ลูกติดหวาน รับมืออย่างไร มาดู 5 เทคนิคนี้

ลูกติดหวาน รับมืออย่างไร มาดู 5 เทคนิคนี้ แม่บ้านยุคใหม่ แม่บ้าน
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

ขนมต่างๆ มักมีรสหวานเพื่อให้เด็กรู้สึกอร่อยและเป็นรสชาติที่ทำให้มีความสุข ดังนั้นเมื่อถึงเวลาที่โตขึ้นเด็กๆ ก็จะเริ่มเลือกทานแต่อาหารหวานๆ จนทำให้ ลูกติดหวาน ในที่สุด ซึ่งคุณพ่อคุณแม่จะทำอย่างไรดี มาดูเทคนิคที่เราหามาให้ได้อ่านกันไปดูกันเลย

วิธีรับมือเมื่อ ลูกติดหวาน

1.คุณคือคนที่เลือกอาหารให้ลูก

  • การทานอาหารในแต่ละมื้อ หลักๆ เด็กจะต้องทานที่บ้านและคุณก็จะต้องเป็นคนหาให้เขาได้ทานดังนั้นคุณเองก็ควรลองทำกับข้าวที่สามารถควบคุมรสชาติได้เองเพื่อเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกให้หันมาทานอาหารที่ไม่หวานได้

2.ตัวอย่างที่ดีคือตัวคุณเอง

  • การยกตัวอย่างต่างๆ ก็ไม่เท่าทำให้ดู ลูกๆ  จะมองคุณเป็นต้นแบบในแทบทุกเรื่องดังนั้นหากคุณห้ามให้ลูกไม่ทานหวานแต่ตัวคุณกลับทำซะเอง เด็กๆ ก็จะทำตามอย่างที่คุณทำแน่นอน

3.ควรปลูกฝังตั้งแต่ยังเล็ก

  • ในช่วงแรกที่เด็กๆ เริ่มหัดทานข้าวการทำอาหารในแบบที่ไม่ปรุงแต่งจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะเด็กๆ จะจดจำรสชาติแบบนั้นและช่วยให้เขาทานอาหารได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

4.วางกฎให้ชัดเจน

  • หากลูกของคุณเริ่มโตพอที่จะพูดคุยกันเข้าใจแล้ว สิ่งที่คุณต้องทำคือการวางกฎระเบียบในบ้านโดยอาจพูดคุยกันว่าจะไม่มีการ เอาขนมหวานๆ เข้าบ้าน โดยหากไม่อยากหักดิบก็ควรให้เขาลดปริมาณลงแต่คุณก็ต้องเข้มแข็งไม่อ่อนข้อเด็ดขาด

5.ไม่ใส่อารมณ์แต่ให้เป็นคำพูดเชิงบวก

  • คุณพ่อคุณแม่บางคนอาจจะหงุดหงิดที่เห็นลูกกินขนมหวานๆ ที่ห้ามกินแต่สิ่งที่ไม่ควรทำที่สุดคือการระเบิดอารมณ์ใส่ลูก และควรใจเย็น

อธิบายแล้วใช้คำพูดเมื่อเห็นว่าลูกไม่นำขนมหวานๆ เข้าบ้านหรือไม่ทานอาหารที่หวานจัด โดยคุณอาจบอกลูกว่า “ลูกเก่งจังเลยที่มีความอดทนไม่ทานของหวานๆ ได้” เป็นต้น

ลูกติดหวาน อันตรายกว่าที่คิด

  • การติดการกินหวานในเด็กหากผู้ปกครองไม่สนใจ หากทำให้เกิดปัญหาหลายประการ อย่างแรกคือฝันผุ และทำให้ลูกมีกลิ่นปากติดไปจนโต

ประการที่สอง การทานหวานมากๆ อาจเป็นการทำให้เกิดเบาหวานในเด็กได้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าการติดหวานนั้นส่งผลเสียไม่น้อยเลยทีเดียว ดังนั้นต้องพยายามอย่าให้ลูกติดรสชาติหวานๆ เด็ดขาด

ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่เอง ก็ต้องคอยปลูกฝังเด็กตั้งแต่ยังเล็ก และพยายามไม่ตามใจให้ขนมหรือของหวานเป็นรางวัลกับเด็ก เท่านี้ก็จะช่วยลดปัญหา ลูกติดหวาน ได้ดีแล้วล่ะ

#ป้องกันลูกติดหวาน #ดูแลใส่ใจอาหารการกินลูก

More to explorer

ลูกฟันเหยิน เกิดจากอะไร 5 ข้อนี้คือสาเหตุ #ครอบครัว

ลูกฟันเหยิน เกิดจากอะไร 5 ข้อนี้คือสาเหตุ

ฟันเป็นองค์ประกอบสำคัญของใบหน้า ซึ่งฟันของลูกน้อยนั้นเป็นเรื่องที่คุณพ่อ คุณแม่ ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด เพราะหากปล่อยให้ลูกมีสุขภาพฟันที่ไม่ดีอาจส่งผลเสียต่อตัวลูกในระยะยาวได้ ปัญหาของฟันอย่างหนึ่งที่เกิดกับเด็ดหลายคนอยู่บ่อย ๆ นั่นก็คือ ลูกฟันเหยิน เราเชื่อว่าไม่มีใครอยากฟันเหยินแน่นอน เพราะฉะนั้นคุณแม่จะต้องดูแลฟันของลูกให้ดี เพราะฟันเหยินมีสาเหตุการเกิดจากสิ่งต่อไปนี้ 1.ลูกฟันเหยินเพราะ พฤติกรรมการดูดนิ้ว การดูดนิ้วเป็นพฤติกรรมที่เกิดขึ้นกับเด็กวัย  1 ขวบ และจะหายไปเองเมื่ออายุครบ 2-4 ขวบ หากลูกมีพฤติกรรมแบบนี้เป็นเวลานาน ๆ

รักษาสิวอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยสมุนไพรธรรมชาติ ราคาสบายกระเป๋า #ไลฟ์สไตล์

รักษาสิวอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยสมุนไพรธรรมชาติ ราคาสบายกระเป๋า

ปัญหาสุขภาพผิวที่แก้เท่าไหร่ก็ไม่หายสักที แม้อายุจะมากขึ้นก็ไม่ได้หายไปตามฮอร์โมนเหมือนที่ใคร ๆ เขาบอกกัน นั่นก็คือปัญหาสิวสำหรับสาว ๆ อย่างเรานี่แหละ เป็นขึ้นมาแต่ละครั้งกว่าจะรักษาก็แสนยากเย็นแถมยังต้องมารักษารอยแผลเป็นที่ตกค้างเอาไว้อีก ก่อนที่ทุกคนจะหันไปพึ่งหมอ ใช้ยา และสารเคมี เราลองหันมามองสมุนไพรรักษาสิวใกล้ตัวในครัวบ้านเรากันก่อนดีกว่า รักษาสิวไม่ใช่เรื่องไกลตัว กับสมุนไพรในครัวของบ้านเรา 1. ดินสอพอง การใช้ดินสอพองพอกหน้าถือเป็นวิธีโบราณที่ใช้ได้ผลดีเป็นอย่างมาก ดินสอพองจะช่วยทำให้สิวบนใบหน้าแห้งไปเอง ควรใช้อย่างยิ่งกับสิวที่เป็นหนองและบวมเป่ง แต่ใช้มากเกินไปก็ไม่ควรใน 1 สัปดาห์นั้นควรจะพอกแค่

โรคขาโก่งในเด็ก เกิดจากอะไร และวิธีการรักษา #ครอบครัว

โรคขาโก่งในเด็ก เกิดจากอะไร และวิธีการรักษา

อีกหนึ่งโรคที่มักเกิดขึ้นกับเด็กขึ้นที่คุณแม่ไม่ควรมองข้ามนั่นก็คือ โรคขาโก่งในเด็ก เพราะโรคนี้เป็นโรคที่เกิดความผิดปกติทางร่างกายที่อวัยวะส่วนขา ซึ่งโรคขาโก่งในเด็กนั้นมักพบกับเด็กในช่วงวัยหัดเดิน ส่งผลเสียต่อร่างกายของเด็กอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว มาดูกันว่าโรคขาโก่งในเด็กนั้นเกิดจากอะไร แล้วมีวิธีการรักษาอย่างไรบ้าง โรคขาโก่ง เกิดจากอะไร โรคขาโก่งในเด็กมีสาเหตุการเกิดจากสิ่งต่อไปนี้ 1.เกิดจากธรรมชาติ ขาโก่งที่เกิดจากธรรมชาติ เมื่อลูกเริ่มตั้งไข่คุณแม่ก็จะสังเกตเห็นความผิดปกติได้ทันที เพราะขาทั้งสองข้างจะไม่ตรงแต่จะมีลักษณะโก่งงอนั่นก็เพราะว่าตอนอยู่ในท้องขาของลูกมีการคดงออยู่แล้ว 2.ขาโก่งที่เกิดจากโรค จะสังเกตเห็นได้ชัดเมื่อลูกอายุครบ  3 ขวบ แล้วยังมีลักษณะขาที่โก่งงออยู่ ซึ่งอาจมีสาเหตุการณ์เกิดมาจากความผิดปกติของกระดูก หรือข้อต่อ รวมทั้งโรคต่าง