ส่องพฤติกรรม!! ระหว่างลูกนอนหลับไม่ควรทำเด็ดขาด

ส่องพฤติกรรม!! ระหว่างลูกนอนหลับไม่ควรทำเด็ดขาด #แม่บ้านยุคใหม่
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

การนอนหลับสำคัญมากในการพัฒนาสมองของเด็กน้อย โดยเฉพาะเด็กแรกเกิด – 6 เดือน เพราะเวลาส่วนใหญ่ของลูกจะเป็นการนอนหลับ เพราะในช่วงที่ลูกนอนหลับนั้นร่างกายของลูกจะนำเอาสารอาหารไปหล่อเลี่ยงส่วนต่างๆของร่างกาย โดยเฉพาะสมอง ซึ่งเด็กที่นอนหลับสนิทหรือนอนหลับในระยะเวลาที่เหมาะสม

จะทำให้เป็นเด็กที่ฉลาดและมีสมองดี ซึ่งต่างจากเด็กที่มีเวลาพักผ่อนไม่พียงพอ จะทำให้พัฒนาการไม่ดีเท่าไหร่นัก ด้วยเพราะปัจจัยหลายอย่างที่คุณแม่อาจจะได้รับข้อมูลผิดๆมา จึงทำให้ปฏิบัติกิจกรรมที่ไม่เหมาะสม วันนี้เรามาดูกันว่ากิจกรรมใจที่ไม่ควรทำในช่วงที่ลูกนอนหลับบ้าง

กิจกรรมที่ไม่ควรทำในระหว่างที่ลูกนอนหลับ

  • เปิดทีวีเป็นเพื่อนหรือการเปิดทีวีดูหนัง บอกเลยว่าเสียงของทีวีนั้นไม่ใช้เสียงที่ราบรื่นหูนัก เมื่อมีบางฉากจะเป็นเสียงกระแทกและดัง มักจะทำให้ลูกตกใจผวา ซึ่งอาการนั้นจะส่งผลถึงจิตใจและสมองลูกอย่างมาก คุณแม่ควรที่จะทำให้ห้องเงียบที่สุด เพื่อให้ลูกนอนหลับอย่างเพียงพอ
  • ปลุกลูกในขณะลูกนอนหลับ ลูกน้อยจะมีเวลาที่นอนหลับที่ยาวนานจึงจะเหมาะแก่การพัฒนาสมองและร่างกาย หากคุณแม่กำหนดเวลาเองหรือพยายามปลุกให้ลูกตื่น รับรองเลยว่านอกจากจะทำให้ลูกมีอาการงอแงแล้ว ยังทำให้ลูกขาดการพัฒนาทางด้านสมองอีกด้วย
  • ถ่ายรูปในระยะประชิด โดยเฉพาะกล่องถ่ายรูปที่มีเสียงและแสงแฟรช ซึ่งหลายคนมักจะลืมปิดเมื่อใช้โทรศัพท์มือถือ จะทำให้แสงนั้นสว่างไปถึงตาลูกและเสียงจะทำให้ลูกตกใจตื่นทันที่ หากทำบ่อยๆเป็นผลเสียกับร่างกายของแน่นอน
  • จิ้มแก้มลูกขณะลูกนอนหลับ โดยเฉพาะลูกในช่วงแรกเกิดซึ่งบางคนนั้นเกิดอาการเห่อลูกเอามากๆ ซึ่งแก้มนุ่มๆอาจจะทำให้คุณแม่หลายๆคนเก็บอาหารไม่อยู่ อยากจะจับดู แต่บอกเลยว่าหากจับแล้วลูกตกใจตื่น นั้นหมายความว่าลูกจะถูกหยุดการพัฒนาการทางด้านสมองนั้นเอง เพราะฉะนั้นคุณแม่ควรที่จะรอให้ลูกตื่นก่อนแล้วค่อยไปเล่นกับลูก
  •  กินข้าวและทำงานในช่วงเวลานอน แน่นอนเลยว่ากิจกรรมพวกนี้เราจะต้องใช้แสงสว่างเป็นตัวช่วย ซึ่งแน่นอนเลยว่า แสงที่คุณเปิดอยู่นั้นจะรบกวนเวลานอนของลูกอย่างแน่นอน

เป็นอย่างไรบ้างกับพฤติกรรมไม่ควรทำเมื่อลูกนอนหลับ และวิธีไม่ให้ลูกตกใจตื่นในช่วงเวลานอน ซึ่งบางกิจกรรมนั้นเราไม่จำเป็นทำในห้องนอนก็ได้ เพราะจะช่วยให้ลูกสามารถนอนหลับไปสนิทมากกว่า เพระฉะนั้นคุณแม่ควรที่จัดโซนในการทำกิจกรรมให้เป็นระเบียบ และไม่เป็นการรบกวนลูกได้อีกด้วย

#แหล่งรวบรวมความรู้เกี่ยวกับครอบครัว #แม่บ้านยุคใหม่ #ลูกนอนหลับ

More to explorer

เมื่อลูกเป็น “โรคภูมิแพ้” จะมีวิธีดูแลได้อย่างไร #แม่บ้านยุคใหม่

เมื่อลูกเป็น “โรคภูมิแพ้” จะมีวิธีดูแลได้อย่างไร

สำหรับโรคภูมิแพ้ถือว่าเป็นโรคที่เด็กๆเป็นกันมากที่สุด ซึ่งโรคภูมิแพ้นี้เกิดขึ้นได้โดยเฉพาะกับสภาพอากาศเย็นและชื้น ซึ่งเด็กๆมักจะมีอาการน้ำมูกไหลจะจามกัน สำหรับโรคภูมิแพ้นี้ถือว่าไม่ได้เป็นโรคที่น่ากลัวแต่อย่างไร แต่หากเป็นแล้วก็สามารถเป็นได้อีกไม่มีทางรักษาให้หายขาด เพราะฉะนั้นใครที่เป็นโรคภูมิแพ้ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ก็จะต้องมีวิธีจัดการกับตัวเองให้ระงับอาหารที่เกิดขึ้นให้ได้ โดยอาการของโรคภูมิแพ้ของเด็กแต่ละคนนั้นจะแสดงออกมาที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเด็กบางคนนั้นอาจจะแสดงอาการทางผิวหนึ่ง ที่เรียกกันว่า ลมพิษ หรือเด็กบางมีอาการเยื่อจมูกอักเสบ วันนี้เราจึงมีวิธีป้องกัน โรคภูมิแพ้ มาฝากคุณพ่อคุณแม่แต่ละคน ได้ลองทำกันดู วิธีป้องกันโรคภูมิแพ้ให้กับเด็กๆสามารถทำได้ดังนี้ ป้องกันฝุ่นและไรฝุ่น ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สามารถทำให้เกิด โรคภูมิแพ้ ได้ โดยคุณแม่จะต้องจัดการทำความสะอาดส่วนต่างของบ้าน

หากลูกป่วยเป็น RSV จะต้องทำอย่างไร และอันตรายแค่ไหน? #แม่บ้านยุคใหม่

หากลูกป่วยเป็นRSV จะต้องทำอย่างไร และอันตรายแค่ไหน?

สำหรับทุกวันนี้เรามักพบเชื้อไวรัสมากมาย ซึ่งไวรัสบางตัวเราก็ยังไม่เคยเนมาก่อน ซึ่งในระยะเวลา 10-20 ปี ไวรัสเหล่านั้นได้กลายพันธุ์ให้มาติดเด็กๆ จนทำให้ทางการแพทย์จึงต้องเร่งศึกษาและหาวิธีรักษากันทุกวัน วันนี้เราจะก็มาบอกข้อมูลของไวรัส RSV ที่เป็นไวรัสที่เด็กเล็กป่วยบ่อยที่สุดช่วงตอนอากาศชื้นๆ อาการของไวรัส RSV นี้ยังทำให้เด็กมีไข้ ตัวร้อน บางรายเข้าทำการรักษาไม่ทันเด็กก็ถึงขั้นเสียชีวิตได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นเราจะต้องมีวิธีจัดการกับไวรัสตัวนี้ หากรู้ว่าลูกเป็นคุณแม่จะต้องทำอย่างไร ไปดูกัน เด็กที่ป่วยเป็น RSV มีอาการอย่างไร มีไข้สูง

อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอดที่ต้องระวัง!! #แม่บ้านยุคใหม่

อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอดที่ต้องระวัง!!

คุณแม่หลังคลอดเป็นคุณแม่ที่ต้องการพักฟื้นร่างกายมากที่สุด เพราะคุณแม่จะเสียลือดมากและได้รับอาการบาดเจ็บบริเวณช่องคลอด การที่คุณแม่มีร่างกายอ่อนเพลียในช่วงนี้จึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่มีโรคต่างๆแทรกซ้อนเข้ามา ด้วยสภาวะฮอร์โมนกำลังปรับตัว จึงทำให้สภาพร่างกายและสภาพจิตใจของคุณยังไม่ปกติ วันนี้เราก็จะมีอาการต่างๆที่สามารถเกิดขึ้นได้มาแนะนำ สำหรับคุณแม่หลังคลอดว่าจะมีโอกาสเกิดอาการป่วยแบบใดได้บ้าง อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอด มีไข้ เป็นอีกหนึ่งอาการที่คุณแม่จะต้องแจ้งแพทย์ทันที เพราะในช่วงที่ คุณแม่หลังคลอด คุณแม่ได้เสียเลือดเป็นจำนวนมาก ร่างกายเลยทำการผลิตเลือดขึ้นมา จึงทำให้อุณภูมิร่างกายของคุณแม่ไม่ปกติ จึงทำให้เกิดมีไข้หลังคลอดประมาณ 1- 2 ชั่วโมงได้ ตกเลือด เป็นอีกหนึ่งอาการที่น่ากลัวเช่นกัน เพราะอาการตกเลือดนี้จะเป็นอาการหลังคลอดที่คุณหมอได้ทำการเย็บแผลในมดลูกไม่สนิท