พัฒนาการของเด็กทารกในวัย 3 เดือน

พัฒนาการของเด็กทารกในวัย 3 เดือน แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

เวลาผ่านไปไวเหลือเกิน เผลอแปบเดียวลูกอายุ 3 เดือนแล้ว ยังรู้สึกเมื่อลูกเพิ่งคลอดเมื่อไม่นานมานี้เอง

คงเป็นเพราะในช่วงสองเดือนแรกหลังจากลูกน้อยเกิดมา ทั้งคุณแม่และคุณพ่อคงจะวุ่น กับการเลี้ยงดูทารกแรกเกิดแน่นอน

จึงทำให้ลืมวันลืมคืนกันเลยทีเดียว เลี้ยงเด็กทารกแรกเกิดสำหรับพ่อแม่ใหม่ คงเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายนักใช่ไหมล่ะ แต่เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดเลยก็ว่าได้

ในช่วงวัย 3 เดือนนี้ เด็กจะให้ความสนใจกับสิ่งรอบตัวมากขึ้น เริ่มจำหน้าตาและเสียงของพ่อและแม่ได้ เห็นหน้าพ่อกับแม่ทีไร อดส่งยิ้มให้ไม่ได้ทุกที พ่อและแม่ควรที่จะเรียนรู้

  • พัฒนาการเหล่านี้ไปกับลูกน้อยด้วย เพื่อที่เราจะได้มีความเข้าใจ ถึงสิ่งที่ลูกน้อยพยายามที่จะสื่อสารกับเรา จะมีพัฒนาการอะไรบ้าง ไปติดตามกัน

การพัฒนาทางด้านร่างกาย

  • เริ่มรู้จักการควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกาย
  • เริ่มหัดพลิกคว่ำ และชันคอ
  • เริ่มส่งเสียงพูดโต้ตอบ
  • ชอบเอามือเข้าปาก
  • การมองเห็นที่เริ่มชัดเจนมากขึ้น

ลูกอาจจะเริ่มตัวสูงขึ้นและผอมบางลง ซึ่งนั่นไม่ใช่ว่าลูกได้รับสารอาหารจากน้ำนมแม่ที่ไม่เพียงพอ แต่เป็นเพราะเป็นช่วงที่กระดูกและกล้ามเนื้อของลูกกำลังเติบโตและแขนขาของลูก

ตอนนี้คลายออกได้มากขึ้น ตามเกณฑ์ในส่วนของเด็กชาย มีน้ำหนัก 4.5-6.5 กก. ส่วนสูง 55-63 ซม. ส่วนเด็กผู้หญิง จะมีน้ำหนักประมาณ 4.2+6 และมีส่วนสูงอยู่ที่ 43-63

การกินของเด็กวัย 3 เดือน

  • ดูเหมือนหิวบ่อย นั้นอาจเป็นเพราะลูกน้อยกำลังเจริญเติบโตไปอีกขั้นหนึ่ง เด็กวัย 3 เดือนนี้จะดูดนมเก่งขึ้นมาก และน้ำนมแม่ก็เป็นเพียงสิ่งเดียวที่ลูกน้อยสามารถทานได้ในช่วงวัยนี้ คุณแม่จึงควรที่จะต้องทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อที่ลูกน้อยจะได้สารอาหารนั้นไปด้วย

การนอนของเด็กวัย 3 เดือน

ลูกน้อยจะเริ่มนอนนานขึ้นกว่าตอนแรกเกิด แม่ก็จะได้พักไปด้วย อิอิ เนื่องจากตอนนี้เด็กเริ่มทานนมในปริมาณที่เพิ่มขึ้น จึงส่งผลให้อิ่มท้องนานขึ้น และจึงทำให้หลับยาวนานขึ้นอีกด้วย

  • แนะนำว่าพ่อแม่ควรหัดให้ลูกหลับเป็นเวลา เพื่อจะได้ฝึกวินัยให้กับลูกน้อย อีกทั้งยังทำให้พ่อแม่ได้มีเวลาพักผ่อนอีกด้วย การเลี้ยงอาจไม่ใช่สิ่งที่ง่ายนัก และไม่เคยมีคู่มือใด ๆ มาคอยสอนหรือชี้ทางบอกเรา ตัวเราเองนั่นหล่ะที่จะต้องเรียนรู้ไปกับลูก เฝ้าดูการเจริญเติบโตของเขาในแต่ละวัน คนเป็นพ่อและแม่เท่านั้น ที่จะสามารถเข้าใจถึงความรู้สึกนี้ได้

#เด็กทารก

More to explorer

อายุการใช้งาน ของขวดนมและจุกนมเด็ก แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน

อายุการใช้งาน ของขวดนม และจุกนมเด็ก

คุณแม่มือใหม่บางคนที่เริ่มให้ลูกใช้ขวดนม อาจจะยังไม่ทราบว่าขวดนมแต่ละแบบนั้นมีอายุใช้งานอยู่ ไม่ใช่ว่าจะใช้ได้ตลอดโดยไม่ต้องเปลี่ยนขวดใหม่เลย ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่า อายุการใช้งานของขวดนมและจุกนมนั้น เป็นอย่างไร อายุการใช้งานของ ขวดนม 1.ขวดที่มีสีขาวขุ่น  ขวดแบบนี้สามารถทนอุณหภูมิ ( -20̊ ) – 110 ̊ และอายุการใช้งานนั้นโดยเฉลี่ยแล้วจะสามารถอยู่ได้ ถึง 6 เดือน โดยจะต้องแล้วแต่ความถี่ในการทำความสะอาดและต้มหรือนึ่งฆ่าเชื้อ  2.ขวดพลาสติกที่ขาวใส

ลูกติดหวาน รับมืออย่างไร มาดู 5 เทคนิคนี้ แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน

ลูกติดหวาน รับมืออย่างไร มาดู 5 เทคนิคนี้

ขนมต่างๆ มักมีรสหวานเพื่อให้เด็กรู้สึกอร่อยและเป็นรสชาติที่ทำให้มีความสุข ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่โตขึ้นเด็กๆ ก็จะเริ่มเลือกทานแต่อาหารหวานๆ จนทำให้ ลูกติดหวาน ในที่สุด ซึ่งคุณพ่อคุณแม่จะทำอย่างไรดี มาดูเทคนิคที่เราหามาให้ได้อ่านกันไปดูกันเลย วิธีรับมือเมื่อ ลูกติดหวาน 1.คุณคือคนที่เลือกอาหารให้ลูก การทานอาหารในแต่ละมื้อ หลักๆ เด็กจะต้องทานที่บ้านและคุณก็จะต้องเป็นคนหาให้เขาได้ทานดังนั้นคุณเองก็ควรลองทำกับข้าวที่สามารถควบคุมรสชาติได้เองเพื่อเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกให้หันมาทานอาหารที่ไม่หวานได้ 2.ตัวอย่างที่ดีคือตัวคุณเอง การยกตัวอย่างต่างๆ ก็ไม่เท่าทำให้ดู ลูกๆ  จะมองคุณเป็นต้นแบบในแทบทุกเรื่องดังนั้นหากคุณห้ามให้ลูกไม่ทานหวานแต่ตัวคุณกลับทำซะเอง เด็กๆ ก็จะทำตามอย่างที่คุณทำแน่นอน

เสียงร้องของลูก บอกอะไรเราได้บ้าง แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน

เสียงร้องของลูก บอกอะไรเราได้บ้าง

การเลี้ยงเด็กคนหนึ่ง ให้เขาเจริญเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดี อาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย พ่อและแม่ต้องให้ความใกล้ชิด การดูแลที่อบอุ่น รวมถึงการเข้าอกเข้าใจทารกในการพัฒนา ทักษะในด้านต่างๆ ตามช่วงวัย การอบรมสั่งสอนรวมถึงการเลี้ยงดูที่ดีถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะนั้นจะเป็นพื้นฐานในการเจริญเติบโตของเด็กในอนาคต เด็กทารกนั้นยังไม่สามารถที่จะพูดคุย หรือสื่อสารเป็นคำพูดกับเราได้ ดังนั้นสิ่งที่เด็กทำได้เพื่อสื่อสารกับพ่อแม่ จึงเป็นเพียงการส่งเสียงร้อง ในรูปแบบและลักษณะ่าทางที่แตกต่างกัน บางคนอาจคิดว่าเสียงร้องของเด็กทารกนั้นแตกต่างกันจริงหรือ ทุกครั้งที่ร้องก็ฟังดูเสียงออกจะคล้ายกัน คนเป็นพ่อและแม่คนจะเข้าใจได้ดีเลยกับสิ่งนี้ หากเราลองสังเกตและใกล้ชิดกับลูก เราจะสามารถรู้สึกถึงความแตกต่างในเสียงร้องของลูก และรู้ได้ถึงสิ่งที่ลูกต้องการสื่อสารกับเราค่ะ เสียงร้องของลูก