ต้องเช็ค!! โรคมะเร็งปากมดลูก อันตรายที่ต้องระวัง

ต้องเช็ค!! โรคมะเร็งปากมดลูก อันตรายที่ต้องระวัง #แม่บ้านยุคใหม่
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

โรคภัยไข้เจ็บที่มีอยู่ในปัจจุบันล้วนแล้วแต่มีความรุนแรงที่เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม ทำให้หลายคนหันมาให้ความสนใจและใส่ใจเรื่องของสุขภาพกันมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อปรับสภาพให้ร่างกายและสุขภาพของเราสามารถรับมือกับเชื้อโรคต่างๆที่มีความรุนแรงได้นั่นเอง อีกหนึ่งโรคร้ายที่เราต้องระวังกันให้มากในกลุ่มผู้หญิงอย่างเราๆ

นั้นก็คือ โรคมะเร็งปากมดลูก เป็นโรคที่ใครก็ไม่อยากเป็น แต่เลือกไม่ได้ รู้หรือไม่ว่าโรคมะเร็งปากมดลูกเป็นโรคมะเร็งอันดับที่ 2 ของผู้หญิงทั่วโลก วันนี้เราก็ได้นำเอารายละเอียดที่น่าสนใจและควรรู้ของโรคมะเร็งปากมดลูกมาแนะนำกัน ไปดูกันเลยว่ามีรายละเอียดอย่างไรกันบ้าง

อาการของโรคมะเร็งปากมดลูกขณะตั้งครรภ์

อาการของโรคจะมีความรุนแรงตามระยะของโรค โดยส่วนใหญ่แล้วจะพบอาการผิดปกติจากการตกขาวที่มีกลิ่นเหม็น เหมือนกลิ่นเน่า ซึ่งเป็นปกติไปจากเดิม หรือมีเลือดออกจากช่องคลอด ซึ่งอาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องปกติของหญิงตั้งครรภ์ เมื่อมีก้อนมะเร็งจะเบียดกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ฉี่บ่อย มีอาการปวดท้องน้อย ปวดเอวชาร้าวลงขา ปวดสีข้าง หายใจเหนื่อย ซึ่งอาการเช่นนี้เป็นอาการเข้าสู่ระยะที่ 3 หรือ 4 แล้ว

การรักษาโรคมะเร็งปากมดลูกขณะตั้งครรภ์

  1. หากคุณแม่ตรวจพบโรคมะเร็งปากมดลูกในระยะเริ่มต้น และเป็นการตั้งครรภ์ในระยะเริ่มต้น ก็สามารถตั้งครรภ์ต่อไปได้ โดยมีการติตามอาการอย่างใกล้ชิดอยู่ตลอดเวลา
  2. ถ้าหากเป็นโรคมะเร็งปากมดลูกในระยะลุกลามแต่มีการตั้งครรภ์ในระยะเริ่มต้น แพทย์จะพิจารณาหากมีอายุครรภ์น้อยกว่า16 สัปดาห์ แพทย์จะดำเนินการรักษาทันที โดยไม่สนใจการตั้งครรภ์ เพราะถ้าหากไม่รักษาจะทำให้เสี่ยงอันตรายทั้งแม่และลูกในอนาคต
  3. หากตรวจพบโรคมะเร็งปากมดลูกในช่วงหลังของการตั้งครรภ์ แพทย์จะพิจารณาว่าทารกสามารถหายใจเองได้หรือไม่ มีความแข็งแรงของปอดเพียงพอหรือไม่ และจะต้องทำการคลอดด้วยการผ่าตัดเท่านั้น ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันการลุกลามของเซลล์มะเร็งไปยังส่วนอื่นๆและป้องกันการตกเลือดของคุณแม่อีกด้วย

วิธีการรักษาโรคมะเร็งปากมดลูกขณะตั้งครรภ์

  1. การผ่าตัด โดยจะผ่าตัดแค่บริเวณปากมดลูก ในกรณีที่ยังไม่มีการลุกลามไปอวัยวะอื่น
  2. การใช้รังสีรักษาโดยจะให้ 5 วันต่อสัปดาห์ เป็นเวลา 5-6 สัปดาห์
  3. การใช้เคมีบำบัด วิธีนี้จะส่งผลต่อทารกในครรภ์คือ เจริญเติบโตในครรภ์ช้า ทารกตายในครรภ์ คลอดก่อนกำหนด หรือ ทารกน้ำหนักน้อยกว่าปกติ
  4. การใช้ยาเพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน

เป็นอย่างไรกันบ้างกับโรคมะเร็งปากมดลูกที่เรานำมาฝากกัน สำหรับผู้หญิงอย่างเราๆนั้นควรไปตรวจคัดกรองโรคมะเร็งปากมดลูกอยู่เป็นประจำทุกปี เพื่อสังเกตอาการ หากพบในระยะเริ่มต้นก็สามารถที่จะรับการรักษาได้อย่างทันท่วงทีโดยเฉพาะในคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ควรตรวจให้แน่ใจ เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อการตั้งครรภ์

#แหล่งรวบรวมความรู้เกี่ยวกับครอบครัว #แม่บ้านยุคใหม่ #โรคมะเร็งปากมดลูก

More to explorer

เมื่อลูกเป็น “โรคภูมิแพ้” จะมีวิธีดูแลได้อย่างไร #แม่บ้านยุคใหม่

เมื่อลูกเป็น “โรคภูมิแพ้” จะมีวิธีดูแลได้อย่างไร

สำหรับโรคภูมิแพ้ถือว่าเป็นโรคที่เด็กๆเป็นกันมากที่สุด ซึ่งโรคภูมิแพ้นี้เกิดขึ้นได้โดยเฉพาะกับสภาพอากาศเย็นและชื้น ซึ่งเด็กๆมักจะมีอาการน้ำมูกไหลจะจามกัน สำหรับโรคภูมิแพ้นี้ถือว่าไม่ได้เป็นโรคที่น่ากลัวแต่อย่างไร แต่หากเป็นแล้วก็สามารถเป็นได้อีกไม่มีทางรักษาให้หายขาด เพราะฉะนั้นใครที่เป็นโรคภูมิแพ้ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ก็จะต้องมีวิธีจัดการกับตัวเองให้ระงับอาหารที่เกิดขึ้นให้ได้ โดยอาการของโรคภูมิแพ้ของเด็กแต่ละคนนั้นจะแสดงออกมาที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเด็กบางคนนั้นอาจจะแสดงอาการทางผิวหนึ่ง ที่เรียกกันว่า ลมพิษ หรือเด็กบางมีอาการเยื่อจมูกอักเสบ วันนี้เราจึงมีวิธีป้องกัน โรคภูมิแพ้ มาฝากคุณพ่อคุณแม่แต่ละคน ได้ลองทำกันดู วิธีป้องกันโรคภูมิแพ้ให้กับเด็กๆสามารถทำได้ดังนี้ ป้องกันฝุ่นและไรฝุ่น ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สามารถทำให้เกิด โรคภูมิแพ้ ได้ โดยคุณแม่จะต้องจัดการทำความสะอาดส่วนต่างของบ้าน

หากลูกป่วยเป็น RSV จะต้องทำอย่างไร และอันตรายแค่ไหน? #แม่บ้านยุคใหม่

หากลูกป่วยเป็นRSV จะต้องทำอย่างไร และอันตรายแค่ไหน?

สำหรับทุกวันนี้เรามักพบเชื้อไวรัสมากมาย ซึ่งไวรัสบางตัวเราก็ยังไม่เคยเนมาก่อน ซึ่งในระยะเวลา 10-20 ปี ไวรัสเหล่านั้นได้กลายพันธุ์ให้มาติดเด็กๆ จนทำให้ทางการแพทย์จึงต้องเร่งศึกษาและหาวิธีรักษากันทุกวัน วันนี้เราจะก็มาบอกข้อมูลของไวรัส RSV ที่เป็นไวรัสที่เด็กเล็กป่วยบ่อยที่สุดช่วงตอนอากาศชื้นๆ อาการของไวรัส RSV นี้ยังทำให้เด็กมีไข้ ตัวร้อน บางรายเข้าทำการรักษาไม่ทันเด็กก็ถึงขั้นเสียชีวิตได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นเราจะต้องมีวิธีจัดการกับไวรัสตัวนี้ หากรู้ว่าลูกเป็นคุณแม่จะต้องทำอย่างไร ไปดูกัน เด็กที่ป่วยเป็น RSV มีอาการอย่างไร มีไข้สูง

อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอดที่ต้องระวัง!! #แม่บ้านยุคใหม่

อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอดที่ต้องระวัง!!

คุณแม่หลังคลอดเป็นคุณแม่ที่ต้องการพักฟื้นร่างกายมากที่สุด เพราะคุณแม่จะเสียลือดมากและได้รับอาการบาดเจ็บบริเวณช่องคลอด การที่คุณแม่มีร่างกายอ่อนเพลียในช่วงนี้จึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่มีโรคต่างๆแทรกซ้อนเข้ามา ด้วยสภาวะฮอร์โมนกำลังปรับตัว จึงทำให้สภาพร่างกายและสภาพจิตใจของคุณยังไม่ปกติ วันนี้เราก็จะมีอาการต่างๆที่สามารถเกิดขึ้นได้มาแนะนำ สำหรับคุณแม่หลังคลอดว่าจะมีโอกาสเกิดอาการป่วยแบบใดได้บ้าง อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอด มีไข้ เป็นอีกหนึ่งอาการที่คุณแม่จะต้องแจ้งแพทย์ทันที เพราะในช่วงที่ คุณแม่หลังคลอด คุณแม่ได้เสียเลือดเป็นจำนวนมาก ร่างกายเลยทำการผลิตเลือดขึ้นมา จึงทำให้อุณภูมิร่างกายของคุณแม่ไม่ปกติ จึงทำให้เกิดมีไข้หลังคลอดประมาณ 1- 2 ชั่วโมงได้ ตกเลือด เป็นอีกหนึ่งอาการที่น่ากลัวเช่นกัน เพราะอาการตกเลือดนี้จะเป็นอาการหลังคลอดที่คุณหมอได้ทำการเย็บแผลในมดลูกไม่สนิท