนกับทารกในครรภ์และสามารถออกกำลังกายแบบนี้ได้เมื่ออายุครรภ์ 3 – 7 เดือน

4.ว่ายน้ำ

การว่ายน้ำในคนท้องสามารถทำได้เมื่ออายุ 4 – 8 เดือน และก่อนที่จะลงน้ำคุณแม่ควรวอร์มร่างกายด้วยกายเดินรอบๆ สระว่ายน้ำก่อนการลงน้ำเพื่อป้องกันการเป็นตะคริว และไม่ลงว่ายในน้ำที่ลึกมากๆ อย่างน้อยควรให้น้ำอยู่ระดับอกเพื่อที่เวลาเกิดปัญหาจะสามารถพยุงตัวเองเพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นได้

เครดิตภาพ today.line

คนท้องออกกำลังกาย ควรต้องดูพื้นฐานของตัวเองว่าก่อนที่จะตั้งท้องนั้นมีความแข็งแรงในระดับไหนและช่วงที่ท้องก็ไม่ควรออกกำลังกายอย่างหักโหมเพราะอาจทำให้เกิดอันตรายกับทารกในครรภ์ได้ และหากเดิมคุณเป็นคนที่ชอบการออกกำลังกายหนักๆ ก็ต้องลดลงเพื่อป้องกันอันตรายต่างๆ กับทารก

#คนท้องออกกำลังกาย #ออกกำลังกาย

More to explorer

อายุการใช้งาน ของขวดนมและจุกนมเด็ก แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน

อายุการใช้งาน ของขวดนม และจุกนมเด็ก

คุณแม่มือใหม่บางคนที่เริ่มให้ลูกใช้ขวดนม อาจจะยังไม่ทราบว่าขวดนมแต่ละแบบนั้นมีอายุใช้งานอยู่ ไม่ใช่ว่าจะใช้ได้ตลอดโดยไม่ต้องเปลี่ยนขวดใหม่เลย ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่า อายุการใช้งานของขวดนมและจุกนมนั้น เป็นอย่างไร อายุการใช้งานของ ขวดนม 1.ขวดที่มีสีขาวขุ่น  ขวดแบบนี้สามารถทนอุณหภูมิ ( -20̊ ) – 110 ̊ และอายุการใช้งานนั้นโดยเฉลี่ยแล้วจะสามารถอยู่ได้ ถึง 6 เดือน โดยจะต้องแล้วแต่ความถี่ในการทำความสะอาดและต้มหรือนึ่งฆ่าเชื้อ  2.ขวดพลาสติกที่ขาวใส

ลูกติดหวาน รับมืออย่างไร มาดู 5 เทคนิคนี้ แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน

ลูกติดหวาน รับมืออย่างไร มาดู 5 เทคนิคนี้

ขนมต่างๆ มักมีรสหวานเพื่อให้เด็กรู้สึกอร่อยและเป็นรสชาติที่ทำให้มีความสุข ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่โตขึ้นเด็กๆ ก็จะเริ่มเลือกทานแต่อาหารหวานๆ จนทำให้ ลูกติดหวาน ในที่สุด ซึ่งคุณพ่อคุณแม่จะทำอย่างไรดี มาดูเทคนิคที่เราหามาให้ได้อ่านกันไปดูกันเลย วิธีรับมือเมื่อ ลูกติดหวาน 1.คุณคือคนที่เลือกอาหารให้ลูก การทานอาหารในแต่ละมื้อ หลักๆ เด็กจะต้องทานที่บ้านและคุณก็จะต้องเป็นคนหาให้เขาได้ทานดังนั้นคุณเองก็ควรลองทำกับข้าวที่สามารถควบคุมรสชาติได้เองเพื่อเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกให้หันมาทานอาหารที่ไม่หวานได้ 2.ตัวอย่างที่ดีคือตัวคุณเอง การยกตัวอย่างต่างๆ ก็ไม่เท่าทำให้ดู ลูกๆ  จะมองคุณเป็นต้นแบบในแทบทุกเรื่องดังนั้นหากคุณห้ามให้ลูกไม่ทานหวานแต่ตัวคุณกลับทำซะเอง เด็กๆ ก็จะทำตามอย่างที่คุณทำแน่นอน

เสียงร้องของลูก บอกอะไรเราได้บ้าง แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน

เสียงร้องของลูก บอกอะไรเราได้บ้าง

การเลี้ยงเด็กคนหนึ่ง ให้เขาเจริญเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดี อาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย พ่อและแม่ต้องให้ความใกล้ชิด การดูแลที่อบอุ่น รวมถึงการเข้าอกเข้าใจทารกในการพัฒนา ทักษะในด้านต่างๆ ตามช่วงวัย การอบรมสั่งสอนรวมถึงการเลี้ยงดูที่ดีถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะนั้นจะเป็นพื้นฐานในการเจริญเติบโตของเด็กในอนาคต เด็กทารกนั้นยังไม่สามารถที่จะพูดคุย หรือสื่อสารเป็นคำพูดกับเราได้ ดังนั้นสิ่งที่เด็กทำได้เพื่อสื่อสารกับพ่อแม่ จึงเป็นเพียงการส่งเสียงร้อง ในรูปแบบและลักษณะ่าทางที่แตกต่างกัน บางคนอาจคิดว่าเสียงร้องของเด็กทารกนั้นแตกต่างกันจริงหรือ ทุกครั้งที่ร้องก็ฟังดูเสียงออกจะคล้ายกัน คนเป็นพ่อและแม่คนจะเข้าใจได้ดีเลยกับสิ่งนี้ หากเราลองสังเกตและใกล้ชิดกับลูก เราจะสามารถรู้สึกถึงความแตกต่างในเสียงร้องของลูก และรู้ได้ถึงสิ่งที่ลูกต้องการสื่อสารกับเราค่ะ เสียงร้องของลูก