พ่อแม่ต้องรู้!! ทำอย่างไรเมื่อลูกแพ้แป้งสาลี

พ่อแม่ต้องรู้!! ทำอย่างไรเมื่อลูกแพ้แป้งสาลี #แม่บ้านยุคใหม่
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

เป็นเรื่องที่แปลกไหมสำหรับเด็กที่ชอบแพ้อาหาร บอกเลยว่าไม่ใชเรื่องแปลก เพราะแม้แต่ผู้ใหญ่บางคนยังมีอาการแพ้อาหารได้เลย ซึ่งช่วงเวลาเหล่านั้นเราไม่รู้เลยว่าร่างกายของเรามีความอ่อนแอและภูมิต้านทานในตอนนี้เป็นปกติหรือไม่ เด็กๆที่ยังมีอายุที่น้อยและมีการสร้างภูมิคุ้มกันไม่เต็มที่จึงมีโอกาส แพ้นมวัว แพ้ถั่ว และแพ้ไข่ การ แพ้แป้งสาลีก็เช่นกันจึงไม่ใช้เรื่องแปลกที่ลูกจะมีโอกาสแพ้ได้

เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาละหาวิธีรักษาเพื่อป้องกับอาหารแพ้เหล่านี้ คุณแม่ทุกคนจะต้องศึกษาดูข้อมูลไว้อย่างดี เพื่อที่จะเตรียมพร้อมหากลูกเกิดแพ้อาหารเหล่านี้กระทันหัน วันนี้เราจึงมีข้อมูลดีๆสำหรับคุณแม่เพื่อที่จะมาดูว่าเด็กที่แพ้แป้งสาลีจะมีอาการเป็นอย่างไร และมีวิธีรักษาได้อย่างไร

อาการของเด็กที่แพ้แป้งสาลี

  1. ผิวหนังของเด็กจะเกิดผื่นในลักษณะผื่นลมพิษ หน้าบวม ตาบวม ริมฝีปากบวม และคัน
  2. เด็กจะมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ไม่ว่าจเป็นอาการน้ำมูกไหลไอจาม หรือหากรุนแรงมากๆ อาจอักเสบไปถึงปอดที่นำไปสู่อาการหลอดลมตีบเฉียบพลันได้
  3. ระบบทางเดินอาหารมีปัญหา ทำให้เด็กมีอาการปากบวม คลื่นไส้ ปวดท้อง ท้องเสียนอกจากนี้เกยังไม่สามารถกลืนอะไรได้อีกด้วย
  4. เวียนศีรษะความดันโลหิตต่ำมึนๆงงๆ ไม่ค่อยมีสติ และหากแพ้หนักๆ อาจลามไปถึงการเสียชีวิต

สาเหตุที่ทำให้เด็กแพ้แป้งสาลี

  1. พันธุกรรมเป็นอีกหนึ่งส่วนที่ทำให้เด็กแพ้แป้งสาลีเพราะเด็กจะได้รับการแพ้แป้งของพ่อกับแม่เด็กได้ 
  2. ระบบภูมิคุ้มกันของเด็กยังไม่แข็งแรงพอที่จะทานได้ โดยเฉพาะเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 6 เดือน
  3. การใช้ชีวิตที่มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่แย่ลง ททำให้ระบบภูมิคุ้มกันแย่ลงไปตามด้วย จึงทำให้ร่างกายไม่สามารถรับแป้งสาลีได้

วิธีป้องกันเด็กแพ้แป้งสาลี

  1. ในระหว่างที่คุณแม่ตั้งครรภ์ คุณแม่สามารถทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เพื่อให้ส่งไปถึงลูกในการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ลูก
  2. ให้ลูกดื่มนมแม่จนครบอายุ 6 เดือนหรือมากกกว่า จะช่วยให้ลูกมีร่างกายที่แข็งแรง และร่างกายสร้างสามารถสร้างภูมิคุ้มกันที่จะสามารถรับสารอาหารจากแป้งสาลีได้
  3. เมื่อลูกถึงเวลาที่สามารถรับประทานแป้งได้ ให้ลูกลองค่อยๆชิมและสังเกตดูการ หากมีการแพ้แป้งสาลีให้หยุดกินทันที 

หากลูกของมีการแพ้แป้งสาลีหนักๆหรือทอดลองกินกี่ครั้งก็ทำให้แพ้อยู่ดี คุณแม่สามารถงดหรือหยุดอาหารจำพวกแป้งให้แก้เด็กได้เลย เพราะจะช่วยให้ลูกของคุณแม่ปลอดภัยขึ้นอย่างแน่นอน และนอกจากนี้คุณแม่สามารถเสริมอาหารอื่นๆที่สามารถทดแทนแป้งได้อย่างเช่น ชนิดอื่นๆ อย่างเช่น แป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวจ้าว หรือที่คุณหมอแนะนำจะดีที่สุด

#แม่บ้านยุคใหม่ #แหล่งรวบรวมความรู้เกี่ยวกับครอบครัว #แพ้แป้งสาลี

More to explorer

เมื่อลูกเป็น “โรคภูมิแพ้” จะมีวิธีดูแลได้อย่างไร #แม่บ้านยุคใหม่

เมื่อลูกเป็น “โรคภูมิแพ้” จะมีวิธีดูแลได้อย่างไร

สำหรับโรคภูมิแพ้ถือว่าเป็นโรคที่เด็กๆเป็นกันมากที่สุด ซึ่งโรคภูมิแพ้นี้เกิดขึ้นได้โดยเฉพาะกับสภาพอากาศเย็นและชื้น ซึ่งเด็กๆมักจะมีอาการน้ำมูกไหลจะจามกัน สำหรับโรคภูมิแพ้นี้ถือว่าไม่ได้เป็นโรคที่น่ากลัวแต่อย่างไร แต่หากเป็นแล้วก็สามารถเป็นได้อีกไม่มีทางรักษาให้หายขาด เพราะฉะนั้นใครที่เป็นโรคภูมิแพ้ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ก็จะต้องมีวิธีจัดการกับตัวเองให้ระงับอาหารที่เกิดขึ้นให้ได้ โดยอาการของโรคภูมิแพ้ของเด็กแต่ละคนนั้นจะแสดงออกมาที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเด็กบางคนนั้นอาจจะแสดงอาการทางผิวหนึ่ง ที่เรียกกันว่า ลมพิษ หรือเด็กบางมีอาการเยื่อจมูกอักเสบ วันนี้เราจึงมีวิธีป้องกัน โรคภูมิแพ้ มาฝากคุณพ่อคุณแม่แต่ละคน ได้ลองทำกันดู วิธีป้องกันโรคภูมิแพ้ให้กับเด็กๆสามารถทำได้ดังนี้ ป้องกันฝุ่นและไรฝุ่น ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สามารถทำให้เกิด โรคภูมิแพ้ ได้ โดยคุณแม่จะต้องจัดการทำความสะอาดส่วนต่างของบ้าน

หากลูกป่วยเป็น RSV จะต้องทำอย่างไร และอันตรายแค่ไหน? #แม่บ้านยุคใหม่

หากลูกป่วยเป็นRSV จะต้องทำอย่างไร และอันตรายแค่ไหน?

สำหรับทุกวันนี้เรามักพบเชื้อไวรัสมากมาย ซึ่งไวรัสบางตัวเราก็ยังไม่เคยเนมาก่อน ซึ่งในระยะเวลา 10-20 ปี ไวรัสเหล่านั้นได้กลายพันธุ์ให้มาติดเด็กๆ จนทำให้ทางการแพทย์จึงต้องเร่งศึกษาและหาวิธีรักษากันทุกวัน วันนี้เราจะก็มาบอกข้อมูลของไวรัส RSV ที่เป็นไวรัสที่เด็กเล็กป่วยบ่อยที่สุดช่วงตอนอากาศชื้นๆ อาการของไวรัส RSV นี้ยังทำให้เด็กมีไข้ ตัวร้อน บางรายเข้าทำการรักษาไม่ทันเด็กก็ถึงขั้นเสียชีวิตได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นเราจะต้องมีวิธีจัดการกับไวรัสตัวนี้ หากรู้ว่าลูกเป็นคุณแม่จะต้องทำอย่างไร ไปดูกัน เด็กที่ป่วยเป็น RSV มีอาการอย่างไร มีไข้สูง

อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอดที่ต้องระวัง!! #แม่บ้านยุคใหม่

อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอดที่ต้องระวัง!!

คุณแม่หลังคลอดเป็นคุณแม่ที่ต้องการพักฟื้นร่างกายมากที่สุด เพราะคุณแม่จะเสียลือดมากและได้รับอาการบาดเจ็บบริเวณช่องคลอด การที่คุณแม่มีร่างกายอ่อนเพลียในช่วงนี้จึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่มีโรคต่างๆแทรกซ้อนเข้ามา ด้วยสภาวะฮอร์โมนกำลังปรับตัว จึงทำให้สภาพร่างกายและสภาพจิตใจของคุณยังไม่ปกติ วันนี้เราก็จะมีอาการต่างๆที่สามารถเกิดขึ้นได้มาแนะนำ สำหรับคุณแม่หลังคลอดว่าจะมีโอกาสเกิดอาการป่วยแบบใดได้บ้าง อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอด มีไข้ เป็นอีกหนึ่งอาการที่คุณแม่จะต้องแจ้งแพทย์ทันที เพราะในช่วงที่ คุณแม่หลังคลอด คุณแม่ได้เสียเลือดเป็นจำนวนมาก ร่างกายเลยทำการผลิตเลือดขึ้นมา จึงทำให้อุณภูมิร่างกายของคุณแม่ไม่ปกติ จึงทำให้เกิดมีไข้หลังคลอดประมาณ 1- 2 ชั่วโมงได้ ตกเลือด เป็นอีกหนึ่งอาการที่น่ากลัวเช่นกัน เพราะอาการตกเลือดนี้จะเป็นอาการหลังคลอดที่คุณหมอได้ทำการเย็บแผลในมดลูกไม่สนิท