วิธีการรักษาอาการไข้เบื้องต้น พร้อมวิธีทำให้ลูกยอมกินยาง่ายๆ

วิธีการรักษาอาการไข้เบื้องต้น พร้อมวิธีทำให้ลูกยอมกินยาง่ายๆ #แม่บ้านยุคใหม่
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

การให้ลูกกินยา บอกเลยว่าไม่ใช้เรื่องง่ายของคุณแม่ โดยเฉพาะเด็กที่มีอายุ 1 ขวบขึ้นไป เพราะเด็กในวัยนี้จะรับรู้ถึงรสชาติของอาหารได้แล้ว การกินยาที่มีรสชาติแปลกๆ มักจะทำให้ลูกขัดขืน โดยเฉพาะในช่วงที่ลูกป่วย มักจะมีอารมณ์ที่ไม่ค่อยดีนัก การหลอกล่อให้ลูกกินยา จึงเป็นภารกิจอันยิ่งใหญ่ของคุณพ่อคุณแม่อย่างแน่นอน ซึ่งหากคุณพ่อคุณแม่ให้นำยาให้ลูกกินไม่สำเร็จ หรือลูกได้รับปริมาณยาที่ไม่เหมาะสม จะทำให้ลูกหายจากอาการป่วยช้าเอามากๆ วันนี้เราจึงมีวิธีทำให้ลูกยอมกินยาอย่างง่ายๆ แต่ได้ผลมาแนะนำให้กับคุณแม่ได้ลองไปทำตามกันดูได้เลย

วิธีทำให้ลูกยอมกินยาอย่างง่ายดาย

  • เลือกยาชนิดน้ำเชื่อม แน่นอนเลยว่าชนิดนี้มีรสชาติที่หวานและเป็นชนิดน้ำ การนำไปให้ลูกกินโดยใช้ไซริงค์ไม่ใส่เข็ม โดยมีปลายเล็กๆที่เหมาะกับปากน้อยๆของลูกมากๆ จากนั้นก็ควรที่จะให้ลูกชิมรสชาติยาหวานๆที่ละน้อยเสียก่อน ด้วยรสชาติหวานถูกใจนี้จะช่วยลูกกินยาได้อย่างง่ายดาย และที่สำคัญคุณอาจจะห้ามพูดคำว่ายาให้ลูกได้ยินก็ได้ ควรแทนว่าน้ำหวานหรือขนมหวาน จะช่วยลดความน่ากลัวในการกินยาไปได้เยอะมากๆ
  • วิธีทำให้ลูกยอมกินยาคือต้องยารสหวานที่มีสีสันสดใส เป็นอีกหนึ่งท่าไม้ตายของคุณหมอเลยก็ว่าได้ เพราะยาหลากสีนี้จะทำให้เด็กช่นชอบอย่างมากในการกิน ซึ่งยาบางชนิดได้มีการแต่งกลิ่นเป็นน้ำผลไม้ต่างๆ จึงเหมาะมากในการให้ลูกกินในปริมาณที่กำหนดได้
  • ยาพาราเซตอมอนชนิดน้ำ  เป็นยาที่ใช้สำหรับอาการลดไข้และบรรเทาปวดที่มีความปลอดภัยสูงมาก ยาชนิดนี้จะสามารถลดอาการอักเสบได้ ซึ่งถือว่าครอบคลุมโรคอยู่เช่นกัน โดยตัวยานี้จะเป็นชนิดนี้ มีความหอมหวาน การที่คุณแม่นำไปให้ลูกกินโดยใส่ช้อนสำหรับเด็กโตแล้วหรือการใส่ ไซริงค์ไม่ ก็จะช่วยให้สามารถกินง่ายขึ้น

เป็นอย่างไรกันบ้างกับวิธีทำให้ลูกยอมกินยาที่นำมาฝากกันสำหรับตัวยาลดไข้ทั้งหมดจะมีหลากหลายรูปแบบ ที่สามารถรับประทานได้เลยหรือต้องกินหลังอาหาร ซึ่งคุณแม่จะต้องอ่านฉลากยา หรือฟังคำแนะนำจากคุณหมออย่างเคร่งครัด การรับประทานยาน้ำเหล่านี้จะช่วยให้ลูกๆสามารถรับบปริมาณยาได้อย่างที่คุณแม่กำหนดได้ แต่ใครที่จะรับยากลับบ้านหรือซื้อมากินเอง จะต้องเก็บยาไว้ให้ดีๆ เพราะหากลูกไปแอบกินจะทำให้เกิดอันตรายกับร่างกายเด็กเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นการเลือกยาที่ผลิตจากขวด Child Lock จะช่วยให้ลูกเปิดฝาเองไม่ได้ เพราะต้องใช้แรงกดและหมุนไปด้วยนั้นเอง

#แหล่งรวบรวมความรู้เกี่ยวกับครอบครัว #แม่บ้านยุคใหม่ #วิธีทำให้ลูกยอมกินยา

More to explorer

เมื่อลูกเป็น “โรคภูมิแพ้” จะมีวิธีดูแลได้อย่างไร #แม่บ้านยุคใหม่

เมื่อลูกเป็น “โรคภูมิแพ้” จะมีวิธีดูแลได้อย่างไร

สำหรับโรคภูมิแพ้ถือว่าเป็นโรคที่เด็กๆเป็นกันมากที่สุด ซึ่งโรคภูมิแพ้นี้เกิดขึ้นได้โดยเฉพาะกับสภาพอากาศเย็นและชื้น ซึ่งเด็กๆมักจะมีอาการน้ำมูกไหลจะจามกัน สำหรับโรคภูมิแพ้นี้ถือว่าไม่ได้เป็นโรคที่น่ากลัวแต่อย่างไร แต่หากเป็นแล้วก็สามารถเป็นได้อีกไม่มีทางรักษาให้หายขาด เพราะฉะนั้นใครที่เป็นโรคภูมิแพ้ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ก็จะต้องมีวิธีจัดการกับตัวเองให้ระงับอาหารที่เกิดขึ้นให้ได้ โดยอาการของโรคภูมิแพ้ของเด็กแต่ละคนนั้นจะแสดงออกมาที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งเด็กบางคนนั้นอาจจะแสดงอาการทางผิวหนึ่ง ที่เรียกกันว่า ลมพิษ หรือเด็กบางมีอาการเยื่อจมูกอักเสบ วันนี้เราจึงมีวิธีป้องกัน โรคภูมิแพ้ มาฝากคุณพ่อคุณแม่แต่ละคน ได้ลองทำกันดู วิธีป้องกันโรคภูมิแพ้ให้กับเด็กๆสามารถทำได้ดังนี้ ป้องกันฝุ่นและไรฝุ่น ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สามารถทำให้เกิด โรคภูมิแพ้ ได้ โดยคุณแม่จะต้องจัดการทำความสะอาดส่วนต่างของบ้าน

หากลูกป่วยเป็น RSV จะต้องทำอย่างไร และอันตรายแค่ไหน? #แม่บ้านยุคใหม่

หากลูกป่วยเป็นRSV จะต้องทำอย่างไร และอันตรายแค่ไหน?

สำหรับทุกวันนี้เรามักพบเชื้อไวรัสมากมาย ซึ่งไวรัสบางตัวเราก็ยังไม่เคยเนมาก่อน ซึ่งในระยะเวลา 10-20 ปี ไวรัสเหล่านั้นได้กลายพันธุ์ให้มาติดเด็กๆ จนทำให้ทางการแพทย์จึงต้องเร่งศึกษาและหาวิธีรักษากันทุกวัน วันนี้เราจะก็มาบอกข้อมูลของไวรัส RSV ที่เป็นไวรัสที่เด็กเล็กป่วยบ่อยที่สุดช่วงตอนอากาศชื้นๆ อาการของไวรัส RSV นี้ยังทำให้เด็กมีไข้ ตัวร้อน บางรายเข้าทำการรักษาไม่ทันเด็กก็ถึงขั้นเสียชีวิตได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นเราจะต้องมีวิธีจัดการกับไวรัสตัวนี้ หากรู้ว่าลูกเป็นคุณแม่จะต้องทำอย่างไร ไปดูกัน เด็กที่ป่วยเป็น RSV มีอาการอย่างไร มีไข้สูง

อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอดที่ต้องระวัง!! #แม่บ้านยุคใหม่

อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอดที่ต้องระวัง!!

คุณแม่หลังคลอดเป็นคุณแม่ที่ต้องการพักฟื้นร่างกายมากที่สุด เพราะคุณแม่จะเสียลือดมากและได้รับอาการบาดเจ็บบริเวณช่องคลอด การที่คุณแม่มีร่างกายอ่อนเพลียในช่วงนี้จึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่มีโรคต่างๆแทรกซ้อนเข้ามา ด้วยสภาวะฮอร์โมนกำลังปรับตัว จึงทำให้สภาพร่างกายและสภาพจิตใจของคุณยังไม่ปกติ วันนี้เราก็จะมีอาการต่างๆที่สามารถเกิดขึ้นได้มาแนะนำ สำหรับคุณแม่หลังคลอดว่าจะมีโอกาสเกิดอาการป่วยแบบใดได้บ้าง อาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับคุณแม่หลังคลอด มีไข้ เป็นอีกหนึ่งอาการที่คุณแม่จะต้องแจ้งแพทย์ทันที เพราะในช่วงที่ คุณแม่หลังคลอด คุณแม่ได้เสียเลือดเป็นจำนวนมาก ร่างกายเลยทำการผลิตเลือดขึ้นมา จึงทำให้อุณภูมิร่างกายของคุณแม่ไม่ปกติ จึงทำให้เกิดมีไข้หลังคลอดประมาณ 1- 2 ชั่วโมงได้ ตกเลือด เป็นอีกหนึ่งอาการที่น่ากลัวเช่นกัน เพราะอาการตกเลือดนี้จะเป็นอาการหลังคลอดที่คุณหมอได้ทำการเย็บแผลในมดลูกไม่สนิท