รับมือได้!! จะจัดการอย่างไรเมื่อลูกร้องอาละวาด

รับมือได้!! จะจัดการอย่างไรเมื่อลูกร้องอาละวาด #แม่บ้านยุคใหม่
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

คุณแม่หลายๆคนจะมีวิธีรับมือเมื่อลูกงอแงร้องไห้ที่ต่างกันออกไป แต่สำหรับคุณแม่มือใหม่ที่มีลูกยังเล็กๆอยู่ก็อาจจะยังไม่มีประสบการณ์ในด้านนี้ จึงทำให้คุณแม่อาจจะต้องไปค้นหาวิธีรับมือกับลูกเพิ่มเติม เพราะหากเกิดปัญหากับคุณแม่มือใหม่ก็จะสามารถจัดการปัญหาได้อย่างง่ายได้ การจัดการปัญหาลูกๆเมื่อลูกร้องอาละวาด มีผู้ใหญ่หลายคนมักจะใช้วิธีการจัดการที่ผิด ซึ่งคุณแม่สามารถเข้ามาศึกษาและเรียนรู้วิธีจัดการกับเราได้เลย

วิธีจัดการปัญหาเมื่อลูกร้องอาละวาดได้ดีที่สุด

1.คุณแม่จะต้องสังเกตการณ์ร้องของลูก ว่าลูกของเรานั้นร้องในลักษณะไหน ซึ่งหากร้องนี้คุณแม่สามารถสังเกตได้คือ ร้องไห้เจ็บป่วย ร้องไห้เพราะนอนไม่พอ ร้องไห้เพราะโมโห หรือร้องไห้เพราะสังคม ซึ่งการร้องที่กล่าวมานี้จะมีวิธีแก้ปัญหาที่ต่างกัน ซึ่งแต่ละวิธีนั้นคือการแก้ปัญหาที่จุดเกิดเหตุนั้นเอง

2.การร้องไห้ของลูกในช่วงของอายุ โดยเฉพาะอายุ 12-18 เดือน หรืออายุ 2 – 3 ปี เด็กในช่วงอายุดังกล่าวนี้จะมีการร้องไห้ที่มีจุดประสงค์เดียวกันคือ การต้องการความรักและความสนใจ ซึ่งทั้งหมดนี้คุณแม่สามารถพูดคุยกับเด็กได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องลงไม่ลงมือ เมื่อคุณแม่สามารถจับทางหรือรับรู้ถึงความต้องการได้ ก็จะช่วยให้ลูกสงบได้อย่างง่ายดาย

3.เด็กอายุ 2 – 3 ปี เป็นวัยลูกร้องอาละวาด ซึ่งคุณแม่ทุกคนจะต้องเจอ เพราะช่วงวัยนี้ของลูกเป็นช่วงที่ลูกมีการพัฒนาด้านทางอารมณ์ ลูกมักจะแสดงอาการไม่ค่อยนัก เพื่อเป็นการทดสอบคุณแม่ว่า หากลูกทำไม่ดีอย่างนี้ จะโดนอะไร หากรู้ร้องด้วยเสียดังแบบนี้จะเกิดอะไรขึ้น ซึ่งการทดสอบอารมณ์นี้จะเป็นการจดจำและนำไปใช้อีกด้วย ซึ่งมีผู้ใหญ่หลายๆคนอาจจะพลาดที่ไปตีเด็ก จึงทำให้เด็กซึมซับความรุนแรงนี้ไปได้ เพราะฉะนั้นคุณแม่จะต้องใจเย็นและมีสติอยู่เสมอ ให้นึกตลอดว่านี้คือการทดสอบของคุณแม่และลูกนั้นเอง

4.การถูกตามใจและเข้มงวดมากเกินไป การถูกตามใจมากเกินไป มักจะทำให้ลูกมีปัญหาทางด้านจิตใจเช่นกัน เพราะลูกจะได้รับการเคยชินกับสิ่งที่ลูกเคยได้ จึงทำให้ร้องไห้โวยวายเพราะคิดว่าเขาต้องได้สิ่งที่เขาต้องการอย่างแน่นอน ส่วนการเข้มงวดนั้นถือว่าเป็นการระเบิดอารมณ์ของเด็ก ที่อยู่ในกฎตลอดเวลา เมื่อมันถูกปลดปล่อยแล้วก็ยากที่จะหยุดโวยวายได้นั้นเอง

เพราะฉะนั้นคุณแม่จะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องของสภาวะอารมณ์เมื่อลูกร้องอาละวาด ซึ่งรู้จะสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นท่าทาง การกระทำ และวาจาของคุณพ่อคุณแม่และผู้เลี้ยงดู ซึ่งผู้ปกครองจะต้องมีความอดทนที่สูงมากๆ เพียงแค่ระยะเวลาใกล้เข้า 4 ขวบ ลูกก็จะมีนิสัยเปลี่ยนไปอีกนั้นแบบเองหากคุณแม่มีความอดทนในช่วงนี้

#แหล่งรวบรวมความรู้เกี่ยวกับครอบครัว #แม่บ้านยุคใหม่ #ลูกร้องอาละวาด

More to explorer

เมื่อลูกเป็น “โรคภูมิแพ้” จะมีวิธีดูแลได้อย่างไร #แม่บ้านยุคใหม่

เมื่อลูกเป็น “โรคภูมิแพ้” จะมีวิธีดูแลได้อย่างไร

สำหรับโรคภูมิแพ้ถือว่าเป็นโรคที่เด็กๆเป็นกันมากที่สุด ซึ่งโรคภูมิแพ้นี้เกิดขึ้นได้โดยเฉพาะกับสภาพอากาศเย็นและชื้น ซึ่งเด็กๆมักจะมีอาการน้ำมูกไหลจะจามกัน สำหรับโรคภูมิแพ้นี้ถือว่าไม่ได้เป็นโรคที่น่ากลัวแต่อย่างไร แต่หากเป็นแล้วก็สามารถเป็นได้อีกไม่มีทางรักษาให้หายขาด เพราะฉะนั้นใครที่เป็นโรคภูมิแพ้ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ก็จะต้องมีวิธีจัดการกับตัวเองให้ระงับอาหารที่เกิดขึ้นให้ได้ โดยอาการของโรคภูมิแพ้ของเด็กแต่ละคนนั้นจะแสดงออกมาที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเด็กบางคนนั้นอาจจะแสดงอาการทางผิวหนึ่ง ที่เรียกกันว่า ลมพิษ หรือเด็กบางมีอาการเยื่อจมูกอักเสบ วันนี้เราจึงมีวิธีป้องกัน โรคภูมิแพ้ มาฝากคุณพ่อคุณแม่แต่ละคน ได้ลองทำกันดู วิธีป้องกันโรคภูมิแพ้ให้กับเด็กๆสามารถทำได้ดังนี้ ป้องกันฝุ่นและไรฝุ่น ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สามารถทำให้เกิด โรคภูมิแพ้ ได้ โดยคุณแม่จะต้องจัดการทำความสะอาดส่วนต่างของบ้าน

หากลูกป่วยเป็น RSV จะต้องทำอย่างไร และอันตรายแค่ไหน? #แม่บ้านยุคใหม่

หากลูกป่วยเป็นRSV จะต้องทำอย่างไร และอันตรายแค่ไหน?

สำหรับทุกวันนี้เรามักพบเชื้อไวรัสมากมาย ซึ่งไวรัสบางตัวเราก็ยังไม่เคยเนมาก่อน ซึ่งในระยะเวลา 10-20 ปี ไวรัสเหล่านั้นได้กลายพันธุ์ให้มาติดเด็กๆ จนทำให้ทางการแพทย์จึงต้องเร่งศึกษาและหาวิธีรักษากันทุกวัน วันนี้เราจะก็มาบอกข้อมูลของไวรัส RSV ที่เป็นไวรัสที่เด็กเล็กป่วยบ่อยที่สุดช่วงตอนอากาศชื้นๆ อาการของไวรัส RSV นี้ยังทำให้เด็กมีไข้ ตัวร้อน บางรายเข้าทำการรักษาไม่ทันเด็กก็ถึงขั้นเสียชีวิตได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นเราจะต้องมีวิธีจัดการกับไวรัสตัวนี้ หากรู้ว่าลูกเป็นคุณแม่จะต้องทำอย่างไร ไปดูกัน เด็กที่ป่วยเป็น RSV มีอาการอย่างไร มีไข้สูง

อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอดที่ต้องระวัง!! #แม่บ้านยุคใหม่

อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอดที่ต้องระวัง!!

คุณแม่หลังคลอดเป็นคุณแม่ที่ต้องการพักฟื้นร่างกายมากที่สุด เพราะคุณแม่จะเสียลือดมากและได้รับอาการบาดเจ็บบริเวณช่องคลอด การที่คุณแม่มีร่างกายอ่อนเพลียในช่วงนี้จึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่มีโรคต่างๆแทรกซ้อนเข้ามา ด้วยสภาวะฮอร์โมนกำลังปรับตัว จึงทำให้สภาพร่างกายและสภาพจิตใจของคุณยังไม่ปกติ วันนี้เราก็จะมีอาการต่างๆที่สามารถเกิดขึ้นได้มาแนะนำ สำหรับคุณแม่หลังคลอดว่าจะมีโอกาสเกิดอาการป่วยแบบใดได้บ้าง อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอด มีไข้ เป็นอีกหนึ่งอาการที่คุณแม่จะต้องแจ้งแพทย์ทันที เพราะในช่วงที่ คุณแม่หลังคลอด คุณแม่ได้เสียเลือดเป็นจำนวนมาก ร่างกายเลยทำการผลิตเลือดขึ้นมา จึงทำให้อุณภูมิร่างกายของคุณแม่ไม่ปกติ จึงทำให้เกิดมีไข้หลังคลอดประมาณ 1- 2 ชั่วโมงได้ ตกเลือด เป็นอีกหนึ่งอาการที่น่ากลัวเช่นกัน เพราะอาการตกเลือดนี้จะเป็นอาการหลังคลอดที่คุณหมอได้ทำการเย็บแผลในมดลูกไม่สนิท