วิธีการดูแลเล็บอย่างไรไม่ให้เหลือง สุขภาพดี แข็งแรง

วิธีการดูแลเล็บอย่างไรไม่ให้เหลือง สุขภาพดี แข็งแรง #แม่บ้านยุคใหม่
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

คนส่วนใหญ่มักจะให้ความสำคัญกับใบหน้าหรือส่วนต่างๆของร่างกาย เช่น ผิวพรรณ เส้นผม เป็นต้น จนอาจจะลืมไปว่าเล็บก็มีความสำคัญ ลองคิดดูให้ดีหากเล็บของคุณเกิดปัญหา สุขภาพเล็บไม่แข็งแรง เปราะบางแตกหักง่าย และเราต้องใช้มือในการทำกิจกรรมต่างๆอยู่เป็นประจำ เมื่อเล็บมีปัญหาแน่นอนว่าการทำกิจกรรมของคุณนั้นไม่สนุกแน่นอน เพราะมันอาจสร้างความเจ็บปวดให้คุณได้ และวันนี้เราจึงได้นำเอาข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการดูแลเล็บอย่างไรไม่ให้เหลือง สุขภาพดี แข็งแรงมาฝากกันจ้า

วิธีการดูแลเล็บอย่างไรไม่ให้เหลือง สุขภาพดี แข็งแรง

  • พยายามอย่าให้โดนน้ำนานเกินไป ในผู้ที่เล็บมีความเปราะบางอยู่แล้ว การที่เล็บสัมผัสหรือแช่น้ำนานเกิดไปอาจสร้างความเสียหายให้กับเล็บของคุณได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารเคมี เช่น น้ำยางล้างจาน น้ำยาย้อมสีผม เพราะฉะนั้นก่อนทำกิจกรรมเหล่านี้ควรสวมใส่ถุงมือให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันการเปราะหักของเล็บ
  • ดื่มน้ำให้เพียงพออย่าให้ขาด การดื่มน้ำจะทำให้ระบบการทำงานภายในร่างกายทำงานปกติรวมไปถึงเล็บด้วย หากอยากมีเล็บที่แข็งแรงก็ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ
  • บำรุงเล็บด้วยผลิตภัณฑ์เฉพาะอีกหนึ่งวิธีการดูแลเล็บที่ไม่ยากเลย หากคุณเป็นคนที่ชอบทำเล็บอยู่แล้วแน่นอนว่าเล็บจะเปราะบางกว่าปกติ เพราะฉะนั้นควรหาผลิตภัณฑ์บำรุงเล็บที่ดีมาใช้ก่อนที่เล็บจะพัง และไม่ควรใช้น้ำยาล้างเล็บที่มีส่วนผสมของอะซิโตน (Acetone)
  • ระวังอย่าไว้เล็บยาวจนเกินไป นอกจากจะหยิบจับอะไรก็ลำบากแล้ว ยังมีความเสี่ยงสูงที่เล็บจะฉีกหักสร้างความเจ็บปวดให้กับคุณอีกด้วย
  • ตะไบเล็บให้ถูกต้อง ซึ่งวิธีตะไบเล็บที่ถูกต้องก็คือต้องตะไบไปทางเดียว และอย่าตะไบบริเวณข้างเล็บมากเกินไปเท่านั้นเองเป็นวิธีการดูแลเล็บง่ายๆที่คุณทำได้
  • อย่าทำเล็บเจลหรือเล็บอะคริลิกบ่อยจนเกินไป ถึงแม้ว่าการทำเล็บเจลหรือเล็บอะคริลิกนั้นจะอยู่ทนทานนานกว่าน้ำยาทาเล็บแบบธรรมดา แต่ก็สร้างความเสียหายและทำให้เล็บเปราะบางให้กับเล็บของคุณได้มากกว่าเช่นกัน
  • ปรึกษาคุณหมอ หากคุณมีปัญหาเล็บอย่างรุนแรง พยายามปฏิบัติตามวิธีข้างต้นแล้วแต่ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ การเข้าพบแพทย์เพื่อปรึกษาและรับการรักษาจะช่วยได้ เพราะอาจมีปัญหาสุขภาพอื่นแอบแฝงอยู่ก็ได้

สำหรับวิธีการดูแลเล็บอย่างไรไม่ให้เหลือง สุขภาพดี แข็งแรงที่เรานำมาฝากกันนี้ เป็นวิธีที่คุณเองสามารถปฏิบัติตามได้โดยง่ายไม่ยุ่งยาก สามารถทำได้เอง ใครที่ปล่อยปละละเลยเล็บมือและเล็บเท้ามาเป็นเวลานานก็ควรให้ความใส่ใจบ้าง

#แม่บ้านยุคใหม่ #ไลฟ์สไตล์ #วิธีการดูแลเล็บ

More to explorer

เมื่อลูกเป็น “โรคภูมิแพ้” จะมีวิธีดูแลได้อย่างไร #แม่บ้านยุคใหม่

เมื่อลูกเป็น “โรคภูมิแพ้” จะมีวิธีดูแลได้อย่างไร

สำหรับโรคภูมิแพ้ถือว่าเป็นโรคที่เด็กๆเป็นกันมากที่สุด ซึ่งโรคภูมิแพ้นี้เกิดขึ้นได้โดยเฉพาะกับสภาพอากาศเย็นและชื้น ซึ่งเด็กๆมักจะมีอาการน้ำมูกไหลจะจามกัน สำหรับโรคภูมิแพ้นี้ถือว่าไม่ได้เป็นโรคที่น่ากลัวแต่อย่างไร แต่หากเป็นแล้วก็สามารถเป็นได้อีกไม่มีทางรักษาให้หายขาด เพราะฉะนั้นใครที่เป็นโรคภูมิแพ้ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ก็จะต้องมีวิธีจัดการกับตัวเองให้ระงับอาหารที่เกิดขึ้นให้ได้ โดยอาการของโรคภูมิแพ้ของเด็กแต่ละคนนั้นจะแสดงออกมาที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเด็กบางคนนั้นอาจจะแสดงอาการทางผิวหนึ่ง ที่เรียกกันว่า ลมพิษ หรือเด็กบางมีอาการเยื่อจมูกอักเสบ วันนี้เราจึงมีวิธีป้องกัน โรคภูมิแพ้ มาฝากคุณพ่อคุณแม่แต่ละคน ได้ลองทำกันดู วิธีป้องกันโรคภูมิแพ้ให้กับเด็กๆสามารถทำได้ดังนี้ ป้องกันฝุ่นและไรฝุ่น ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สามารถทำให้เกิด โรคภูมิแพ้ ได้ โดยคุณแม่จะต้องจัดการทำความสะอาดส่วนต่างของบ้าน

หากลูกป่วยเป็น RSV จะต้องทำอย่างไร และอันตรายแค่ไหน? #แม่บ้านยุคใหม่

หากลูกป่วยเป็นRSV จะต้องทำอย่างไร และอันตรายแค่ไหน?

สำหรับทุกวันนี้เรามักพบเชื้อไวรัสมากมาย ซึ่งไวรัสบางตัวเราก็ยังไม่เคยเนมาก่อน ซึ่งในระยะเวลา 10-20 ปี ไวรัสเหล่านั้นได้กลายพันธุ์ให้มาติดเด็กๆ จนทำให้ทางการแพทย์จึงต้องเร่งศึกษาและหาวิธีรักษากันทุกวัน วันนี้เราจะก็มาบอกข้อมูลของไวรัส RSV ที่เป็นไวรัสที่เด็กเล็กป่วยบ่อยที่สุดช่วงตอนอากาศชื้นๆ อาการของไวรัส RSV นี้ยังทำให้เด็กมีไข้ ตัวร้อน บางรายเข้าทำการรักษาไม่ทันเด็กก็ถึงขั้นเสียชีวิตได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นเราจะต้องมีวิธีจัดการกับไวรัสตัวนี้ หากรู้ว่าลูกเป็นคุณแม่จะต้องทำอย่างไร ไปดูกัน เด็กที่ป่วยเป็น RSV มีอาการอย่างไร มีไข้สูง

อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอดที่ต้องระวัง!! #แม่บ้านยุคใหม่

อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอดที่ต้องระวัง!!

คุณแม่หลังคลอดเป็นคุณแม่ที่ต้องการพักฟื้นร่างกายมากที่สุด เพราะคุณแม่จะเสียลือดมากและได้รับอาการบาดเจ็บบริเวณช่องคลอด การที่คุณแม่มีร่างกายอ่อนเพลียในช่วงนี้จึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่มีโรคต่างๆแทรกซ้อนเข้ามา ด้วยสภาวะฮอร์โมนกำลังปรับตัว จึงทำให้สภาพร่างกายและสภาพจิตใจของคุณยังไม่ปกติ วันนี้เราก็จะมีอาการต่างๆที่สามารถเกิดขึ้นได้มาแนะนำ สำหรับคุณแม่หลังคลอดว่าจะมีโอกาสเกิดอาการป่วยแบบใดได้บ้าง อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอด มีไข้ เป็นอีกหนึ่งอาการที่คุณแม่จะต้องแจ้งแพทย์ทันที เพราะในช่วงที่ คุณแม่หลังคลอด คุณแม่ได้เสียเลือดเป็นจำนวนมาก ร่างกายเลยทำการผลิตเลือดขึ้นมา จึงทำให้อุณภูมิร่างกายของคุณแม่ไม่ปกติ จึงทำให้เกิดมีไข้หลังคลอดประมาณ 1- 2 ชั่วโมงได้ ตกเลือด เป็นอีกหนึ่งอาการที่น่ากลัวเช่นกัน เพราะอาการตกเลือดนี้จะเป็นอาการหลังคลอดที่คุณหมอได้ทำการเย็บแผลในมดลูกไม่สนิท