ตกแต่งห้องโทนสีฟ้า ต้อนรับฤดูฝน เติมความสดใส สดชื่น ให้พื้นที่ภายในห้อง

ตกแต่งห้องโทนสีฟ้า ต้อนรับฤดูฝน เติมความสดใส สดชื่น ให้พื้นที่ภายในห้อง #ไลฟ์สไตล์
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

หลายท่านที่ชื่นชอบการตกแต่งห้อง อาจจะเลือกสไตล์ที่ตรงกับรูปแบบทั่วไปหรือเลือกตามที่ต้องการก็ได้เช่นกัน สำหรับในช่วงฤดูฝนนี้ ก็น่าหยิบสีสันของฤดูมาแต่งห้องให้สดใสขึ้น ถ้านึกถึงฤดูฝน หลาย ๆ คนมักจะนึกถึง “สีฟ้า” กันใช่ไหมล่ะคะ? เราก็เลยมาแนะนำไอเดียในการตกแต่งห้องโทนสีฟ้า ให้คุณได้ห้องที่สวย ดูแล้วสดชื่น ดังนี้

                เริ่มกันที่การตกแต่งห้องในแบบมินิมอล โทนสีฟ้าทีใช้นั้นจะเป็นโทนสีที่ละมุน ๆ ฟ้าอมเทา สีสันไม่เด่นชัดหรือจัดมากเกินไป การเลือกเฟอร์นิเจอร์นั้น ควรเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากไม้ หรือมีโทนสีและลวดลายที่คล้ายคลึงกับไม้ สังเกตได้จากพื้นที่ทำจากวัสดุไม้ รวมถึงวัสดุของขอบตู้และขาตู้ ก็ยังผลิตจากไม้อีกด้วย เมื่อนำมาจับคู่กับสีฟ้าอ่อน ๆ ละมุน ๆ ก็ทำให้ห้องของคุณสวยแบบเรียบง่ายทันที

                ถ้าอยากให้ห้องสดใสมากยิ่งขึ้น การเลือกโทนสีให้ดูสว่างและสีที่คมชัดยิ่งขึ้น ก็เหมาะสมกับฤดูฝนเลยทีเดียว สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับหลากหลายแนว ไม่ว่าจะเป็นแนววินเทจ มีการตกแต่งย้อนยุค แนวโมเดิร์น สวย ทันสมัย เป็นต้น การตกแต่งห้องโทนสีฟ้า ที่มีความสว่างในระดับนี้ สามาถนำเอาไปตกแต่งได้กับห้องอื่น ๆ นอกจากห้องนอนได้เช่นเดียวกัน คนที่ชื่นชอบโทนสีฟ้าต้องชอบโทนสีระดับนี้อย่างแน่นอน เพราะมองแล้วเพิ่มความสดชื่นได้ดีเลย

                การแต่งห้องนั่งเล่นนี้ เป็นการตกแต่งบ้านแบบสแกนดิเนเวียน ให้ความรู้สึกหรูหรา แต่ดูเรียบง่าย เลือกสีพื้นสำหรับใช้ตกแต่งภายในห้อง อย่างสีฟ้าอ่อน ช่วยทำให้รู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีการใช้วัสดุที่ผลิตมาจากธรรมชาติ เช่น ขาโต๊ะ ตู้ พื้น เป็นต้น อีกทั้งยังมีความกว้างที่พอดี เปิดรับแสงสว่างจากภายนอกห้องหรือภายนอกบ้านได้เป็นอย่างดี ทำให้ห้องดูสวยงามแบบเรียบง่ายอีกด้วย เป็นการตกแต่งที่สวยงามลงตัวเลยทีเดียว

                ในช่วงฤดูฝนนี้ ถ้าหากว่าคุณต้องการเริ่มจัดตกแต่งพื้นที่ภายในบ้านหรือห้องของตัวคุณเอง  การตกแต่งห้องโทนสีฟ้า ก็ถือว่าเป็นโทนสีที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะนอกจากที่จะเป็นสีที่ค่อนข้างเหมาะสำหรับฤดูกาลแล้ว ก็ยังเป็นสีสันที่ไม่ค่อยถูกนำมาใช้ตกแต่งภายในบ้านอีกด้วย โดยเฉพาะสีฟ้าที่มีความเข้มสูงมาก ๆ  ดังนั้น ถ้าหากคุณต้องการเปลี่ยนบ้านให้ดูละมุน อบอุ่น หรือดูสดชื่น สดใส ก็สามารถเลือกได้เลย รับรองว่าได้ห้องสวย ๆ ต้อนรับฤดูฝนแน่นอน

#บ้านและสวน #ไลฟ์สไตล์ของแม่บ้าน #ตกแต่งห้องโทนสีฟ้า

More to explorer

เมื่อลูกเป็น “โรคภูมิแพ้” จะมีวิธีดูแลได้อย่างไร #แม่บ้านยุคใหม่

เมื่อลูกเป็น “โรคภูมิแพ้” จะมีวิธีดูแลได้อย่างไร

สำหรับโรคภูมิแพ้ถือว่าเป็นโรคที่เด็กๆเป็นกันมากที่สุด ซึ่งโรคภูมิแพ้นี้เกิดขึ้นได้โดยเฉพาะกับสภาพอากาศเย็นและชื้น ซึ่งเด็กๆมักจะมีอาการน้ำมูกไหลจะจามกัน สำหรับโรคภูมิแพ้นี้ถือว่าไม่ได้เป็นโรคที่น่ากลัวแต่อย่างไร แต่หากเป็นแล้วก็สามารถเป็นได้อีกไม่มีทางรักษาให้หายขาด เพราะฉะนั้นใครที่เป็นโรคภูมิแพ้ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ก็จะต้องมีวิธีจัดการกับตัวเองให้ระงับอาหารที่เกิดขึ้นให้ได้ โดยอาการของโรคภูมิแพ้ของเด็กแต่ละคนนั้นจะแสดงออกมาที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเด็กบางคนนั้นอาจจะแสดงอาการทางผิวหนึ่ง ที่เรียกกันว่า ลมพิษ หรือเด็กบางมีอาการเยื่อจมูกอักเสบ วันนี้เราจึงมีวิธีป้องกัน โรคภูมิแพ้ มาฝากคุณพ่อคุณแม่แต่ละคน ได้ลองทำกันดู วิธีป้องกันโรคภูมิแพ้ให้กับเด็กๆสามารถทำได้ดังนี้ ป้องกันฝุ่นและไรฝุ่น ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สามารถทำให้เกิด โรคภูมิแพ้ ได้ โดยคุณแม่จะต้องจัดการทำความสะอาดส่วนต่างของบ้าน

หากลูกป่วยเป็น RSV จะต้องทำอย่างไร และอันตรายแค่ไหน? #แม่บ้านยุคใหม่

หากลูกป่วยเป็นRSV จะต้องทำอย่างไร และอันตรายแค่ไหน?

สำหรับทุกวันนี้เรามักพบเชื้อไวรัสมากมาย ซึ่งไวรัสบางตัวเราก็ยังไม่เคยเนมาก่อน ซึ่งในระยะเวลา 10-20 ปี ไวรัสเหล่านั้นได้กลายพันธุ์ให้มาติดเด็กๆ จนทำให้ทางการแพทย์จึงต้องเร่งศึกษาและหาวิธีรักษากันทุกวัน วันนี้เราจะก็มาบอกข้อมูลของไวรัส RSV ที่เป็นไวรัสที่เด็กเล็กป่วยบ่อยที่สุดช่วงตอนอากาศชื้นๆ อาการของไวรัส RSV นี้ยังทำให้เด็กมีไข้ ตัวร้อน บางรายเข้าทำการรักษาไม่ทันเด็กก็ถึงขั้นเสียชีวิตได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นเราจะต้องมีวิธีจัดการกับไวรัสตัวนี้ หากรู้ว่าลูกเป็นคุณแม่จะต้องทำอย่างไร ไปดูกัน เด็กที่ป่วยเป็น RSV มีอาการอย่างไร มีไข้สูง

อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอดที่ต้องระวัง!! #แม่บ้านยุคใหม่

อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอดที่ต้องระวัง!!

คุณแม่หลังคลอดเป็นคุณแม่ที่ต้องการพักฟื้นร่างกายมากที่สุด เพราะคุณแม่จะเสียลือดมากและได้รับอาการบาดเจ็บบริเวณช่องคลอด การที่คุณแม่มีร่างกายอ่อนเพลียในช่วงนี้จึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่มีโรคต่างๆแทรกซ้อนเข้ามา ด้วยสภาวะฮอร์โมนกำลังปรับตัว จึงทำให้สภาพร่างกายและสภาพจิตใจของคุณยังไม่ปกติ วันนี้เราก็จะมีอาการต่างๆที่สามารถเกิดขึ้นได้มาแนะนำ สำหรับคุณแม่หลังคลอดว่าจะมีโอกาสเกิดอาการป่วยแบบใดได้บ้าง อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอด มีไข้ เป็นอีกหนึ่งอาการที่คุณแม่จะต้องแจ้งแพทย์ทันที เพราะในช่วงที่ คุณแม่หลังคลอด คุณแม่ได้เสียเลือดเป็นจำนวนมาก ร่างกายเลยทำการผลิตเลือดขึ้นมา จึงทำให้อุณภูมิร่างกายของคุณแม่ไม่ปกติ จึงทำให้เกิดมีไข้หลังคลอดประมาณ 1- 2 ชั่วโมงได้ ตกเลือด เป็นอีกหนึ่งอาการที่น่ากลัวเช่นกัน เพราะอาการตกเลือดนี้จะเป็นอาการหลังคลอดที่คุณหมอได้ทำการเย็บแผลในมดลูกไม่สนิท