5 ต้นไม้ฟอกอากาศ ปลูกในบ้านแล้วสดชื่น !

5 ต้นไม้ฟอกอากาศ ปลูกในบ้านแล้วสดชื่น #บ้านและสวน
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

เพื่อน ๆ ทราบกันไหม ? ว่าการได้มองสีเขียวจากธรรมชาติเป็นระยะ ๆ นั้น สามารถผ่อนคลายความเครียดและความเหนื่อยล้าที่สะสมจากการใช้ชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี และสำหรับเพื่อน ๆ คนไหน ที่ชื่นชอบการปลูกต้นไม้เป็นชีวิตจิตใจ ลองหาไม้ประดับสวย ๆ สักต้นมาปลูกไว้ในบ้าน เพื่อเพิ่มความสดชื่นกันดูสิ

เพราะนอกจากจะช่วยผ่อนคลายสายตาได้แล้ว ต้นไม้ที่สามารถปลูกไว้ในอาคารหลาย ๆ ชนิดยังมีคุณสมบัติเป็นเครื่องฟอกอากาศจากธรรมชาติได้ภายในตัว มีส่วนช่วยลดมลภาวะ ฝุ่นควัน PM 2.5 ภายในอาคารบ้านเรือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องไปเสียเงินซื้อเครื่องฟอกอากาศราคาสูง ๆ เลย

สำหรับบทความในวันนี้ เราจึงได้ทำการรวบรวมต้นไม้สำหรับปลูกในบ้าน 5 ชนิด ที่ไม่ต้องการแสงแดดจัด ๆ จึงดูแลง่าย ปลูกไว้ที่บริเวณมุมห้องก็ยังได้ ทั้งยังช่วยมอบอากาศบริสุทธิ์ภายในบ้านได้ในเวลาเดียวกัน จะมีอะไรบ้าง เรามาดูกันเลย!

1. พลูด่าง

หากให้เพื่อน ๆ หลาย ๆ คนลองนึกถึงไม้ประดับยอดนิยม ที่สามารถปลูกภายในบ้านได้ ก็คงหนีไม่พ้นพรรณไม้ยอดฮิตอย่างพลูด่าง ด้วยคุณสมบัติที่ช่วยดูดซับสารแอมโมเนีย ความสวยงามของใบไม้ที่มีลักษณะคล้ายรูปหัวใจ และการดูแลรักษาที่ง่ายแสนง่าย พลูด่างนั้นสามารถเจริญเติบโตได้ดีทั้งบนดินและในน้ำ จะผสมดินกับแกลบแล้วปลูกในกระถาง หรือปลูกในน้ำโดยหาโหลแก้วสวย ๆ มาใส่ก็ได้เช่นกัน

2. ลิ้นมังกร

สำหรับลิ้นมังกรนั้นก็นับเป็นอีกหนึ่งพรรณไม้ประดับที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน เพราะนอกจากจะมีรูปทรงของใบไม้ที่มีเอกลักษณ์ มาพร้อมลวดลายและสีสันที่แตกต่างกันไปบนแต่ละใบ ยังสามารถเจริญเติบโตได้ดีในทุกสภาพอากาศและสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นในร่มหรือกลางแจ้ง และที่สำคัญ ลิ้นมังกรนั้นสามารถนำไปขยายพันธุ์ต่อได้ง่าย ๆ เพียงอาศัยการแตกหน่ออีกด้วย จะนำไปปลูกเป็นแนวขนานกับรั้วบ้าน หรือจะปลูกในกระถางวางประดับไว้ในมุมห้อง เพื่อเพิ่มก๊าซออกซิเจนในช่วงเวลากลางคืนก็ได้เช่นเดียวกัน

3.เดหลี

เดหลีนั้น ก็เป็นไม้ประดับอีกชนิดหนึ่งที่มีรูปลักษณ์อันโดดเด่นไม่เหมือนใคร เดหลีมีลักษณะเป็นไม้พุ่มใบเดี่ยว สีเขียวเข้ม ผิวใบมันวาว สามารถออกดอกได้ตลอดปี ซึ่งมีลักษณะคล้ายดอกหน้าวัวเป็นช่อ ๆ สีออกขาวแกมเหลือง มีคุณสมบัติเป็นพืชที่สามารถคายความชื้นได้มาก แถมยังมีส่วนช่วยดักจับสปอร์เชื้อราภายในห้อง

ดูดซับสารพิษหลากชนิด และช่วยฟอกอากาศในพื้นที่ปิดให้สะอาดบริสุทธิ์ได้มากขึ้นถึง 60% ในส่วนของการดูแลรักษาก็ทำได้ไม่ยากเลย เพราะเดหลีไม่จำเป็นต้องอาศัยแสงแดดในการเจริญเติบโตมากนัก แต่ดินที่ใช้ปลูกต้องชุ่มชื้น จึงควรหมั่นรดน้ำเป็นประจำสม่ำเสมอนั่นเอง

4. ยางอินเดีย

ยางอินเดีย ถือเป็นพืชที่มีประสิทธิภาพสูงในการดูดซับสารพิษ และช่วยฟอกอากาศในห้องให้สดชื่นบริสุทธิ์ จึงได้รับความนิยมในการปลูกไว้ภายในที่อยู่อาศัย หรือแม้แต่ในที่ทำงานหลาย ๆ แห่ง นอกจากนี้ยังมีข้อดีคือสามารถนำมาปลูก และดูแลรักษาได้ง่าย ไม่ต้องการแสงแดดมากนัก สามารถวางไว้ได้ทั้งบริเวณมุมห้อง ข้างโต๊ะ หรือแม้แต่บริเวณริมหน้าต่าง ที่สำคัญก็คือต้องหมั่นรดน้ำให้ชุ่มชื้น แต่ไม่ควรรดมากเกินไปจนดินแฉะ และใช้ดินที่ร่วนซุยในการปลูก เพื่อให้สามารถระบายน้ำและถ่ายเทอากาศได้ดี

5. เขียวหมื่นปี

เขียวหมื่นปีเป็นพรรณไม้ประดับที่โดดเด่นสวยงาม ด้วยลักษณะของใบไม้ปลายแหลม ทรงเรียวยาว มีสีเขียวแต้มขาว ประกอบกับการดูแลรักษาที่ทำได้ง่าย ทนทานต่อสภาพความชื้นระดับต่ำ เจริญเติบโตได้ภายใต้แสงแดดเพียงเล็กน้อย จึงได้รับความนิยมสูงสำหรับการปลูกไว้ในอาคารบ้านเรือน และที่สำคัญ เขียวหมื่นปียังสามารถดูดซับสารพิษได้ดีอีกด้วย โดยยิ่งปลูกไว้นานเท่าไร ประสิทธิภาพในการกำจัดสารพิษก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

ขอบคุณภาพจาก Pinterest

#บ้านและสวน #ต้นไม้ในบ้าน #ต้นไม้ฟองอากาศ

More to explorer

เมื่อลูกเป็น “โรคภูมิแพ้” จะมีวิธีดูแลได้อย่างไร #แม่บ้านยุคใหม่

เมื่อลูกเป็น “โรคภูมิแพ้” จะมีวิธีดูแลได้อย่างไร

สำหรับโรคภูมิแพ้ถือว่าเป็นโรคที่เด็กๆเป็นกันมากที่สุด ซึ่งโรคภูมิแพ้นี้เกิดขึ้นได้โดยเฉพาะกับสภาพอากาศเย็นและชื้น ซึ่งเด็กๆมักจะมีอาการน้ำมูกไหลจะจามกัน สำหรับโรคภูมิแพ้นี้ถือว่าไม่ได้เป็นโรคที่น่ากลัวแต่อย่างไร แต่หากเป็นแล้วก็สามารถเป็นได้อีกไม่มีทางรักษาให้หายขาด เพราะฉะนั้นใครที่เป็นโรคภูมิแพ้ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ก็จะต้องมีวิธีจัดการกับตัวเองให้ระงับอาหารที่เกิดขึ้นให้ได้ โดยอาการของโรคภูมิแพ้ของเด็กแต่ละคนนั้นจะแสดงออกมาที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเด็กบางคนนั้นอาจจะแสดงอาการทางผิวหนึ่ง ที่เรียกกันว่า ลมพิษ หรือเด็กบางมีอาการเยื่อจมูกอักเสบ วันนี้เราจึงมีวิธีป้องกัน โรคภูมิแพ้ มาฝากคุณพ่อคุณแม่แต่ละคน ได้ลองทำกันดู วิธีป้องกันโรคภูมิแพ้ให้กับเด็กๆสามารถทำได้ดังนี้ ป้องกันฝุ่นและไรฝุ่น ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สามารถทำให้เกิด โรคภูมิแพ้ ได้ โดยคุณแม่จะต้องจัดการทำความสะอาดส่วนต่างของบ้าน

หากลูกป่วยเป็น RSV จะต้องทำอย่างไร และอันตรายแค่ไหน? #แม่บ้านยุคใหม่

หากลูกป่วยเป็นRSV จะต้องทำอย่างไร และอันตรายแค่ไหน?

สำหรับทุกวันนี้เรามักพบเชื้อไวรัสมากมาย ซึ่งไวรัสบางตัวเราก็ยังไม่เคยเนมาก่อน ซึ่งในระยะเวลา 10-20 ปี ไวรัสเหล่านั้นได้กลายพันธุ์ให้มาติดเด็กๆ จนทำให้ทางการแพทย์จึงต้องเร่งศึกษาและหาวิธีรักษากันทุกวัน วันนี้เราจะก็มาบอกข้อมูลของไวรัส RSV ที่เป็นไวรัสที่เด็กเล็กป่วยบ่อยที่สุดช่วงตอนอากาศชื้นๆ อาการของไวรัส RSV นี้ยังทำให้เด็กมีไข้ ตัวร้อน บางรายเข้าทำการรักษาไม่ทันเด็กก็ถึงขั้นเสียชีวิตได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นเราจะต้องมีวิธีจัดการกับไวรัสตัวนี้ หากรู้ว่าลูกเป็นคุณแม่จะต้องทำอย่างไร ไปดูกัน เด็กที่ป่วยเป็น RSV มีอาการอย่างไร มีไข้สูง

อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอดที่ต้องระวัง!! #แม่บ้านยุคใหม่

อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอดที่ต้องระวัง!!

คุณแม่หลังคลอดเป็นคุณแม่ที่ต้องการพักฟื้นร่างกายมากที่สุด เพราะคุณแม่จะเสียลือดมากและได้รับอาการบาดเจ็บบริเวณช่องคลอด การที่คุณแม่มีร่างกายอ่อนเพลียในช่วงนี้จึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่มีโรคต่างๆแทรกซ้อนเข้ามา ด้วยสภาวะฮอร์โมนกำลังปรับตัว จึงทำให้สภาพร่างกายและสภาพจิตใจของคุณยังไม่ปกติ วันนี้เราก็จะมีอาการต่างๆที่สามารถเกิดขึ้นได้มาแนะนำ สำหรับคุณแม่หลังคลอดว่าจะมีโอกาสเกิดอาการป่วยแบบใดได้บ้าง อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอด มีไข้ เป็นอีกหนึ่งอาการที่คุณแม่จะต้องแจ้งแพทย์ทันที เพราะในช่วงที่ คุณแม่หลังคลอด คุณแม่ได้เสียเลือดเป็นจำนวนมาก ร่างกายเลยทำการผลิตเลือดขึ้นมา จึงทำให้อุณภูมิร่างกายของคุณแม่ไม่ปกติ จึงทำให้เกิดมีไข้หลังคลอดประมาณ 1- 2 ชั่วโมงได้ ตกเลือด เป็นอีกหนึ่งอาการที่น่ากลัวเช่นกัน เพราะอาการตกเลือดนี้จะเป็นอาการหลังคลอดที่คุณหมอได้ทำการเย็บแผลในมดลูกไม่สนิท