“ออทิสติก” ป้องกันตั้งแต่คุณแม่เริ่มตั้งครรภ์

“ออทิสติก” ป้องกันตั้งแต่คุณแม่เริ่มตั้งครรภ์ #แม่บ้านยุคใหม่
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

โรคออทิสติกเป็นโรคหนึ่งที่หลายๆคนกำลังกลัวกัน โดยเฉพาะคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ ที่กังวลมากหากลูกเป็น ออทิสติก อันที่จริงแล้วการที่เป็นออทิสติกไม่น่ากลัวอะไรมาก แต่ออทิสติกมักจะมากับโรคแทรกซ้อนต่างๆ เพราะร่างกายของเด็กที่เป็นออทิสติกมักจะอ่อนแออยู่แล้ว จึงทำให้หลายคนเคยเห็นนั้นมีอาการรุนแรงถึงชีวิตของเด็กได้

เพราะฉะนั้นการควบคุมและป้องกันไม่ให้ลูกเป็นออทิสติก คุณแม่สามารถปฏิบัติได้ แต่ควรที่ทำควบคู่ไปกับความรู้ทางการแพทย์ด้วย วันนี้เราจึงมีวิธีจัดการและป้องกันไม่ให้ลูกมีโอกาสเสี่ยงเป็นออทิสติกมาฝากกัน

วิธีป้องกันไม่ให้ลูกเป็นออทิสติก

  • คุณแม่จะต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีที่สุด เพราะนอกจากจะมีอากาศที่ดีแล้ว จะต้องไม่มีสารเคมีใดๆปนเปื้อนมากกับน้ำและอากาศซึ่งจะช่วยให้คุณแม่มีความสบายใจ และร่างกายพร้อมที่จะผลิตเซลล์ที่เป็นปกติในการตั้งครรภ์ เพราะฉะนั้นการระวังในเรื่องของอาหารก็เช่นกัน ก็มีส่วนทำให้ร่างกายเราไม่ดีได้ เพราะฉะนั้นคุณจะต้องดูแลรักษาสุขภาพตัวเองให้ดีที่สุดในช่วงตั้งครรภ์
  • ความเครียดอาจจะทำให้เกิดออทิสติกได้ ช่วงที่คุณแม่ตั้งครรภ์หรือก่อนตั้งครรภ์ จะต้องมีการเตรียมพร้อมด้วยสภาพวะจิตใจและอื่นๆให้ดี เพราะคุณแม่จะต้องคิดเสมอว่าเราจะเครียดไม่ได้ และสามารถหาอะไรทำที่คุณแม่ชอบ อย่างเช่น การดูหนัง ฟังเพลง หรือการรเดินทางใกล้ๆ เพื่อให้จิตใจเราสงบที่สุด นอกจากนี้ธรรมมะยังช่วยยกระดับจิตใจของคุณแม่ได้อีกด้วย
  • การติดเชื้อ ซึ่งคุณแม่ควรที่จะเข้าตรวจจร่างกายเสียก่อน ก่อนที่จะวางแผนในการตั้งครรภ์ เพราะจะทำให้คุณแม่สามารถรู้ได้ว่า หากมีลูกจะสามารถจัดการกับร่างกายนี้ได้อย่างไร นอกจากนี้การคัดกรองอสุจิโดยการทำหลอดแก้ว จะช่วยให้ลดความเสี่ยงการสร้าง โคโมโซมผิดปกติได้ เพราฉะนั้น คุณแม่สามารถเข้าไปปรึกษาแพทย์ในวิธีต่างๆได้ และนอกจากนี้คุณแม่สามารถปรึกษาการฝากกครรภ์กับทางแพทย์ เพื่อรับบาบำรุง หรือการตรวจร่างกายเพื่อแก้ปัญหาต่างๆได้

เป็นอย่างไรบ้างสำหรับวิธีป้องกันโรคออทิสติกที่เรานำมาฝากบอกเลยว่าง่ายมากๆ เพียงแค่คุณแม่ทำตามวิธีของเรา และพยายามรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และปลอดสารพิษมากที่สุด จะช่วยให้คุณแม่และลูกมีสุขภาพที่ดีและไม่มีโอกาสเสี่ยงที่ลูกจะเป็น ออทิสติก ได้ นอกจากนี้การเข้าไปฝากครรภ์กับแพทย์ จะช่วยให้คุณแม่ได้รับข้อมูลต่างๆเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะวิตามินเสริมทางทางด้านสมองและร่างกายของลูก จะช่วยให้ลูกได้รับการดูแลจากคุณหมอตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ และสามารถเจริญเติบโตได้อย่างสมวัยอีกด้วย 

#แหล่งรวบรวมความรู้เกี่ยวกับครอบครัว #แม่บ้านยุคใหม่ #โรคออทิสติก

More to explorer

เมื่อลูกเป็น “โรคภูมิแพ้” จะมีวิธีดูแลได้อย่างไร #แม่บ้านยุคใหม่

เมื่อลูกเป็น “โรคภูมิแพ้” จะมีวิธีดูแลได้อย่างไร

สำหรับโรคภูมิแพ้ถือว่าเป็นโรคที่เด็กๆเป็นกันมากที่สุด ซึ่งโรคภูมิแพ้นี้เกิดขึ้นได้โดยเฉพาะกับสภาพอากาศเย็นและชื้น ซึ่งเด็กๆมักจะมีอาการน้ำมูกไหลจะจามกัน สำหรับโรคภูมิแพ้นี้ถือว่าไม่ได้เป็นโรคที่น่ากลัวแต่อย่างไร แต่หากเป็นแล้วก็สามารถเป็นได้อีกไม่มีทางรักษาให้หายขาด เพราะฉะนั้นใครที่เป็นโรคภูมิแพ้ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ก็จะต้องมีวิธีจัดการกับตัวเองให้ระงับอาหารที่เกิดขึ้นให้ได้ โดยอาการของโรคภูมิแพ้ของเด็กแต่ละคนนั้นจะแสดงออกมาที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเด็กบางคนนั้นอาจจะแสดงอาการทางผิวหนึ่ง ที่เรียกกันว่า ลมพิษ หรือเด็กบางมีอาการเยื่อจมูกอักเสบ วันนี้เราจึงมีวิธีป้องกัน โรคภูมิแพ้ มาฝากคุณพ่อคุณแม่แต่ละคน ได้ลองทำกันดู วิธีป้องกันโรคภูมิแพ้ให้กับเด็กๆสามารถทำได้ดังนี้ ป้องกันฝุ่นและไรฝุ่น ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สามารถทำให้เกิด โรคภูมิแพ้ ได้ โดยคุณแม่จะต้องจัดการทำความสะอาดส่วนต่างของบ้าน

หากลูกป่วยเป็น RSV จะต้องทำอย่างไร และอันตรายแค่ไหน? #แม่บ้านยุคใหม่

หากลูกป่วยเป็นRSV จะต้องทำอย่างไร และอันตรายแค่ไหน?

สำหรับทุกวันนี้เรามักพบเชื้อไวรัสมากมาย ซึ่งไวรัสบางตัวเราก็ยังไม่เคยเนมาก่อน ซึ่งในระยะเวลา 10-20 ปี ไวรัสเหล่านั้นได้กลายพันธุ์ให้มาติดเด็กๆ จนทำให้ทางการแพทย์จึงต้องเร่งศึกษาและหาวิธีรักษากันทุกวัน วันนี้เราจะก็มาบอกข้อมูลของไวรัส RSV ที่เป็นไวรัสที่เด็กเล็กป่วยบ่อยที่สุดช่วงตอนอากาศชื้นๆ อาการของไวรัส RSV นี้ยังทำให้เด็กมีไข้ ตัวร้อน บางรายเข้าทำการรักษาไม่ทันเด็กก็ถึงขั้นเสียชีวิตได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นเราจะต้องมีวิธีจัดการกับไวรัสตัวนี้ หากรู้ว่าลูกเป็นคุณแม่จะต้องทำอย่างไร ไปดูกัน เด็กที่ป่วยเป็น RSV มีอาการอย่างไร มีไข้สูง

อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอดที่ต้องระวัง!! #แม่บ้านยุคใหม่

อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอดที่ต้องระวัง!!

คุณแม่หลังคลอดเป็นคุณแม่ที่ต้องการพักฟื้นร่างกายมากที่สุด เพราะคุณแม่จะเสียลือดมากและได้รับอาการบาดเจ็บบริเวณช่องคลอด การที่คุณแม่มีร่างกายอ่อนเพลียในช่วงนี้จึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่มีโรคต่างๆแทรกซ้อนเข้ามา ด้วยสภาวะฮอร์โมนกำลังปรับตัว จึงทำให้สภาพร่างกายและสภาพจิตใจของคุณยังไม่ปกติ วันนี้เราก็จะมีอาการต่างๆที่สามารถเกิดขึ้นได้มาแนะนำ สำหรับคุณแม่หลังคลอดว่าจะมีโอกาสเกิดอาการป่วยแบบใดได้บ้าง อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอด มีไข้ เป็นอีกหนึ่งอาการที่คุณแม่จะต้องแจ้งแพทย์ทันที เพราะในช่วงที่ คุณแม่หลังคลอด คุณแม่ได้เสียเลือดเป็นจำนวนมาก ร่างกายเลยทำการผลิตเลือดขึ้นมา จึงทำให้อุณภูมิร่างกายของคุณแม่ไม่ปกติ จึงทำให้เกิดมีไข้หลังคลอดประมาณ 1- 2 ชั่วโมงได้ ตกเลือด เป็นอีกหนึ่งอาการที่น่ากลัวเช่นกัน เพราะอาการตกเลือดนี้จะเป็นอาการหลังคลอดที่คุณหมอได้ทำการเย็บแผลในมดลูกไม่สนิท