ปัญหาหนักใจแม่!! หัวนมบอด กับ การให้นมลูก

ปัญหาหนักใจแม่!! หัวนมบอด กับ การให้นมลูก #แม่บ้านยุคใหม่
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

อวัยวะต่างๆบนร่างกายของเรานั้นแต่ละส่วนล้วนมีหน้าที่ที่สำคัญของตัวเอง เช่น แบน ขา ดวงตา หู ปาก เป็นต้น สำหรับคุณแม่หลังคลอดอวัยวะที่สำคัญอย่างมากนั่นก็คือ เต้านม เพราะเต้านมจะเป็นแหล่งผลิตน้ำนมให้กับลุกน้อยที่กำลังเพิ่งคลอดออกมานั่นเอง แต่ในคุณแม่บางรายมีปัญหากับเรื่องของเต้านม รวมไปถึงหัวนม

ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ ปัญหาหัวนมบอด แน่นอนว่าส่งผลต่อการให้นมบุตรโดยตรง ว่าแต่หากคุณกำลังเจอปัญหาหัวนมบอดนี้อยู่จะมีวิธีทำอย่างไรบ้างนั้น ไปดูรายละเอียดกันได้เลยจ้า

ลักษณะของหัวนมบอด

  1. ขั้นต้นหัวนมบอด จะมีลักษณะคือ หัวนมจะยุบเข้าไปเป็นบางส่วนเท่านั้นจะไม่ยุบเข้าไปทั้งหมด ซึ่งหัวนมสามารถออกมาได้เองเมื่อถูกกระตุ้น เช่น อากาศเย็น การดูด หรือใช้มือดึงหัวนมออกมา ซึ่งลักษณะของหัวนมเช่นนี้สามารถให้นมบุตรได้ไม่มีปัญหาอะไร
  2. หัวนมบอดชั้นกลาง จะมีลักษณะคือ หัวนมยุบเข้าไปด้านใน จะสามารถดึงออกมาได้ชั่วคราวเท่านั้น แล้วหัวนมก็จะยุบตัวลงเข้าไปด้านในอีก หัวนมบอดลักษณะนี้จะสามารถให้นมบุตรได้เป็นบางรายเท่านั้น แต่ในบางรายไม่สามารถทำได้เนื่องจากท่อน้ำนมรัดตัว ต้องแก้ปัญหาด้วยการใช้อุปกรณ์แก้ไขหัวนมบอดมาช่วย
  3. หัวนมบอดขั้นรุนแรง สำหรับอาการหัวนมบอดเช่นนี้จะไม่สามารถให้นมบุตรได้ เพราะหัวนมจะยุบตัวเข้าไปด้านในทั้งหมด และที่สำคัญท่อน้ำนมจะรั้งตัวและคดอยู่ข้างในจึงอาจทำให้ไม่สามารถให้นมบุตรได้ แต่สามารถแก้ไขได้ด้วยการผ่าตัด

วิธีแก้หัวนมบอด

  1. ใช้นิ้วโป้ง และ นิ้วชี้ คีบที่หัวนมแล้วดึงออกอย่างเบามือประมาณ 2-3 ครั้ง แล้วปล่อยหัวนมกลับเข้าสู่ปกติ
  2. หมั่นดึงหัวนมขณะอาบน้ำจะเป็นการสลายพังผืด
  3. กระตุ้นหัวนมด้วยการใช้นิ้วชี้และนิ้วโป้งบีบเบาๆที่หัวนมคลึงไปมาประมาณ 30 วินาที จากนั้นให้ลูกดูดทันที
  4. ใช้ที่ปั้มนมกระตุ้นเป็นตัวช่วย ด้วยการใช้เครื่องปั้มนมก่อนให้ลูกดูดนม ซึ่งเครื่องปั้มจะช่วยดึงหัวนมของคุณแม่ให้ออกมาได้ ซึ่งปัจจุบันนี้ในทุกๆ โรงพยาบาลจะมีเครื่องปั้มนมไว้คอยบริการคุณแม่อยู่แล้ว ซึ่งถ้าหากใช้อย่างถูกวิธีก็จะไม่ทำให้รู้สึกเจ็บ

สำหรับปัญหาหัวนมบอดนี้มีคุณแม่หลายคนที่กำลังเจอปัญหานี้อยู่ ซึ่งสามารถนำเอาข้อมูลความรู้ข้างต้นที่เรานำมาฝากกันข้างต้นไปลองปรับใช้กันดูได้ เพื่อที่จะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ รับรองได้ว่าหากปฏิบัติตามคำแนะนำข้างต้นปัญหาหัวนมบอดก็จะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไปจ้า สำหรับครั้งหน้าเราจะนำเอาข้อมูลความรู้ดีๆด้านใดมาฝากกันอีกต้องติดตามกันต่อไป

#แหล่งรวบรวมความรู้เกี่ยวกับครอบครัว #แม่บ้านยุคใหม่ #หัวนมบอด

More to explorer

เมื่อลูกเป็น “โรคภูมิแพ้” จะมีวิธีดูแลได้อย่างไร #แม่บ้านยุคใหม่

เมื่อลูกเป็น “โรคภูมิแพ้” จะมีวิธีดูแลได้อย่างไร

สำหรับโรคภูมิแพ้ถือว่าเป็นโรคที่เด็กๆเป็นกันมากที่สุด ซึ่งโรคภูมิแพ้นี้เกิดขึ้นได้โดยเฉพาะกับสภาพอากาศเย็นและชื้น ซึ่งเด็กๆมักจะมีอาการน้ำมูกไหลจะจามกัน สำหรับโรคภูมิแพ้นี้ถือว่าไม่ได้เป็นโรคที่น่ากลัวแต่อย่างไร แต่หากเป็นแล้วก็สามารถเป็นได้อีกไม่มีทางรักษาให้หายขาด เพราะฉะนั้นใครที่เป็นโรคภูมิแพ้ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ก็จะต้องมีวิธีจัดการกับตัวเองให้ระงับอาหารที่เกิดขึ้นให้ได้ โดยอาการของโรคภูมิแพ้ของเด็กแต่ละคนนั้นจะแสดงออกมาที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเด็กบางคนนั้นอาจจะแสดงอาการทางผิวหนึ่ง ที่เรียกกันว่า ลมพิษ หรือเด็กบางมีอาการเยื่อจมูกอักเสบ วันนี้เราจึงมีวิธีป้องกัน โรคภูมิแพ้ มาฝากคุณพ่อคุณแม่แต่ละคน ได้ลองทำกันดู วิธีป้องกันโรคภูมิแพ้ให้กับเด็กๆสามารถทำได้ดังนี้ ป้องกันฝุ่นและไรฝุ่น ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สามารถทำให้เกิด โรคภูมิแพ้ ได้ โดยคุณแม่จะต้องจัดการทำความสะอาดส่วนต่างของบ้าน

หากลูกป่วยเป็น RSV จะต้องทำอย่างไร และอันตรายแค่ไหน? #แม่บ้านยุคใหม่

หากลูกป่วยเป็นRSV จะต้องทำอย่างไร และอันตรายแค่ไหน?

สำหรับทุกวันนี้เรามักพบเชื้อไวรัสมากมาย ซึ่งไวรัสบางตัวเราก็ยังไม่เคยเนมาก่อน ซึ่งในระยะเวลา 10-20 ปี ไวรัสเหล่านั้นได้กลายพันธุ์ให้มาติดเด็กๆ จนทำให้ทางการแพทย์จึงต้องเร่งศึกษาและหาวิธีรักษากันทุกวัน วันนี้เราจะก็มาบอกข้อมูลของไวรัส RSV ที่เป็นไวรัสที่เด็กเล็กป่วยบ่อยที่สุดช่วงตอนอากาศชื้นๆ อาการของไวรัส RSV นี้ยังทำให้เด็กมีไข้ ตัวร้อน บางรายเข้าทำการรักษาไม่ทันเด็กก็ถึงขั้นเสียชีวิตได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นเราจะต้องมีวิธีจัดการกับไวรัสตัวนี้ หากรู้ว่าลูกเป็นคุณแม่จะต้องทำอย่างไร ไปดูกัน เด็กที่ป่วยเป็น RSV มีอาการอย่างไร มีไข้สูง

อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอดที่ต้องระวัง!! #แม่บ้านยุคใหม่

อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอดที่ต้องระวัง!!

คุณแม่หลังคลอดเป็นคุณแม่ที่ต้องการพักฟื้นร่างกายมากที่สุด เพราะคุณแม่จะเสียลือดมากและได้รับอาการบาดเจ็บบริเวณช่องคลอด การที่คุณแม่มีร่างกายอ่อนเพลียในช่วงนี้จึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่มีโรคต่างๆแทรกซ้อนเข้ามา ด้วยสภาวะฮอร์โมนกำลังปรับตัว จึงทำให้สภาพร่างกายและสภาพจิตใจของคุณยังไม่ปกติ วันนี้เราก็จะมีอาการต่างๆที่สามารถเกิดขึ้นได้มาแนะนำ สำหรับคุณแม่หลังคลอดว่าจะมีโอกาสเกิดอาการป่วยแบบใดได้บ้าง อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอด มีไข้ เป็นอีกหนึ่งอาการที่คุณแม่จะต้องแจ้งแพทย์ทันที เพราะในช่วงที่ คุณแม่หลังคลอด คุณแม่ได้เสียเลือดเป็นจำนวนมาก ร่างกายเลยทำการผลิตเลือดขึ้นมา จึงทำให้อุณภูมิร่างกายของคุณแม่ไม่ปกติ จึงทำให้เกิดมีไข้หลังคลอดประมาณ 1- 2 ชั่วโมงได้ ตกเลือด เป็นอีกหนึ่งอาการที่น่ากลัวเช่นกัน เพราะอาการตกเลือดนี้จะเป็นอาการหลังคลอดที่คุณหมอได้ทำการเย็บแผลในมดลูกไม่สนิท