How To จัดโต๊ะทำงานให้เป็นระเบียบ ของไม่รก ปรับลุคให้ดูดีมากขึ้น

How To จัดโต๊ะทำงานให้เป็นระเบียบ ของไม่รก ปรับลุคให้ดูดีมากขึ้น
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

แน่นอนว่าบริเวณทำงานของคุณนั้น เป็นพื้นที่ที่จะต้องใช้งานอยู่เป้นประจำเกือบทุกวัน ของหรือเครื่องมือที่อยู่บนโต๊ะจึงเริ่มไม่เป็นระเบียบ หรือเริ่มหาสิ่งของที่ต้องการใช้งานยากขึ้น หาของไม่เจอ เป็นต้น ดังนั้น เราจึงมาแนะนำ เทคนิคในการจัดโต๊ะทำงาน ที่คุณควรจัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ทำงานที่บ้าน เพื่อให้สามารถแยกระหว่างพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่ในการทำงานได้ชัดเจนนั่นเอง

ทำแพลนเนอร์หรือ To – Do List บริเวณที่เห็นชัด

คุณจะเห็นว่าภายในภาพนี้ มีการทำตารางสำหรับงานในแต่ละวันภายใน 1 เดือน ซึ่งมันจะทำให้คุณสามารถจัดระเบียบได้ว่า ควรนำเอางานใด ประเภทไหน ขึ้นมาวางบนโต๊ะและทำก่อนเป็นอันดับแรก ส่วนงานอื่น ๆ ก็เก็บไว้ที่ลิ้นชักหรือในที่อื่นก่อน เท่านี้ก็จะช่วยให้โต๊ะของคุณมีระเบียบมากขึ้น และยังทำให้คุณทำงานได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วย

จัดเก็บของใส่ตู้หรือลิ้นชัก

แน่นอนว่าในแต่ละวันเราอาจจะได้รับงานหรือเอกสารมามากมาย สำหรับโต๊ะทำงานที่มีตู้หรือลิ้นชัก คุณก็สามารถนำงานมาจัดแยกประเภทหรือมาแยกให้เป็นชุด เพื่อแบ่งงานให้เสร็จตามช่วงเวลา แล้วเก็บเอกสารไว้ในตู้หรือลิ้นชักที่คุณมีอยู่ แต่ถ้าหากบนโต๊ะนั้นมีของอยู่รก ไม่มีพื้นที่ทำงาน ก็สามารถจัดโต๊ะทำงาน ใหม่ให้มีพื้นที่สำหรับการทำงาน แล้วนำของที่ไม่ต้องการใช้ ไปเก็บในตู้หรือลิ้นชักก็ได้เช่นเดียวกัน 

จัดเรียงของตามประเภท

การจัดเรียงของตามประเภทนั้น เป็นวิธีการจัดและคัดแยกของที่ไม่ยากเลย อีกทั้งยังทำให้คุณสามารถเลือกหยิบนำของที่ต้องการใช้งานได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นอีกด้วย เช่น การจัดเก็บเอกสารตามประเภท เก็บหนังสือหรือตำราตามประเภท เป็นต้น อีกทั้งยังง่ายดายสำหรับผู้ที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์จำนวนมากในการทำงานในแต่ละครั้งด้วย รับรองว่าถ้าหากเสียเวลาจัดโต๊ะของคุณให้เป็นระเบียบเพียงครั้งเดียว ก็จะทำให้คุณทำงานได้อย่างไม่ยุ่งยากอีกต่อไปแล้ว

จัดโต๊ะทำงานนั้นไม่ยากเลยใช่ไหมล่ะคะ? เพียงแค่คุณลองจัดโต๊ะที่คุณต้องใช้สำหรับการทำงาน นำสิ่งของหรืองานที่ไม่เป็นระเบียบออกไป แล้วค่อย ๆ เริ่มจัดวางของและเรียงลำดับงานของคุณให้เป็นระบบมากยิ่งขึ้น ก็จะทำให้คุณมีโต๊ะที่เป็นระเบียบ ไม่รกแล้ว ซึ่งนอกจากจะปรับหน้าตาของโต๊ะให้ดูดีมากยิ่งขึ้นได้แล้ว ก็ยังทำให้คุณสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย ไม่ต้องกังวลและหงุดหงิดกับการหาของและการทำงานอีกต่อไป

ขอบคุณภาพจาก thewonderforest และ curbly

#How To จัดโต๊ะทำงานให้เป็นระเบียบ #โต๊ะทำงาน

More to explorer

เมื่อลูกเป็น “โรคภูมิแพ้” จะมีวิธีดูแลได้อย่างไร #แม่บ้านยุคใหม่

เมื่อลูกเป็น “โรคภูมิแพ้” จะมีวิธีดูแลได้อย่างไร

สำหรับโรคภูมิแพ้ถือว่าเป็นโรคที่เด็กๆเป็นกันมากที่สุด ซึ่งโรคภูมิแพ้นี้เกิดขึ้นได้โดยเฉพาะกับสภาพอากาศเย็นและชื้น ซึ่งเด็กๆมักจะมีอาการน้ำมูกไหลจะจามกัน สำหรับโรคภูมิแพ้นี้ถือว่าไม่ได้เป็นโรคที่น่ากลัวแต่อย่างไร แต่หากเป็นแล้วก็สามารถเป็นได้อีกไม่มีทางรักษาให้หายขาด เพราะฉะนั้นใครที่เป็นโรคภูมิแพ้ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ก็จะต้องมีวิธีจัดการกับตัวเองให้ระงับอาหารที่เกิดขึ้นให้ได้ โดยอาการของโรคภูมิแพ้ของเด็กแต่ละคนนั้นจะแสดงออกมาที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเด็กบางคนนั้นอาจจะแสดงอาการทางผิวหนึ่ง ที่เรียกกันว่า ลมพิษ หรือเด็กบางมีอาการเยื่อจมูกอักเสบ วันนี้เราจึงมีวิธีป้องกัน โรคภูมิแพ้ มาฝากคุณพ่อคุณแม่แต่ละคน ได้ลองทำกันดู วิธีป้องกันโรคภูมิแพ้ให้กับเด็กๆสามารถทำได้ดังนี้ ป้องกันฝุ่นและไรฝุ่น ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สามารถทำให้เกิด โรคภูมิแพ้ ได้ โดยคุณแม่จะต้องจัดการทำความสะอาดส่วนต่างของบ้าน

หากลูกป่วยเป็น RSV จะต้องทำอย่างไร และอันตรายแค่ไหน? #แม่บ้านยุคใหม่

หากลูกป่วยเป็นRSV จะต้องทำอย่างไร และอันตรายแค่ไหน?

สำหรับทุกวันนี้เรามักพบเชื้อไวรัสมากมาย ซึ่งไวรัสบางตัวเราก็ยังไม่เคยเนมาก่อน ซึ่งในระยะเวลา 10-20 ปี ไวรัสเหล่านั้นได้กลายพันธุ์ให้มาติดเด็กๆ จนทำให้ทางการแพทย์จึงต้องเร่งศึกษาและหาวิธีรักษากันทุกวัน วันนี้เราจะก็มาบอกข้อมูลของไวรัส RSV ที่เป็นไวรัสที่เด็กเล็กป่วยบ่อยที่สุดช่วงตอนอากาศชื้นๆ อาการของไวรัส RSV นี้ยังทำให้เด็กมีไข้ ตัวร้อน บางรายเข้าทำการรักษาไม่ทันเด็กก็ถึงขั้นเสียชีวิตได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นเราจะต้องมีวิธีจัดการกับไวรัสตัวนี้ หากรู้ว่าลูกเป็นคุณแม่จะต้องทำอย่างไร ไปดูกัน เด็กที่ป่วยเป็น RSV มีอาการอย่างไร มีไข้สูง

อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอดที่ต้องระวัง!! #แม่บ้านยุคใหม่

อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอดที่ต้องระวัง!!

คุณแม่หลังคลอดเป็นคุณแม่ที่ต้องการพักฟื้นร่างกายมากที่สุด เพราะคุณแม่จะเสียลือดมากและได้รับอาการบาดเจ็บบริเวณช่องคลอด การที่คุณแม่มีร่างกายอ่อนเพลียในช่วงนี้จึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่มีโรคต่างๆแทรกซ้อนเข้ามา ด้วยสภาวะฮอร์โมนกำลังปรับตัว จึงทำให้สภาพร่างกายและสภาพจิตใจของคุณยังไม่ปกติ วันนี้เราก็จะมีอาการต่างๆที่สามารถเกิดขึ้นได้มาแนะนำ สำหรับคุณแม่หลังคลอดว่าจะมีโอกาสเกิดอาการป่วยแบบใดได้บ้าง อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอด มีไข้ เป็นอีกหนึ่งอาการที่คุณแม่จะต้องแจ้งแพทย์ทันที เพราะในช่วงที่ คุณแม่หลังคลอด คุณแม่ได้เสียเลือดเป็นจำนวนมาก ร่างกายเลยทำการผลิตเลือดขึ้นมา จึงทำให้อุณภูมิร่างกายของคุณแม่ไม่ปกติ จึงทำให้เกิดมีไข้หลังคลอดประมาณ 1- 2 ชั่วโมงได้ ตกเลือด เป็นอีกหนึ่งอาการที่น่ากลัวเช่นกัน เพราะอาการตกเลือดนี้จะเป็นอาการหลังคลอดที่คุณหมอได้ทำการเย็บแผลในมดลูกไม่สนิท