5ต้นไม้ดูดสารพิษปลูกในบ้านแล้วชีวิตดี!

5ต้นไม้ดูดสารพิษปลูกในบ้านแล้วชีวิตดี! #บ้านและสวน
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

หลาย ๆ คนคงสงสัยกัน ว่าเมื่อนำมาปลูกไว้ภายในบ้านแล้ว ต้นไม้นั้นสามารถดูดสารพิษได้อย่างไร ในเมื่อตอนเด็ก ๆ เราเคยเรียนกันว่าต้นไม้จะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งไม่ดีต่อสุขภาพของเราในเวลากลางคืน จึงไม่ควรปลูกต้นไม้เอาไว้ในห้องนอน…


แต่ในปัจจุบันนี้ มีงานวิจัยออกมาพิสูจน์ให้เห็นกันชัดแล้วว่า มีต้นไม้บางนิด ที่สามารถดูดซับสารพิษได้จริง แม้จะนำมาปลูกเอาไว้ภายในอาคารตอนกลางคืนก็ตาม ยิ่งไปกว่านั้น ต้นไม้ดูดซับสารพิษเหล่านี้ หลาย ๆ ชนิดยังเหมาะกับสภาพอากาศของประเทศไทย เพราะเป็นพรรณไม้ของเขตร้อนชื้น ต้นไม้ จึงกลายมาเป็นอุปกรณ์สำคัญอย่างหนึ่งในการแต่งบ้านให้สวยงาม และถูกวางเคียงข้างกับเฟอร์นิเจอร์ร่วมสมัยชื้นอื่น ๆ กลายเป็นเทรนด์ใหม่ในการออกแบบตกแต่งภายในไปโดยปริยาย

และสำหรับบทความในวันนี้ เราจึงอยากจะมาแนะนำเพื่อนๆ ให้รู้จักกับต้นไม้ 5 ชนิด ที่มาพร้อมกับความสามารถในการดูดซับสารพิษ จึงเหมาะสมแก่การนำมาปลูกไว้ภายในห้องนอนของเราเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะได้สีเขียวสวยสบายตาแล้ว ยังช่วยทำให้อากาศบริสุทธิ์ ป้องกันอาการแพ้ฝุ่นได้อีกด้วย

1. ว่านหางจระเข้

เมื่อกล่าวถึง ว่านหางจระเข้ ไม่น่าจะมีใครไม่รู้จักพืชสารพัดประโยชน์ชนิดนี้อย่างแน่นอน เพราะต้นว่างหางจระเข้นั้นมีสรรพคุณทางยามากมาย ไม่ว่าจะช่วยรักษาแผลไหม้ น้ำร้อนลวก แผลพุพองต่าง ๆ รวมทั้งช่วยบรรเทาอาการแสบร้อนบริเวณผิว จากการโดนแสงแดดเป็นเวลานาน แถมยังช่วยฟื้นฟูผิวพรรณให้แข็งแรงชุ่มชื้น 

และดูกระจ่างใสขึ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งคงมีเพียงน้อยคนเท่านั้นที่ทราบกันว่า จริง ๆ แล้ว ว่านหางจระเข้ยังสามารถดูดซับสารพิษประเภทฟอร์มัลดีไฮด์ ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการแพ้ง่ายระคายเคืองบนผิวหนังได้เป็นอย่างดี

2.เฟิร์นบอสตัน

พืชตระกูลเฟิร์นชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยม ได้แก่เฟิร์นบอสตัน นอกจากจะมีพุ่มใบที่หนา ดูสวยงามคล้ายกับใบมะขามแล้ว เฟิร์นบอสตันยัังถือว่าเป็นหนึ่งในไม้ล้มลุกที่สามารถดูดซับสารพิษจำพวดฟอร์มัลดีไฮด์ได้ดีเยี่ยม นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มความชื้นในอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในปัจจุบันนี้ หากเพื่อน ๆ ลองสังเกตดู

ก็มักจะมีคาเฟ่ร้านกาแฟหลาย ๆ ที่ ที่นำเฟิร์นบอสตันมาปลูกในกระถาง แล้วแขวนประดับไว้ริมหน้าต่างหรือบริเวณระเบียง เพื่อเพิ่มความสวยงามสบายตา ซึ่งเพื่อน ๆ ก็สามารถนำไอเดียการตกแต่งห้องด้วยเฟิร์นบอสตันไปประยุกต์ใช้ได้เช่นกัน

3. วาสนา

ต้นไม้ปลูกในบ้านลำดับถัดมา ก็คือต้นวาสนา ที่ใครหลาย ๆ คนย่อมเคยได้ยินชื่อกันมาบ้าง เพราะต้นวาสนานั้นเป็นพรรณไม้มงคลคู่บ้านคู่เรือนมาเป็นเวลาช้านาน ซึ่งมาพร้อมกับรูปทรงของใบที่เรียวแหลม สวยงาม ขอบใบสีเขียว กลางใบสีเหลือง สีสันตัดกันขนาบไปกับความยาวของใบไม้อย่างชัดเจน สามารถปลูกและดูแลรักษาได้ง่าย จะปลูกในห้องนอน ห้องนั่งเล่น โถงทางเข้าบ้าน หรือวางไว้บนโต๊ะทำงานก็ดูดีไม่แพ้กัน และที่สำคัญต้นวาสนายังสามารถดูดซับสารพิษจำพวกฟอร์มัลดีไฮด์ได้มากถึง 70% เลยทีเดียว

4. ปาล์มไผ่

ปาล์มไผ่ เป็นอีกหนึ่งพรรณไม้ที่สามารถเพิ่มความชื้นในอากาศ และขจัดดูดซับสารพิษได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นสารพิษจำพวกฟอร์มัลดีไฮด์ เบนซิน ไตรคลอโรเอทธิลีน และ ไนโตรเจนออกไซด์ จึงนับว่าเหมาะกับการปลูกในช่วงที่มีสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 เป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้เรามีอากาศบริสุทธิ์ในบริเวณบ้านได้หายใจนั่นเอง

5. เศรษฐีเรือนใน

ในปัจจุบัน มีงานวิจัยชี้ให้เห็นแล้วว่า ต้นเศรษฐีเรือนใน นั้นมีความสามารถในการดูดซับสารพิษในอากาศได้มากถึง 90% ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 1-2 วันเท่านั้น โดยเฉพาะสารพิษจำพวกฟอร์มัลดีไฮด์ และเบนซินที่ตกค้างภายในห้อง และอาคารบ้านเรือน จึงนับเป็นพรรณไม้ประเภทหนึ่งที่เหมาะแก่การนำมาปลูกไว้ในห้องนอน โดยสามารถนำมาปลูกในกระถางแขวน ห้อยเอาไว้ริมหน้าต่าง และดูแลโดยการรดน้ำเพียงอาทิตย์ละ 1 ครั้งก็นับว่าเพียงพอแล้ว

ขอบคุณภาพจาก Pinterest

#บ้านและสวน #ต้นไม้ดูดสารพิษ #เทรนด์ต้นไม้

More to explorer

คุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ควรพลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ #แม่บ้านยุคใหม่

คุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ควรพลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ

เป็นคุณแม่สารอาหารเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ที่จะต้องรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ อาหารภาคต่างๆต้องมีการรับประทานอาหารเสริมเพื่อให้ลูกนั้นได้สารอาหารที่จำเป็น วันนี้เราจึงมีความรู้ดีๆในเรื่องคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ไม่ควรพลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เพราะเป็นเมนูเสริมที่ทำได้ง่ายทำได้ไม่ยากไปดูกันได้เลยว่ามีอะไรบ้าง เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพของคุณแม่ตั้งครรภ์ 1.อย่างแรกเลยเครื่องดื่มที่ทำได้ง่ายแสนง่ายเป็นเครื่องดื่มที่คุณไม่ควรพลาดนั้นก็คือน้ำส้มคั้นเพราะน้ำส้มคั่นนั้นทำมาจากผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินเอ และวิตามินซีก็บอกเลยว่าวิตามินทั้งสองวิตามิน นี้มีส่วนช่วยในเรื่องและสามารถสร้างภูมิคุ้มกันต้านทานโรคเป็นอย่างดีทีเดียว คลายร้องและในคุณแม่บางคนยังช่วยในเรื่องลดอาการคลื่นไส้อาเจียนจากการแพ้ท้องได้อีกด้วย 2.เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพต่อมาก็คือน้ำมะนาว ต้องบอกเลยว่าน้ำมะนาว เป็นตัวช่วยให้คุณแม่ลดอาการคลื่นไส้อาเจียนเป็นอย่างดีมาก เพราะน้ำมะนาวมีความเปรี้ยว สดชื่น วิตามินซีสูงมากและวิตามินซีเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำได้ดีอีกด้วยและประโยชน์ที่เห็นได้ชัดเจนคือ ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ให้แข็งแรงเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง หากใครที่มีอาการคลื่นไส้อาเจียนก็ให้บีบน้ำมะนาวสด 1 ช้อนแล้วค่อยๆ จิบน้ำมะนาวจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้นเพราะเลือดคุณแม่จะกลายเป็นด่างจากน้ำมะนาวที่จิบเข้าไปทำให้รู้สึกดีขึ้นมากๆ เลยที่เดียว

ตกแต่งโต๊ะอ่านหนังสือสไตล์มินิมอล จัดโต๊ะแบบง่าย ๆ ช่วยให้มีสมาธิ #บ้านและสวน

ตกแต่งโต๊ะอ่านหนังสือสไตล์มินิมอล จัดโต๊ะแบบง่าย ๆ ช่วยให้มีสมาธิ

            สำหรับวัยเรียนรวมถึงวัยทำงาน เป็นวัยที่ต้องมีการความเป็นส่วนตัวและพื้นที่เงียบสงบให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การจัดพื้นที่ภายในบ้านและมีห้องสำหรับคนวัยเรียน วัยทำงาน เป็นสิ่งสำคัญ สำหรับเจ้าของห้องที่ชื่นชอบความเรียบง่ายของสไตล์มินิมอล ต้องการแต่งห้องให้สวยด้วยตนเอง ขอแนะนำแนวทางการตกแต่งโต๊ะอ่านหนังสือที่ทำให้โต๊ะสวย ห้องสวย รวมถึงเพิ่มสมาธิในการเรียนและทำงานอีกด้วย             เริ่มกันที่การตกแต่งโต๊ะอ่านหนังสือ โต๊ะทำงานและห้องแบบเน้นสีขาว เพิ่มบอร์ดเอาไว้ติดข้อมูลต่าง ๆ เช่น ติดกระดาษโน้ตหรือ To – Do List

สาระน่ารู้!!! คุณแม่ท้องแก่ใกล้คลอดเตรียมตัวอย่างไร #แม่บ้านยุคใหม่

สาระน่ารู้!!! คุณแม่ท้องแก่ใกล้คลอดเตรียมตัวอย่างไร?

สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์เมื่อการตั้งครรภ์เดินมาถึงไตรมาสสุดท้ายสิ่งที่คุณแม่จะต้องเตรียมตัวนอกจากการคลอดก็ คือ ของใช้เตรียมคลอดที่จะต้องเตรียมตัวไปคลอดซึ่งจะต้องเตรียมให้พร้อม เนื่องจากหากเกิดเจ็บท้องคลอดขึ้นมากระทันหันคุณแม่จะไม่มีระยะเวลาในการเตรียมตัว เพราะฉะนั้นเมื่อท้องแก่ใกล้คลอดก็ควรที่จะซื้อของและเตรียมตัวในการคลอดจะดีที่สุด สำหรับวันนี้เราได้นำเอาเกี่ยวกับวิธีการเตรียมของใช้เตรียมคลอด รวมไปถึงวิธีการเตรียมตัวสำหรับการคลอดลูกมาฝากกันว่าแต่จะมีรายละเอียดข้อมูลอะไรที่น่าสนใจกันบ้างนั้นไปดูกันเลย วิธีการเตรียมตัวสำหรับคุณแม่ท้องแก่ใกล้คลอด สัญญาณเตือนว่าพร้อมคลอดแล้ว ซึ่งอาการของคุณแม่แต่ละคนจะต่างกันไป บางคนอาจจะปวดหลังส่วนล่าง ร่วมกับปวดท้อง คล้ายปวดประจำเดือน หรืออาจจะมีมูกเลือด bloody show ไหลออกจากช่องคลอดเล็กน้อย (อาจมีสีออกชมพูหรือน้ำตาล) มีอาการมดลูกหดตัวนานและแรงขึ้น เมื่อมดลูกหดตัวบ่อยขึ้น ระยะห่างในการหดตัวน้อยลงเรื่อย ๆ