รถหัดเดิน อุปกรณ์เสริมอันตรายที่มาพร้อมกับก้าวแรกของลูกรัก

รถหัดเดิน อุปกรณ์เสริมอันตรายที่มาพร้อมกับก้าวแรกของลูกรัก #แม่บ้านยุคใหม่
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

                ถึงแม้ว่าจะมีข่าวออกมาบ่อยครั้งเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดจากรถหัดเดิน ที่ส่งผลให้เด็กบาดเจ็บถึงเสียชีวิต เหล่าแพทย์เด็กก็ออกมาเตือนอยู่เนื่องๆ ถึงโทษของมัน แต่ดูเหมือนว่าในประเทศไทยจะยังคงนิยมใช้รถหัดเดิน กันอย่างแพร่หลายเนื่องจากความสะดวกในการดูแลลูก ทั้งที่ความเป็นจริงและความสะดวกนั้นต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงมากมายอย่างที่เราคาดไม่ถึงกันเลยทีเดียว

อันตรายถึงชีวิต รถหัดเดินอุปกรณ์เสริมเสี่ยงอุบัติเหตุ

                รู้หรือไม่ว่ารถหัดเดิน ถูกห้ามวางจำหน่ายในบางประเทศอย่าง แคนาดา อเมริการในบางพื้นที่ และออสเตรเลีย เนื่องจากสาเหตุที่ว่านอกจากจะไม่ช่วยให้เด็กหัดเดินแล้ว มันยังมีอันตรายอีกมากมายหากผู้ปกครองไม่ดูแลอย่างใกล้ชิด แต่ในประเทศไทยนั้นยังมีการวางขายอยู่ทั่วไป หาซื้อได้ง่าย และไม่มีคำเตือนหรือข้อระวังใดๆ

เกี่ยวกับการใช้งาน หากมีก็เป็นตัวหนังสือเล็กๆ ที่แทบจะมองไม่เห็น ส่วนสาเหตุที่ใช้เนื่องจากว่าสะดวกในการดูแล สามารถจับให้เด็กเข้าไปในรถหัดเดิน แล้วปล่อยไว้หรือผูกติดกับเสาเพื่อความสะดวกในการทำงานอื่นๆ ซึ่งผิดอย่างมหันต์ เนื่องจากเคยมีเหตุการณ์ที่เด็กใช้รถหัดเดิน โดยไม่มีผู้ปกครองดูแล เดินออกไปกลางถนนจนถูกรถชนเสียชีวิต หรือถูกสุนัขกัดจนได้รับบาดเจ็บ

นอกจากนั้นยังส่งผลให้เด็กขาถ่าง เดินได้เองช้าลงกว่าเด็กที่ไม่ได้ใช้รถหัดเดินถึง 1 – 3 เดือนเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าจะใช้อยู่ในบ้านก็ตาม ยังคงมีความเสี่ยงที่เด็กจะตกจากที่สูงอย่างบันใด ชนข้าวของที่เป็นอันตรายอย่าเตารีดร้อนๆ หรือกาน้ำ สะดุดสายไฟหรือขาตัวเองจนล้ม หรือบางบ้านที่ใช้วิธีผูกเชือกไว้อาจทำให้เด็กพยายามหนีโดยการไถรถหัดเดิน

ไปจนสุดซึ่งอาจเกิดอุบัติเหตุลื่นล้มได้ การลื่นล้มในเด็กนั้นอัตรายกว่าที่คิดเนื่องจากร่างกายยังไม่แข็งแรง ส่งผลให้ได้รับความกระทบกระเทือนทางสมอง บาดเจ็บตามกระดูกข้อต่างๆ โดยเฉพาะบริเวณคอที่บอบบางเป็นพิเศษ ซึ่งอาจส่งผลร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

รถหัดเดิน ประโยชน์น้อย อันตรายมากคุณแม่มือใหม่โปรดใช้อย่างระวัง

                วิธีแก้ไขและป้องกันที่ดีที่สุดนั่นก็คือการงดใช้รถหัดเดิน เพราะนอกจากจะไม่ช่วยให้เด็กเดินได้แล้วยังทำให้เด็กเดินช้าลง เสี่ยงต่อการบาดเจ็บและชีวิตอีกด้วย ประโยชน์ที่ได้นั้นน้อยจนไม่คุ้มค่าต่อการเสี่ยงอันตราย เพราะฉะนั้นครอบครัวไหนที่กำลังพิจารณาว่าจะซื้อรถหัดเดิน ให้บุตรหลานอยู่แล้ว ขอให้ลองพิจารณาทบทวนอย่างดีอีกสักครั้งก่อนจะซื้อรถหัดเดิน มาใช้งานจริง

#แม่บ้านยุคใหม่ #ครอบครัว #รถหัดเดิน

More to explorer

เมื่อลูกเป็น “โรคภูมิแพ้” จะมีวิธีดูแลได้อย่างไร #แม่บ้านยุคใหม่

เมื่อลูกเป็น “โรคภูมิแพ้” จะมีวิธีดูแลได้อย่างไร

สำหรับโรคภูมิแพ้ถือว่าเป็นโรคที่เด็กๆเป็นกันมากที่สุด ซึ่งโรคภูมิแพ้นี้เกิดขึ้นได้โดยเฉพาะกับสภาพอากาศเย็นและชื้น ซึ่งเด็กๆมักจะมีอาการน้ำมูกไหลจะจามกัน สำหรับโรคภูมิแพ้นี้ถือว่าไม่ได้เป็นโรคที่น่ากลัวแต่อย่างไร แต่หากเป็นแล้วก็สามารถเป็นได้อีกไม่มีทางรักษาให้หายขาด เพราะฉะนั้นใครที่เป็นโรคภูมิแพ้ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ก็จะต้องมีวิธีจัดการกับตัวเองให้ระงับอาหารที่เกิดขึ้นให้ได้ โดยอาการของโรคภูมิแพ้ของเด็กแต่ละคนนั้นจะแสดงออกมาที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเด็กบางคนนั้นอาจจะแสดงอาการทางผิวหนึ่ง ที่เรียกกันว่า ลมพิษ หรือเด็กบางมีอาการเยื่อจมูกอักเสบ วันนี้เราจึงมีวิธีป้องกัน โรคภูมิแพ้ มาฝากคุณพ่อคุณแม่แต่ละคน ได้ลองทำกันดู วิธีป้องกันโรคภูมิแพ้ให้กับเด็กๆสามารถทำได้ดังนี้ ป้องกันฝุ่นและไรฝุ่น ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สามารถทำให้เกิด โรคภูมิแพ้ ได้ โดยคุณแม่จะต้องจัดการทำความสะอาดส่วนต่างของบ้าน

หากลูกป่วยเป็น RSV จะต้องทำอย่างไร และอันตรายแค่ไหน? #แม่บ้านยุคใหม่

หากลูกป่วยเป็นRSV จะต้องทำอย่างไร และอันตรายแค่ไหน?

สำหรับทุกวันนี้เรามักพบเชื้อไวรัสมากมาย ซึ่งไวรัสบางตัวเราก็ยังไม่เคยเนมาก่อน ซึ่งในระยะเวลา 10-20 ปี ไวรัสเหล่านั้นได้กลายพันธุ์ให้มาติดเด็กๆ จนทำให้ทางการแพทย์จึงต้องเร่งศึกษาและหาวิธีรักษากันทุกวัน วันนี้เราจะก็มาบอกข้อมูลของไวรัส RSV ที่เป็นไวรัสที่เด็กเล็กป่วยบ่อยที่สุดช่วงตอนอากาศชื้นๆ อาการของไวรัส RSV นี้ยังทำให้เด็กมีไข้ ตัวร้อน บางรายเข้าทำการรักษาไม่ทันเด็กก็ถึงขั้นเสียชีวิตได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นเราจะต้องมีวิธีจัดการกับไวรัสตัวนี้ หากรู้ว่าลูกเป็นคุณแม่จะต้องทำอย่างไร ไปดูกัน เด็กที่ป่วยเป็น RSV มีอาการอย่างไร มีไข้สูง

อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอดที่ต้องระวัง!! #แม่บ้านยุคใหม่

อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอดที่ต้องระวัง!!

คุณแม่หลังคลอดเป็นคุณแม่ที่ต้องการพักฟื้นร่างกายมากที่สุด เพราะคุณแม่จะเสียลือดมากและได้รับอาการบาดเจ็บบริเวณช่องคลอด การที่คุณแม่มีร่างกายอ่อนเพลียในช่วงนี้จึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่มีโรคต่างๆแทรกซ้อนเข้ามา ด้วยสภาวะฮอร์โมนกำลังปรับตัว จึงทำให้สภาพร่างกายและสภาพจิตใจของคุณยังไม่ปกติ วันนี้เราก็จะมีอาการต่างๆที่สามารถเกิดขึ้นได้มาแนะนำ สำหรับคุณแม่หลังคลอดว่าจะมีโอกาสเกิดอาการป่วยแบบใดได้บ้าง อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอด มีไข้ เป็นอีกหนึ่งอาการที่คุณแม่จะต้องแจ้งแพทย์ทันที เพราะในช่วงที่ คุณแม่หลังคลอด คุณแม่ได้เสียเลือดเป็นจำนวนมาก ร่างกายเลยทำการผลิตเลือดขึ้นมา จึงทำให้อุณภูมิร่างกายของคุณแม่ไม่ปกติ จึงทำให้เกิดมีไข้หลังคลอดประมาณ 1- 2 ชั่วโมงได้ ตกเลือด เป็นอีกหนึ่งอาการที่น่ากลัวเช่นกัน เพราะอาการตกเลือดนี้จะเป็นอาการหลังคลอดที่คุณหมอได้ทำการเย็บแผลในมดลูกไม่สนิท